คำต่อคำ: นิวเคลียร์องครักษ์ หลังรับฟังครั้งสุดท้ายล่ม มีอะไรที่คนไทยควรจับตา

คำต่อคำ บทสนทนาระหว่าง กมล สุกิน บรรณาธิการสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews กับ 4 แขกรับเชิญ : ผศ.ดร.นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล (คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายกสมาคมพลเมืองนครนายก และเครือข่ายคนรักษ์นครนายก มรดกธรรมชาติ) ธารา บัวคำศรี (ผู้อำนวยการองค์กรสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทย) เกรียงไกร กิตติธเนศวร (สส.นครนายก พรรคเพื่อไทย) พูนศักดิ์ จันทร์จำปี (สส.พรรคก้าวไกล) เมื่อ 10 .. 2566 ที่ผ่านมา

ว่าด้วย 4 คำถามสำคัญ ต่อเมกะโปรเจกต์ 1.6 หมื่นล้าน “โครงการนิวเคลียร์วิจัย องครักษ์ จ.นครนายก” : เวทีรับฟังฯ ล่มจริงมั้ย มีนัยสำคัญอะไร? โครงการนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป? มีประเด็นอะไรที่สาธารณะคนไทยควรต้องจับตา? และ บทบาทนักการเมือง ในเรื่องนิวเคลียร์ ที่เป็นอยู่ที่ควรเป็น

(ภาพ : GreenNews)

1. เวทีรับฟังฯ ล่มจริงมั้ย มีนัยสำคัญอะไร?

GreenNews:

สวัสดีครับ วันนี้เราจะไปคุยกันถึงเรื่องที่เกิดเมื่อเช้า ที่นครนายก เป็นโครงการรับฟังโครงการเมกะโปรเจค 1.6 หมื่นล้าน โครงการวิจัยนิวเคลียร์องค์รักษ์ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในเวทีรับฟัง ทำไมเวทีนี้ถึงล่ม เป็นคำถามแรกๆ ทีเราจะเริ่มคุยกับแขกรับเชิญ 4 ท่านแล้วหลังจากนั้นจะไปสำรวจว่ามีอะไรที่น่าจับตาบ้างในโครงการนี้

ขอแนะนำแขกรับเชิญ 1. ผศ.ดร.นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นายกสมาคมพลเมืองนครนายก และเครือข่ายคนรักษ์นครนายก มรดกธรรมชาติ เป็นเครือข่ายที่คัดค้านเมื่อเช้า 2. เกรียงไกร กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคเพื่อไทย 3. พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคก้าวไกล และ 4. ธารา บัวคำศรี ผอ. กรีนพีซ ประเทศไทย

ผมขอไปเร็วๆ เลยครับ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า เวทีล่มจริงมั้ย แปลว่าอะไร เชิญคุณหมอก่อนเลย คู่กรณี

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ที่ล่มอันหนึ่งเนี่ยคือความไม่ไว้วางใจระบบการรับรองความเห็นชาวบ้านมองว่าระบบการรับรองความเห็นครั้งนี้เป็นพิธีกรรมแล้วไม่มีอะไรมารับประกันเสียงเขาได้เลยว่าเสียงที่เขามาใช้ไม่ว่าจะคัดค้านจะได้รับประกันหลังจากที่เข้าไปสุ่คณะกรรมการชุดต่างๆแล้วเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ

เราคุยกัน 3 ฝ่าย บริษัท ผู้ว่าฯ สทน. คุยกันว่าแล้วตกลงจะรู้ได้อย่างไรว่าชาวบ้านไม่เอาทางนู้นบอกว่าไม่มีการยกมือชาวบ้านคิดว่าในเมื่อไม่มีการแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ควรจะล้มเวทีไปเลยเพื่อแสดงชัดเจนถ้าส่งท่านขึ้นไปข้างบนเราไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปพูดกับคณะกรรมการต่างๆแล้วชาวบ้านเลยล้มเวทีนี่คือเรื่องที่หนึ่ง

ต่อมาเรื่องที่สอง เรื่อความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน)

ที่ผ่านมาเราโดนกระทำ โดนหลอกหลายรอบมาก เพราะมีการนำเอากากมาทิ้งไว้หลายรอบมาก โดยไม่ได้มีการประชาพิจารณ์ ไม่ได้รับอนุญาต เราร้องเรียนไป ไม่กี่เดือนถัดมา ก็เหมือนนิรโทษกรรม ใครที่ทำมาก็ไม่ได้รับโทษ คือในเขตห้ามของคุณ 380 เมตร ต้องไม่มีบ้านคนอะไร แต่ปรากฏมันก็มีบ้านคน ในเขต 2.8 กิโลเมตร ต้องไม่มีชุมชน แต่ตำแหน่งที่เมื่อเช้าทำก็อยู่ใน 2.8 กม. ปรากฏเขาก็แก้กฎหมายตกลงชาวบ้านอยู่ตรงไหนของรัฐแห่งนี้อะไรที่รัฐทำผิดรัฐก็ไปแก้กฎหมายหมดเลย

ในเมื่ออำนาจประชาชนไม่มีต่อสิ่งใดแล้ว สิ่งที่ประชาชนทำก็คือมาแสดงสิทธิ์เสียงตรงนี้ แล้วอีกอย่างโครงการจุดเริ่มมันเลยคือปี 33 รัฐบาลชาติชาย บอกว่าเตานี่มันอยู่ติดกับชุมชน อันตรายต่อชาวบ้าน ก็ย้ายมาองค์รักษ์ 33 ปีถัดมาก็ยังสร้างที่องค์รักษ์อยู่แล้วคนองครักษ์ไม่ใช่ชุมชนหรอเทียบกับบางเขนมันต่างกันอย่างไรนี่ผมว่าคนองครักษ์ก็อึดอัดใจนะอะไรก็มาไว้ที่นี่

อย่างตอนปี 54 ไม่อยากให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็มาทำแก้มลิงที่องครักษ์ นี่คือความอึดอัดใจ บางคนบอกว่าทำไมไม่เสียสละ อยากให้คนที่พูดจินตนาการถึงบ้าง อีกอย่างคือมันเป็นเรื่องวิชาการล้วนๆ เลย เตาอันนี้อยู่ติดกับแม่น้ำนครนายก ไม่ถึงกิโลเมตรเลย แล้วเตานี้ก็ต้องแช่ลงไปในน้ำอีก แล้วถ้ามันรั่วออกมา ตรงนี้ก็ดินอ่อนด้วย เกิดแผ่นดินไหว น้ำมันรั่วออกมานี่โกลาหลทั้งจังหวัดเลยนะครับ ใครไปเที่ยวน้ำตก หรือจะกินปลา มันเสียหายทั้งจังหวัด จังหวัดเรามีการท่องเที่ยว ความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรทางธรรมชาติ มัน sensitive ต่ออุตสาหกรรมทรัพยากรล้วนๆเลยจะเอาสิ่งนี้มาปนเปื้อนทำให้ความบริสุทธิ์ของตรงนี้มันหายไปผมว่าคนที่เขาเข้าใจก็จะยอมรับไม่ได้

GreenNews:

ผมจับประเด็นได้ว่า ประเด็นแรกคือ ความไม่ไว้วางใจโครงการ กระบวนการที่รับฟังวันนี้มีกติกาอะไร ใครจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แล้วใครจะทำรายงานสรุปเพื่อเสนอต่อโครงการอย่างไร อันนี้คือความไม่ชัดเจนในกระบวนการรับฟังและการดำเนินการ ประเด็นสองคือ ไม่ไว้วางใจสทน. สามคือ ไม่ไว้วางใจ เพราะประวัติศาสตร์การดำเนินโครงการที่ผ่านมาก็ไม่ชอบมาพากลในมุมของชาวบ้าน และประเด็นที่สี่คือ กังวลเรื่องผลกระทบ ต้องการออกแบบเมืองนครนายกแบบที่ไม่มีนิวเคลียร์ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านล่มเวทีเมื่อเช้า ผมเข้าใจถูกนะครับ

อันนี้คือ ตั้งใจวางแผนล่มตั้งแต่เมื่อคืนหรือเปล่า หรือเพราะมาเจอแล้วอารณ์ขึ้นเลยล่ม อยู่ในเคสไหนครับ

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

หลังจากคุยกับสส.แล้ว มันมีสัญญาณบางอย่างทีสทน.เขาไม่จริงใจ เมื่อวานผมก็เห็นเว็บไซต์ สทน.เพิ่งจะอัพโหลดเอกสารขึ้นมาเมื่อ 16 ชม.ที่แล้ว ทั้งที่เอกสารมันต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันมาอัพใหม่แล้วเอกสารข้างในก็มีการเปลี่ยนแปลง

คือวันที่เราเจอพร้อมผู้ว่าฯเขาก็เหมือนจะอ่อนลงแต่ความรู้สึกคือเหมือนเขาอยากดันโครงการต่อมากกว่าแต่ชาวบ้านเขาไม่อยากต่อสุ้ขึ้นไปบนชั้นกรรมาธิการคือมันเหนื่อยกับการที่ต้องจ้างรถเดินทางต่างๆก็สุ้ตรงนี้เลยเพิ่งตัดสินใจตรงนั้นเลย

หลังจากที่คุยกับสส.แล้ว พอตัดสินใจปุ๊บ คือในใจทุกคนอยากล้มหมดเลย แต่ไม่มีใครกล้าพูด พอเราบอกว่าจะล้มเวทีทุกคนก็เห็นด้วยหมดเลย นี่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ แต่พอมาพูดคุยกันเมื่อเช้า ทุกคนก็เห็นด้วยเลย

GreenNews:

นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองของเครือข่าย คือมันมีความพยายามอยู่แล้ว เห็นว่าทางคุณสุธีร์ได้คุยกับทางจังหวัด สทน. ไม่ใช่ว่าเราอยากล่มก็ล่ม แต่มันมีกระบวนการพูดคุยและหาทางออกอยู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทางจังหวัดและทาง สทน.อยากจะดำเนินกระบวนการรับฟังต่อ โดยใช้ขั้นตอนปกติ เต็มไปด้วยเทคนิคและกระบวนการ ชาวบ้านรู้สึกว่าอันนี้ไม่ใช่เกณฑ์ของชาวบ้าน ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านถนัด ต้องมาอ่านรายการผลกระทบ หรือว่าไปดูว่าร้องเรียนกระบวนการ กลไกไหนอย่างไร อันนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่ชาวบ้านต้องการล้ม ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ใช่ครับ ผมว่าอันนี้คือจุดที่สำคัญมากเลยนะว่า ในกระบวนการคือ ทำอย่างไรให้เสียงชาวบ้านเป็นเสียงชาวบ้านจริงๆ ทุกวันนี้ต้องกรอกแบบฟอร์ม ต้องยื่นเว็บไซต์ มันเต็มไปด้วยวิชาการ หลักการทั้งนั้นเลย ชาวบ้านเขาไม่ถึง แล้วเรื่องก็ผ่าน EIA ได้ง่ายมาก ทำยังไงให้ความเป็นนักวิชาการของสผ.เข้ามาถึงชาวบ้าน คือตอนนี้จะไปกรุงเทพฯ ทีค่ารถก็ 3000 แล้วก็ค่ากินอยู่อีกชาวบ้านต้องมาออกนอกจากต้องมาหยุดงานแล้วยังต้องมาจ่ายค่าตรงนี้อีก

แล้วที่พูดคือถูกต้องเลย ไม่ใช่แค่ว่าเราคุยกันวันนี้ เมื่อปีที่แล้วก็คุยกันต่อหน้าผู้ว่าฯ แล้ว คุณตอบคำถามชาวบ้านไม่ได้เลย 13 ข้อ หลังจากนนั้นก็มีกระบวนการต่อเนื่องมา เราก็คุยกับทางผอ.ฝ่ายเขา อยากให้ผอ.เคลียกันก่อน คุยกับผู้ว่าเลย แล้วจัดเวที พวกเราจะไม่ไปโวยวาย แต่ทางนู้นก็ไม่รับปาก แล้วอยู่ดีๆ ก็มาจัดเวที โดยที่ชาวบ้านไม่รับรู้ ทั้งที่ความขัดแย้งยังวางอยู่บนโต๊ะอยู่ แต่ตัดส่วนนั้นทิ้งไปเลย

GreenNews:

อีกคำถามหนึ่งก่อนจะไปท่านอื่น ในมุมของคุณสุธีร์ที่อยู่กับเครือข่าย การล่มเวทีครั้งนี้น่าจะมีนัยสำคัญอะไรบ้างในความเห็นเรา

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ผมมองว่านี่คือ การแสดงออกของชุมชน ของชาวบ้าน ที่เป็นชาวบ้านจริงๆ เป็นสิ่งที่สทน.ต้องฟังแล้ว ไม่อย่างนั้น ถ้าดื้อดึงต่อไป มันจะหนักมากกว่านี้ ชาวบ้านก็ต้องเกณฑ์คนมา เขาก็ไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว คนที่มาส่วนใหญ่เป็นคนแก่ คือเขาห่วงลูกเต้าว่าจะอยู่อย่างไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เขาคิดถึงฟูกูชิมะ ที่ยังกลับบ้านไม่ได้ นามสกุลเขาจะหายไปมั้ยจากประเทศนี้ คือ ชาวบ้านจะต้องอพยพย้ายออกไป ผมว่าสทน.ไม่เห็นคุณค่าของชุมชน ไม่ respect จริงๆคำถามที่ให้เขาก็ไม่สนใจตอบเลยอย่างวันนี้ก็มีโอกาสที่จะพูดอะไรดีๆให้คนไว้วางใจเขาก็ไม่ได้ใช้โอกาสตรงนั้นเลย

GreenNews:

ส่วนท่านอื่นๆ ที่เหลือ เมื่อเช้าเวทีล่มอย่างไร ปรากฏการณ์ที่เกิดมีนัยสำคัญอย่างไร เชิณคุณเกรียงไกรก่อนเลยครับ

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ส่วนตัวผมคิดว่า ก่อนการทำเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้ขาดซึ่งความรู้และข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 20 MW ที่กำลังจะสร้างขึ้นในอ.องครักษ์ ผมว่าหลายท่านไม่ทราบ คือมันมีช่องทางไหนบ้างที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสาร ถ้าจะรอสทน.นำข้อมูลข่าวสารมาถึงมือประชาชน คงเป็นไปได้ยาก อีกวิธีการหนึ่งคือ การพูดในสภา ก็มาปรึกษาหารือกับประธานสภา ก็ได้มาเป็นคลิปหนึ่งเป็นข้อมูลสำคัญมาก สามารถส่งแชร์ให้กับประชาชนได้รับทราบ เป็นคลิปสั้นๆ 3 นาทีเกี่ยวกับการที่ผมหารือในสภา

เป็นข้อมูลเบื้องต้นว่าทำแล้วเป็นอย่างไร ข้อเสียอย่างไร ผิดหลักการทั้ง 5 ประการของ IAEA แล้วที่ผ่านมาก็เคยมีการก่อสร้างมาแล้วขนาด 10 MW ที่องครักษ์ แต่ว่าสตง.ตรวจพบความไม่โปร่งใสบริษัทที่ชนะประมูลก้ไม่มีใบอนุญาตความปลอดภัยจากอเมริกาโครงการก็ถูกยกเลิกไปแล้วกลับมาสร้างใหม่ในครั้งนี้

รวมถึงการให้ข้อมูลกับประชาชนว่าการทำประชาพิจารณ์นี้เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งแรกเราเคยทำมาแล้ว แต่ประชาชนไม่ทราบ เอาคนมารับเงิน เซ็นชื่อไป แต่ไม่ได้ข่าวสาร พอครั้งที่สองก็ให้บริษัทเอกชนไปตามบ้าน ให้เซ็นลายเซ็น แล้วก็แจกเงิน 200 ครั้งที่ผ่านมาก็เป็นทำประชาพิจารณ์ที่ล้มเหลว เพราะเขาไม่ทราบเลยว่าทำไปเพื่ออะไร ต้องทำให้คนตระหนักรู้ ตื่นตัวว่าการทำประชาพิจารณ์วันนี้ วันที่ 10 มีความสำคัญ

ผมก็เลยคุยกับอ.สุธีร์ เมื่อวานนี้ก่อนทำประชาพิจารณ์ ผมนัดคนไปที่หน้าที่ว่าการอำเภอ ผมขอเปิดเวทีเสวนารู้ทัน เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้คนทั้งองค์รักษ์มารวมกันหลังเลิกงาน ประมาณ 5 โมงเย็นกว่าๆ แล้วก็มีการไลฟ์สด ให้คนรู้ถึงข้อบกพร่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ว่ามีอะไรบ้าง ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ในเขต 2.8 กม. มันครอบคลุมชุมชนใหญ่ๆทั้งหมดเลย

คือเตาปฏิกรณ์นี่เขาออกแบบและคิดกันมานานแล้ว แต่ขณะนี้ชุมชนได้ขยายวงกว้าง มันมีความเจริญ ที่เขาว่าไม่มีคนมันกลับมีคน แล้วรัศมี 350 เมตรที่บอกว่าห้ามมีคนเลย ก็ยังมีร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ มีไร่นาเยอะแยะไปหมด มันมีการเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว แล้วมันมีจุดหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ คือ เคยมีการทำประชาพิจารณ์มาแล้วครั้งนึง เรื่องการท่อก๊าซปตท. ทำประชาพิจารณ์ 3 ครั้งเหมือนกัน ครั้งที่ 3 มีคนไม่เห็นด้วย ก็ปล่อยผ่าน นั้นในครั้งที่ 3 .สุธีร์กับพี่น้องประชาชนเลยเห็นว่า ถ้าหากปล่อยให้เขาทำต่อในครั้งที่ 3 จนเสร็จสมบูรณ์จะถือว่าเป็นการยอมรับใช่หรือไม่แล้วรายงานข้างหน้าเขาจะเขียนอย่างไร

วันนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนตื่นตัวมากๆ ขึ้นไปบนเวที ทำการปิดเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้แล้ว แต่สุดท้ายแล้วท่านผอ. ก็ได้กล่าวบนเวทีว่า การทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้ว จบสิ้น ครบถ้วนแล้ว ท่านก็ลงไป ก็ต้องมาตีความว่าการแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเสร็จสิ้นจริงหรือไม่ เราจะรอดุว่ารายงานที่ทางบริษัทเอกชนจะออกมาในลักษณะไหน รูปแบบใดในวันข้างหน้า

GreenNews:

คำถามสำหรับคุณเกรียงไกรหลายคนอาจจะรู้สึกว่าคุณเกรียงไกรเชื่อจริงๆว่าโครงการนี้มีปัญหาในมุมควาไม่ชอบมาพากลของการดำเนินโครงการจริงๆหรือเข้ามาร่วมต่อสู้เพราะต้องการเอาใจคนนครนายกเท่านั้นสำหรับนักการเมืองก็ถูกคำถามนี้เพราะเรื่องมันดูใหญ่มีความซับซ้อน

เกรียงไกร สส.นครนายก:

สำหรับผม ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนแล้ว summary report ที่หนาๆ ผมพบว่ามันมีความไม่แน่นอนกับชีวิตประชาชนเลย ผมได้อ่านข้อความว่า เขามีความกังวลใจ 5 ประการสภาพดินสภาพน้ำใต้ดินรอยเลื่อนต่างๆทางผู้จัดทำบริษัทที่ปรึกษามีความลังเลใจในการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เขาเขียนความลังเลใจไม่แน่นอนแต่สรุปลงท้ายด้วยการเขียนว่าสามารถแก้ไขด้วยวิศวกรรม

ปัจจุบันนี้ถนนที่มุ่งหน้าไปสู่นิวเคลียร์องค์รักษ์ นย.3001 เส้นองค์รักษ์ บางน้ำเปรี้ยว ถนนขนาดใหญ่ 4 เลน พอมันมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าไปศูนย์นิวเคลียร์องครักษ์ คือเวลาเราสร้างถนน นี่เราสร้างบนดินนะครับ แต่เวลาสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นี่มันอยู่ใต้ดินนะครับ การสร้างถนนบนดิน ค่า compassion ชั้นลูกรัง ชั้นหินคลุก 95% หนามาก ค้อนตีไม่ลง ราดยางไปอีกสวยงาม แต่สร้างผ่านไป 3 เดือนถนนพังแสดงว่าอะไรมันมีเรื่องของดินถ้าพื้นใต้ดินเป็นดินเหนียวมีน้ำใต้ดินก็ทำให้พื้นมันซวนเซไม่มั่นคงมีน้ำไหลเข้าออกก็ทำให้ถนนปริแตกแล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรในสิ่งที่มองไม่เห้นอยู่ข้างล่างขนาดสิ่งที่อมงเห็นอย่างขนาดนี้แล้วสิ่งที่เราไม่เห็นจะขนาดไหน

ผมจบวิศวะด้วยครับ ผมเลยมีความเข้าใจโครงสร้างว่าคอนกรีตที่ว่าหนาแล้ว ผมอ่านแล้วผมไม่เชื่อเลย ถ้าสร้างแล้วมันเกิด crack รัศมีที่นิวเคลียร์มันรั่วไหลคือ 150 กิโลเมตร 28 จังหวัดมันไม่ใช่แค่เฉพาะบ้านเรามันกินพื้นที่ทั้งหมดทางเหนือเลยลพบุรีไปอีกมันกว้างใหญ่ไปมาก

มันเป็นปัญหาลูกหลานผมแล้ว เกินไปกว่าการเมือง ด้วยสภาพภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์มันไม่เอื้อจริงๆ ก็เลยคิดว่าต้องร่วมกับทีมงาน คิดว่าต้องย้ายไปพื้นที่อื่นที่เหมาะกว่านครนายก

GreenNews:

นี่เป็นครั้งแรกของคุณเกรียงไกรที่เข้ามาร่วมค้านเรื่องนี้

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ใช่ครับ ครั้งแรก เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลของสทน. มันไม่กว้างขวาง ผมเพิ่งเริ่มเผยแพร่กับอาจารย์สุธีร์

GreenNews:

เอาเป็นว่าขนาดนักการเมืองท้องถิ่นอย่างคุณสุธีร์ก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ การให้ข้อมูลไม่ทั่วถึงและครอบคุลม ขออีก 1คำถามเล็กๆ เวทีล่มเมื่อเช้ามีความหมายอย่างไร

เกรียงไกร สส.นครนายก:

เท่าที่ฟังจากเมื่อเช้า บริษัทเอกชนที่ปรึกษาก็อธิบายถึงปัญหา เขาพูดถึงอดีตเยอะ รู้สึกยืดเยื้อ โยงประวัติศาสตร์มากเกินไป แต่ไม่พูดเคลียถึงปัญหา คือมันเสียเวลา อยากให้พุ่งเป้ามาที่ประเด็น คำถามต่างๆ ที่อ.สุธีร์ หคือในคณะบุคคลที่ไปพบผู้ว่าฯ แล้ว ก็ยังได้รับคำตอบเดียวจากสทน.อย่างไม่มีความชัดเจน หรือกระจัดความกังวลใจให้เขาได้ การทำประชาพิจารณ์ก็กลัวว่าทำแล้วจะปล่อยผ่าน ถ้าทให้เสร็จตามกระบวนการกก็อาจจะเป็นการยอมรับ และปล่อยผ่าน พี่น้องประชาชนก็รู้สึกไม่สบายใจ ขอปิดการประชุมไปเลยดีกว่า อย่างน้อยขั้นตอนก็ clear cut

GreenNews:

ขอไปต่อที่คุณธาราก่อนเลยนะครับ ระหว่างที่รอคุณพูนศักดิ์ คำถามเดียวกันเลย

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

เหมือนที่อ.สุธีร์พูด ถ้าเราดูโครงการผลักดันมันก็นานมาแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ตอบคำถาม ไอ้คลองสามที่เกิดขึ้นกระบวนการรับฟังตั้งแต่ก่อนโควิด จนมาถึงหลังช่วงโควิด ผมคิดว่าถ้าจะให้พูดชัดๆ การล้มเวทีค.3 มันเป็นการประกาศชัดเจนว่าเวทีวิจัยนิวเคลียร์ที่องครักษ์มันไม่สมเหตุผลด้วยประการทั้งปวง ถ้าให้ผ่าน รายงาน EHIA ก็จะผ่านไปที่สผ. แล้วมันก็จะฉลุยอะ

ถือว่าเป็นความกล้าหาญของชุมชนองครักษ์ที่ออกมายืนยันเรื่องนี้ก็สมเหตุผลมันไม่ได้มีเรื่องของการปะทะกันเป็นการแสดงความคิดเห็นที่รัฐธรรมนูญรับรองเพราะมันจะส่งผลกระทบและสร้างความกังวลบให้กับชุมชนในวันข้างหน้า

รู้สึกขอบคุณชาวองค์รักษ์และดีใจที่เห็นความร่วมมือ ร่วมใจกัน active today better than radioactive tomorrow ถ้าเราขยันขันแข็งร่วมมือกันในวันนี้ก็จะไม่เจอกับภัยกัมมันตรังสีในอนาคตสั้นๆสำหรับประเด็นที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า

GreenNews:

ไม่ทราบว่าคุณพูนศักดิ์ยังอยู่มั้ยครับสะดวกที่แชร์มั้ยครับน่าจะยังไม่สะดวกงั้นเราไปคำถามที่สองกันเลยคำถามที่สองแต่ละท่านคิดว่าโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อเริ่มจากหมอสุธีร์ก่อนโครงการนี้จะเป็นอย่างไรต่อเราเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร

ผศ.ดร.นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล (ภาพ : GreenNews)

2. โครงการจะเป็นอย่างไรต่อไป?

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ผมเคยคุยกับท่านผอ. 2 คน ว่าถ้าท่านไปหาไซต์ใหม่ ประเมินที่ ไม่เกิน 3 ปีท่านสร้างเตาปฏิกรณ์ได้แล้วแต่ถ้าท่านยังคงยื้ออยู่แบบนี้มันก็จะยื้อกันไปมา

วันนี้ก็เป็นการตอกหมุดแล้วว่าชาวบ้านไม่เอาถ้าจะมาจัดอีกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้วในนครนายกเราก็ไม่เคยมีความรุนแรงแบบนี้ประท้วงแบบนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของนครนายก

ผมก็อยากส่งเสียงไปยังผู้ว่าฯ เพราะท่านเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของคนในจังหวัด นิวเคลียร์จะมากระทบความมั่นคง นครนายกเป็นจังหวัดท่องเที่ยว เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร ทั้ง 3 อย่างเป็นเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน

ผมก็อยากให้ผู้ว่าฯ ทำหนังสือส่งไปยังรัฐบาลเลยว่าจากการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่ามีการไม่เห็นด้วยอย่างชัดแจ้ง ก็อยากให้ยุติโครงการนี้จากรัฐบาล ไม่ต้องมีโครงการนี้อีกต่อไป ความจำเป็นด้านนิวเคลียร์ของไทยมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน กลับมาประเมินความต้องการทางนิวเคลียร์กันใหม่อีกทีดีมั้ย เพราะข้อมูลการประเมินคือปี 53 นี่ปี 66 ยังเอาข้อมูล 13 ปีที่แล้วมาใช้ ยังจะมาบอกว่าถ้าเราไม่มีโรงงานนิวเคลียร์ เราจะสูญเสียเศรษฐกิจประเทศปีละ 1.2 พันล้าน/ปีทั้งที่ตอนนี้มันมีเทคโนโลยีอีกมากมายเลยที่จะใช้แทนได้แล้วเรื่องนี้ก็ต้องเปิดเผยกับสาธารณชนแต่มันไม่เคยมีสักครั้งที่เปิดเผยต่อประชาชนแปลว่ามันเป็นการกระทำลับๆล่อๆมั้ยพยายามปกปิดหรือเปล่านี่เป็นข้อสังเกตที่รุนแรงมากๆรัฐบาลต้องตอบข้อนี้ให้ได้

GreenNews:

.เชื่อว่าเขาจะยังดำเนินโครงการต่อแบบเดิมใช่มั้ย เสียงเราจะช่วยผลักดันกระบวนการมั้ย

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ผมก็เคยอยากไปคุย เจรจา แต่ตอนนี้หมด passion หมดศรัทธาที่จะไปเจรจาแล้ว ความไว้วางใจที่เคยมี ว่าเราจะไปเจรจากันอย่างแบบมี integrity ทางวิชาการ

คือผม respect นักวิชาการที่ยังนั่งอยู่ข้างใน นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ในไทยมันน้อยรายมากนะ แต่คุณทำแบบนี้แล้วจะให้ respect ได้อย่างไรผมอยากคุยต่อหน้าต่อตาเลยนะคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้วคุณยอมรับจุดนี้ได้ใช่มั้ยมันมีสิ่งที่คุณรู้มใกกว่าคนอื่นแต่ไม่ทำสิ่งที่คุณรู้ไปบิดเบือนสิ่งที่คุณรู้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ทางวิชาการ

GreenNews:

คุณพูนศักดิ์กลับมาแล้ว ขอกลับไปที่คำถามแรก ผสมคำถามสอง คิดว่าเวทีล่มเมื่อเช้ามีความหมายอย่างไรกับก้าวไกล และคิดว่าโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อ

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

โครงการนี้ ทางพรรคก้าวไกลจับโครงการนี้มา 2-3 ปี ตั้งแต่อ.สุธีร์มายื่นหนังสือที่สภา ตอนนั้นเป็นสส.เบญจา (แสงจันทร์) ดูแลภาคตะวันออกทางผมได้มีส่วนร่วมอีกทีเป็นทีมเบื้องหลังตรวจสอบข้อมูล

จากสถานการณ์วันนี้ ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเหนือความคาดหมาย ก็เคยมีการพูดคุยกันแล้วว่าหน่วยงานรัฐ และองค์กรที่ปรึกษาพยายามเอาข้อมูลมาให้กับทางชาวบ้าน หรือผู้ร้อง หรือผู้คัดค้าน ผลออกมามันยังมีข้อมูลที่เป็นข้อกังขาอีกเยอะ อย่างที่อ.สุธีรืพูดไปแต่แรก

ส่วนทางพรรคเราคุยกันว่าในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น มันควรต้องมีความครบถ้วนของข้อมูลที่มากกว่านี้ ก่อนจะมาทำค.3ด้วยซ้ำ

พอมีการเร่งรีบมากทางเราก็แนะนำผู้คัดค้านว่าต้องใช้กระบวนการอื่นควบคู่กันไปอย่างกระบวนการทางรัฐสภาถ้าการมีส่วนร่วมเดิมภายใต้กรอบสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเนี่ยมันไม่สามารถตอบสนองกับกลุ่มคนทุกกลุ่มที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดังนั้นในความเห็นเราการดำเนินงานและการแสดงออกของประชาชนกทำให้เห็นชัดเจนว่ากระบวนการนี้มีข้อบกพร่องถ้าผู้พัฒนาโครงการตั้งใจจะดำเนินการอีกครั้งต้องทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้

โดยหลักการครั้งนี้ประชาชนก็ได้แสดงสิทธิ์และเสียงออกมาก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่โอเคสามารถดำเนินการได้

GreenNews:

น้ำเสียงของคุณพูลศักดิ์ก็คล้ายกับคุณธาราว่าการล่มเวทีเมื่อเช้าไม่ได้เกินกว่าเหตุแต่ประเด็นที่น่าสนใจคือกระบวนการปกติในการผลักดันโครงการนิวเคลียร์มีปัญหาในตัวมันเองอยู่แล้วแก้ยากน่าจะปลดล็อกยากคิดว่ากระบวนการทางสภาน่าจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ก็เป็นทิศทางของก้าวไกลที่จะใช้ช่องทางสภามาปลดล็อกกระบวนการปกติในระบบราชการที่เต็มไปด้วยปัญหาตามที่คุณสุธีร์พูด

อีกคำถามหนึ่งคือนัยยะสำคัญของการล่มเมื่อเช้าจะส่งผลอย่างไรต่อสิ่งที่คุณพูลศักดิ์พูดไปแล้วบ้างคิดว่าจะไม่สั่นสะเทือนอย่างไรหรือไม่

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ในความเห็นผม การล่มเวทีค.3 เป็นสัญญาณตัวหนึ่งที่ผู้พัฒนาโครงการต้องสำเหนียกไว้ การดำเนินโครงการใดใดที่มันล่อแหลมมากต่อการพัฒนา ควรจต้องทำความเข้าใจ เท่าที่ผมศึกษามา โครงการนี้ไม่เพิ่งเริ่มทำ 1-2 ปี แต่ใช้เวลานานมาก การใช้เวลานานขนาดนี้กับโครงการนี้ มันก็อาจจะถึงเวลาที่เราต้องทบทวนนโยบายของภาครัฐประกอบกันไปว่า เราควรดำเนินโครงการนี้ต่อไปหรือไม่อย่างไร หรือจะมีเทคโนโลยีใหม่มาทดแทนได้

GreenNews:

ขอเป็นคำถามที่สอง ในมุมของคุณพูลศักดิ์ที่ติดตามเรื่องมาตลอด และพยายามแก้ไขเรื่องมาตลอด การล่มเวทีเมื่อเช้าจะเป็นอย่างไรต่อ ทิศทางโครงการหลังจากนี้ เป็นผลดีมั้ยครับ จะได้เอาไปรายงานในสภา ข้อมูลแบบนี้มันฟังขึ้นมั้ยครับ ใช้ได้มั้ยครับ หรือมันเหลวไหล

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ไม่ว่าเมื่อเช้าจะล่ม หรือไม่ล่ม ยังไงพรรคก้าวไกลก็จะเอาเรื่องนี้เข้าสภาแน่นอน เพราะมันละเอียดละอ่อน มีส่วนได้ส่วนเสียเยอะ กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นส่วนแรกเลย ทางสส.เราก็เตรียมญัติไว้อยู่แล้ว

คือมันไม่ใช่นครนายกที่เดียวแต่มีเคสหลายๆที่ในหลายจังหวัดเป็นเคสอย่างเดียวกันที่ผู้คัดค้านถูกกีดกันออกจากกระบวนการแล้วกระบวนการนี้ไม่ถูกต้องเราควรจะฟังเสียงของทุกฝ่ายแล้วมีกระบวนการสร้างการรับรู้ร่วมกันแต่การมีส่วนร่วมของชุมชนของโครงการใหญ่ๆเราจะเจอปัญหาแบบนี้เราพยายามตัดผู้คัดค้านออกจากกระบวนการมันก็ส่งผลต่อการพัฒนาโครงการต่อในอนาคต

ในแนวทางของก้าวไกลนอกจากเรื่องญัตติที่จะแก้ไขเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้วเราจะนำเรื่องโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์มาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพราะว่าเรามองว่าประเด็นนี้ยืดเยื้อมีข้อห่วงกังวลเยอะเราก็ควรใช้แนวทางของคณะกรรมธิการนี้สืบสวนสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

GreenNews: คือจะใช้กลไกสภา เรื่องกรรมาธิการ 1. สอบสวนข้อเท็จจริง 2.เชื่อว่ามันนำไปสู่การทบทวนใหญ่ 3. พิจารณาใหม่ ถ้ายังอยากดันเรื่องนี้ ว่าจะพัฒนาอย่างไร เทคโนโลยีถึงไหนแล้ว ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ครับ โดยเฉพาะข้อที่ 3 ทางผมได้อ่านตัวรายงานมาก็คิดว่าเรามีความจำเป็นหรือไม่เพราะในตัวรายงงานไม่ได้ระบุชัดเจนเลยว่าสิ่งที่เรากำลังก่อสร้างมันยังมีความจำเป็นอยู่มั้ยแค่โจทย์ข้อนี้ยังตอบไม่ได้เลยในตัวรายงาน

GreenNews:

คิดว่าหลายคนก็สงสัยในคำถามนี้เหมือนกัน เท่าที่แลกเปลี่ยนนอกรอบกับคุณสุธีร์ จากคำถามว่าทำไมต้องเป็นองค์รักษ์ แล้วทำไมต้อง 20 MW แปลว่าสิ่งที่คาดหวังจะได้จากตรงนี้ ทั้งทางการแพทย์ เกษตร ความมั่นคง การวิจัย และการผลิตไฟฟ้า เท่าที่อยู่ในแผนของสำนักงาน การมีอยู่ หรือการอยากมี 20 MW แปลว่าในมุมผู้สนับสนุนคือ ต้องการพัฒนา 6 ด้านในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ แต่คำถามอีกคำถามคือ แล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจมีการเคาะออกมามั้ย 6 ด้านที่ว่ามา สมมติว่าลงทุนสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ถ้า 15 MW มันจะได้ผลผลิตในการวิจัยน้อยหรือ ได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับ 20 MW มูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบกันไปเลย คือยังไม่ค่อยเห็นประเด็นนี้ออกมาสู่ทางสาธารณะ ว่าเวลาเราพูดถึงประไทยกำลังจะลงุทน 1.6 หมื่นบล้านกับเตาอันนี้ และคาดหวังจะได้เศรษฐกิจมหึมาจาก 6 ด้าน ที่ว่านั้น ตัวเลขเป็นเท่าไหร่ คือมันมีศึกษามั้ย มันก็อาจเป็นดีลที่ควรตั้งคำถามควบคู่ไปกับว่า ทำไมต้ององครักษ์ อันนี้ก็น่าจะเป็นการเปิดฉากการให้ข้อมูลสาธารณอีกแบบหนึ่ง เจ้าของโครงการต้องมีหน้าตอบคำถามสามัญเหล่านี้ ก่อนจะมีการค้าน ขอไปต่อท่านอื่น สส.เกรียงไกรครับ คิดว่าจะไปอย่างไรต่อ

เกรียงไกร สส.นครนายก:

การทำ ค.3 วันนี้มันมีเหตุและปัจจัยตั้งแต่ปี 2560 ปีนั้นเป็นปีแรกในการจัดซื้อจัดจ้าง และจ้างบริษัทที่ปรึกษา COT มาทำประชาพิจารณ์ เป็นกระบวนการของเขาที่ต้องทำ ค.1 และค.2 ที่ผ่านมามีความสับสนและไม่ชัดเจนอยู่บ้างแต่ครั้งที่สุดท้ายนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่สมบูรณ์แบบ

ก่อนหน้าจะมีค.3 ผมก็ให้ข้อมูลให้ชาวนครนายกตื่นรู้แล้ว แล้วการทำค.3 ผมว่าทั้งสองฝ่าย ฝ่ายราชการที่ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาก็ทำหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์ ส่วนฝ่ายประชาชน เราก็รวมกันเป็นปึกแผ่นแสดงออกการไม่เห็นด้วยกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 20 MW นี้แสดงออกอย่างชัดเจนทั้งข้างล่างและบนเวทีเพื่อให้บริษัทที่ปรึกษารับรู้ว่าชาวนครนายกปฏิเสธเตาปฏิกรณ์

อันนี้คือการส่งสัญญาณในบริษัทรับรู้ แต่สุดท้ายมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าบริษัทที่ปรึกษาเขียนข้อมูลตามจริง เขียนว่าพวกเราไม่เอาเตา แล้วสรุปปิดท้ายว่าการทำประชาพิจารณ์ ค.1-3 และทำการศึกษาแล้วพบว่าที่นครนายกไม่เหมาะสมตั้งเตาปฏิกรณ์ด้วยเหตุผลทั้งทางภูมิทัศน์ภูมิศาสตร์ที่ใกล้แหล่งน้ำใกล้ชุมชนต่างๆและพี่น้องประชาชนไม่เอาสิ่งนี้ในจังหวัดขอให้ยกเลิกและปิดโครงการนี้จบสิ้น

มันคือจบครับผมรอคำนี้อยู่ผมรอเอกสารนั้นอยู่ถ้าท่านเขียวนตามประสงค์ของชาวนครนายกทุกสิ่งอย่างจะจบเท่านี้ถ้าท่านบิดเบือนข้อมูลการแสดงความเห็นของคนนครนายกเรื่องต่างๆก็คงต้องดำเนินต่อไป

ส่วนเรื่องในสภา ผมพูดปรึกษาในที่สภาไปแล้ว และส่งข้อมูลความเห็นต่างไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในวันที่ 6 ที่ผ่านมา แต่ถ้ารายงานไม่สมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ของพี่น้องประชาชน ก็คงต้องใช้กรรมาธิการ หรือแนวทางอื่น เพราะผมเป็นพรรครัฐบาล ก็อาจจะมีแนวอื่นที่จะไปกระตุ้นว่าทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ผมก็ใช้ช่องทางรัฐบาลไปกระตุ้นเขาโดยตรง อาจจะต้องใช้กรรมาธิการด้วย และภาครัฐ อาจจะเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีไปคุยกันเขาเลย แต่ผมก็อยากจะแค่รอสรุปรายงานของวันนี้ว่าจะเขียนออกมาแบบไหน จะได้ดำเนินการต่อไป

GreenNews:

ฟังดูแล้วคุณเกรียงไกรก็เชื่อว่าบริษัทที่ปรึกษาจะรายงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง โครงการก็น่าจะต้องทบทวน ไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น อย่าง ผอ.สทน.ก็ไม่บอกว่าเหตุการณืเมื่อเช้าว่าล้มเวที หรือยุติเวที ท่านบอกว่าจบเวทีเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าเวทีถูกจัดขึ้น ดำเนินการ และจบสิ้นเรียบร้อย ฉะนั้นไม่ว่าจะได้อะไรก็จะถูกรายงงานไป กฎหมายก็อาจจะตีความว่าผู้พัฒนาโครงการได้จบเวทีค.3 แล้วจบเวทีความเห็นเราก็ขอผลักดันโครงการต่อ

ทราบมาว่าทางสทน.ก็อยู่กับกระทรวง อว. แล้วได้มีโอกาสคุยหรือยังในฐานะสส.พรรคร่วม หรือได้คุยกับทางรัฐมนตรี อว.บ้างหรือยัง

เกรียงไกร สส.นครนายก:

คือในพรรค ผมได้ชี้แจงกับทางพรรคเรียบร้อยแล้ว เขาก็ให้ผมมาเฝ้าดูว่า หลังจากทำประชาพิจารณ์แล้ว เรื่องราวเป็นอย่างไร report นั่นเป็นอย่างไรถ้าเขียนตามวัตถุประสงค์ตามข้อเท็จจริงก็จบไปแต่ถ้าไม่เขียนตามนั้นก็คงไม่จบ

แต่ผมก็ได้คุยกับทางท่าน ผอ. ท่านก็บอกว่าโครงการนี้น่าจะเดินต่อไปยากเขาก็พูดสั้นๆแค่นี้เพราะว่าปัญหามันน่าจะเยอะติดปัญหาหลายอย่างงบประมาณอีกผมก็แค่หวังว่ารายงานจะออกมาตามสัจจริงตามที่พี่น้องคิดเห็นและเรียกร้อง

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ผมขออนุญาต (แทรก) จริงในจุดนี้นะครับ คือเหตุผลว่าเงินไม่มี ไม่ใช่ว่าชาวบ้านไม่ยอมรับ ผมอยากให้เขายอมรับว่าตรงๆ ว่ามันไม่ใช่แค่เงินไม่มี แต่เป็นชาวบ้านไม่ยอมรับ คือพอเราได้ยินแบบนี้ มันเหมือนคุณไม่ได้ฟังเราจริงๆ ไม่ฟังเสียงชาวบ้าน แต่ไปเอาเสียงอื่นมาอ้าง

GreenNews:

คุณธาราว่ายังไงบ้างครับ สำหรับโครงการนี้จะเดินต่อหรือไม่

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

พอ ค.3 มีปัญหา ไม่ว่าบริษัทที่ปรึกษาจะโมเมว่าทำ ค.3 แล้ว แต่ในยุคปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมันเป็นที่รับรู้กัน ผมคิดว่าชุมชนที่อคงรักษ์ ข้อมูลที่ชุมชนรับรู้มันเข้มแข็งพอที่จะยุติโครงการนี้ได้แล้ว ความกังวลต่างๆ นานา เท่าที่แลกเปลี่ยนกับสมาชิกในองครักษ์ คือข้อมูลต้องยกนิ้วให้ นักนิวเคลียร์ในสทน.อาจจะต้องยอมแพ้

ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องทัศนคติบางอย่างใน expert ทางด้านนิวเคลียร์จะบอกว่าชาวบ้านไม่รู้ชาวบ้านกลัวไปเองอย่างตอนก่อนฟูกูจิมะจะระเบิดนักนิวเคลียร์ทั้งหลายที่เราเถียงกันก็บอกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่มีทางระเบิดแต่ฟูกูชิมะเจอซึนามิไปแล้วพลังงานสำรองมันหายไปก็ระเบิดคือเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์มันไม่มีจริงมันลวงโลกแล้วมันก็ยิ่งหายไปตั้งแต่ฟุกูชิมะ

แล้วสถาบันวิจัยก็บอกว่านี่มันเล็กกว่ากันเยอะ มันไม่เหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มันไม่ระเบิด อันนี้มาอีกแล้วนะครับ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไร เพราะขนาด EHIA ก็ยังมี safety guideline ออกมาหลังจากฟูกูชิมะ ไม่ว่าคุณจะสร้างโรงไฟฟ้า หรือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย คือมัน 20 MW นี่ใหญ่นะครับ เตาวิจัยที่อื่นเขาแค่ 1 ไม่ถึง 10 MW ฉะนั้นมันก็จะมีความเสี่ยงเรื่องหนึ่งคือก่อการร้ายเราไม่รู้มันไม่มีอะไรมารับประกันได้อาจจะมีคนบอกว่าไม่มีทางที่จะมาก่อการร้านที่องครักษ์

ที่จะตอบคำถามคุณกมล คือแม้กระทั่งในรายงาน EHIA เท่าที่ผมดูเขายังไม่กำหนดสเป็คเตาวิจัยเลยเขาพูดว่ามีเตาหลายตัวรอให้เงินมาก่อนแล้วค่อยมาดูว่าจะเอาตัวไหนดีพอถึงตอนนั้นแล้วการประเมินความเสี่ยงก็ขึ้นกับลักษณะเตาวิจัยด้วย

อีกประเด็นที่อ.สุธีร์พูด ว่าไปดูว่าเราจะเอาอย่างไรกับอนาคตเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แทนที่เราจะมาเสียเวลากับองครักษ์เอา/ไม่เอา มันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่ต้องใช้เตาปฏิกรณ์วิจัย ก็เป็น cyclotron, synchrotron มันก็ผลิต isotope รังสีออกมาได้เหมือนกัน คือโจทย์มันต้องเป็นโจทย์ระดับนโยบาย มี รมต.อว.มากำหนด จริงๆ ทั้ง regulator อย่างปรมาณูเพื่อสันติกับ สทน. มันยังอยู่ภายใต้เจ้านายคนเดียวกันแล้วมันจะคุมกันยังไง

ผมคิดว่า สทน.ก็ยังดื้อตาใสต่อแหละไม่น่าจะฟังเสียงชาวบ้านหรอกแต่มันเป็นเรื่องระดับนโยบายแล้วก็ดีใจที่ทางพรรคการเมืองจะนำเรื่องเข้าสู่สภาลำพังจะพึ่งกระบวนการรับฟังมันก็ยากมากชาวบ้านก็เสียเปรียบถูกมองว่าไม่รู้เรื่องแต่สุดท้ายพอไม่ฟังเสียงชุมชนพลังของชุมชนที่ต้องการปกป้องอนาคตของพื้นที่ก็ทำไม่ได้อยู่ดีเสียเวลาทั้งสองฝ่ายเราต้องมองไม่ข้างหน้าอนาคตนิวเคลียร์ไทยว่าจะเป็นอย่างไร

ธารา บัวคำศรี (ภาพ : GreenNews)

3. มีประเด็นอะไรที่สาธารณะควรต้องจับตา?

GreenNews:

งั้นคำถามที่สามเลยนะครับ มีประเด็นอะไรที่สาธารณะควรจับจ้องในโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เมื่อกี้คุณธาราก็เพิ่งพูดไปในประเด็นความเสี่ยง ความปลอดภัย ผมให้อีก 2 ประเด็น และท่านอื่นๆ อีก 3 ประเด็นที่ควรจะใส่ใจ คุณธารา อีก 2 ประเด็น ถ้าคนไทยจะต้องจับตามอง ควรเป็นเรื่องอะไรครับในเรื่องนิวเคลียร์

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

นอกจากความเสี่ยงการก่อการร้าย แต่บางทีมันไม่ต้องถึงตรงนั้น ในรายงาน EHIA ของเจ้าของโครงการ ก็บอกว่าเราไม่เคยมีอุบัติภัยนิวเคลียร์ในไทย แต่เราเคยมี cobalt-60 และ ซีเซียม-137 นั่นถือเป็นอุบัติภัยนิวเคลียร์นะครับ จนตอนนี้ก็ไม่รู้นะครับว่า ซีเซียม-137 อยู่ที่ไหนองครักษ์หรือปราจีน

อีกอันคือ ในรายงานบอกว่าไม่พบข้อมูลในอดีตจนถึงปัจจุบันว่า มีอุบัติภัยร้ายแรงเกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์วิจัย แต่จริงๆ แล้วมันมีนะครับ มันไม่ได้ถึงขั้นร้ายแรงแบบเชอร์โนบิล หรือฟูกูชิมะ แต่มันมีนะครับ เยอะด้วย ข้อมูลมันไม่ได้แพร่กระจายเป็นที่รับรู้กันมาก ตรงนี้เป็นข้อมูลจำเป็นที่ต้องอยู่ใน EHIA และเผยแพร่สาธารณะไม่งั้นมันก็จะพูดความจริงครึ่งเดียวจริงๆแล้วเตาวิจัยปฏิกรณ์ก็มีอุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นในหลายมุมของโลกผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องคำนึงถึง

อีกประเด็นคือประเทศไทยหาทางพัฒนาเศรษฐกิจได้จากทางเลือกอื่นไม่จำเป็นต้องเอาความเสี่ยงแบบนี้มาไว้แม้ว่าจะไม่อยู่ที่องครักษ์แต่ไปอยู่ที่อื่นก็ต้องมีกระบวนการคล้ายกันแล้วมันก็ต้องมีกระบวนการที่โปร่งใสตรวจสอบได้แล้วทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัฐก็ต้องไปดูแนวโน้มทิศทางใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกว่ามันสามารถพัฒนาเศรษฐกิจพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ๆไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในอดีตคือประเทสมันต้องปรับไม่งั้นจะไปอยู่กับอดีตแล้วบอกว่าอยู่มานานแล้วแก้ไขปัญหาได้มันจบแล้วกระบวนทัศน์แบบดื้อดึงตาใสแบบนั้นมันจบแล้วมันต้องสร้างอนาคตคือเรามีอะไรต้องเยอะแยะที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของเราได้

GreenNews:

ของคุณธาราก็เป็นเรื่อง 1. ระวังความเสี่ยง 2.ระวังข้อมูลไม่ครบ เป็นข้อมูลทาเทคนิคที่ไม่อาจตรวจสอบได้ 3. ระวังเรื่องการออกแบบอนาคตเศรษฐกิจนิวเคลียร์ เราเท่าทันหรือเปล่า อนาคตควรจะต้องเป็นอย่างไร ผมว่า 3 หัวข้อที่คุณธารายกมาก็น่าสนใจ ต่อที่คุณสุธีร์เลยครับ 3 ประเด็น

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

อันดับแรกเลย คือ ความจำเป็น ตอนแรกเรามีเตา 2 MW แล้วนี่มาบอกจะมี 20 MW คือความต้องการมันกระโดดไป 10 เท่าตอนนี้เราอั้นมากเลยนะเราขาดแคลนหรอแล้วข้อเท็จจริงคืออะไรนี่คือจุดเริ่มต้นเลยว่าความต้องการมันอยู่ตรงไหน

แล้วเราพูดว่าเตาวิจัย คือมันไม่ใช้เพื่อวิจัย เตาปฏิกรณ์มี 2 แบบ คือ เตาผลิตไฟฟ้า เป็น power reactor กับอีกแบบคือ research reactor คำนี้มันวิจัยก็จริง แต่มันผลิตขาย ผลิตเพื่อการค้า แล้วถามว่าทำไมมันบูมจาก 2 ไป 20 เท่าที่อ่านเจอในรายงานคือ EEC ต้องการนิวเคลียร์ 25 % ของทั้งประเทศ อันนี้หรือเปล่าที่เราต้องการผลิต แล้วผมก็ไปเจอเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์บอกว่า สทน.กับบริษัทต่างประเทสจะส่งไฟฟ้านิวเคลียร์ขาย นี่คือความต้องการหรือเปล่าที่ทำให้ขยายตัวจาก 2 เป็น 20 MW

คือตกลงเราจะค้าขายนิวเคลียร์กันหรอแล้วเราจะทิ้งกากให้คนในพื้นที่แล้วทำกำไรจากนิวเคลียร์มันจะเป็นความโหดร้ายสำหรับคนในประเทศทิ้งกากไว้ให้ประชาชน

แล้วส่วน EEC มันดูเหมือนจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ถามว่าใครลงทุนในไทย ก็คือเงินต่างชาติที่มาลงทุน แล้วก็ขนเงินกลับประเทศ แล้วทิ้งนิวเคลียร์ไว้ในประเทศ บ้านเราก็จะกลายเป็นภาชนะที่ใครก็มาทำอะไร แล้วเก็บอะไรไป ทิ้งบางอย่างไว้ นี่คือจุดพัฒนาที่คุณธาราบอกว่าเราต้องกลับมามองว่าใหม่ เราต้องมาดูทิศทางการพัฒนา แล้วต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้จริงหรือไม่ ไทยถึงจะเจริญ มันจุดสำคัญมากทีเดียว

เรื่องที่สอง สำคัญมากทีเดียว ถ้าเรามัวแต่บอกว่าชาวบ้านไม่รู้ว่ามันดีอย่างนั้นนี้ คือไม่รู้ว่าเขามีคำนี้มั้ย nuclear literacy คือ 30 ปี มาแล้ว คุณเคยให้ความรู้ชาวบ้านมากขึ้นกว่าเดิมมั้ย แล้วก็มาตอกย้ำชาวบ้านว่าเขาไม่รู้ เหมือนกดชาวบ้านว่าอย่าไปรู้เลย รู้แล้วเดี๋ยวมันจะมาวุ่นวาย นี่หรือเปล่า ทำอย่างไรให้ชาวบ้านตื่นรู้ปำพร้อมพวกคุณ

เรื่องที่สามคือความโปร่งใสตรวจสอบได้ให้ชาวบ้านมั่นใจเพราะนิวเคลียร์เป็นความรู้พิเศษที่ชาวบ้านเข้าถึงยากเหมือนหมอก็เป็นความรู้พิเศษแต่หมอถูกกำกับด้วยจรรยาบรรวิชาชีพมีองค์กรที่คุณต้องปฏิบัติตามแล้วนิวเคลียร์ที่ความรู้ชั้นสูงนี้คุณจะเปิดเผยให้ชาวบ้านรับรู้ได้อย่างไรข้อเท้จจริงต่างๆนานา

ผมไม่ได้ปฏิเสธความก้าวหน้านะแต่คุณทำอย่างไรให้นักฟิสิกส์นิวเคลียร์รัฐบาลเปิดเผยคือแม้กระทั่งที่ญี่ปุ่นแม้ว่าระเบิดแล้วรัฐบาลก็ยังไม่ยอมออกข่าวให้ชาวบ้านรับทราบนี่คือไม่ไว้วางใจจนตอนนี้ถ้าจะไปสร้างที่ไหนอารมณ์มันก็จะเป็นแบบนี้ยกเว้นชุมชนไม่เข้มแข็งไม่มีใครลุกขึ้นมาต่อสู้

อย่างที่คลอง 5 น้ำท่วมปี 54 โรงเก็บแร่หายาก รังสีอะไรต่างๆ มันก็ไหลไปกับน้ำหมดเลย แล้วตรงนั้นมีบึงพระราม 9 ตอนนี้เพื่อนผมเอาเครื่องวัดไปรอบๆ พบว่ามันเกินระดับมาตรฐาน 10-20 เท่า แบบนี้คุณบอกชาวบ้านมั้ย ติดโลโก้บอกไว้มั้ย คือ คลอง 5 ไม่ได้มีความเป็นชุมชนเหมือนองครักษ์อาจจะไม่ได้มีใครรับรู้แต่ถึงรู้ถ้าเราไม่เกิดกรณีองครักษ์เราก็ไม่สนใจจะเข้าไปศึกษาข้อเท้จจริงแต่เขาส่งรายงานไปที่อเมริกาเมการู้แต่คนไทยไม่รู้

นี่คือผมอยากเรียกร้องนักวิทยาศาสตร์ นิวเคลียร์ฟิสิกส์ไทยอะ ว่าคุณต้องมีจรรยาบรรณในเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะเขาเป็นคนเหมือกัน มันต้องได้รับรู้เหมือนกันทุกที่ ประมาณนี้

GreenNews:

เปิดหลายประเด็นทีเดียว ผมไม่สรุปดีกว่า ให้แต่ละท่านมาฟังดีกว่า ส..เกรียงไกรต่อเลยครับ

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ผมไม่ขอลงมุมกว้างแบบพี่ธาราและอ.สุธีร์นะครับผมขอมุมแคบด้านชุมชน

เรื่องแรกนะครับ ความปลอดภัยด้านสุขภาพ เพราะว่าปัจจุบันนี้ที่สถาบันนิวเคลียร์องครักษ์ เป็นที่เก็บกากกัมมันตรังสีอยู่เยอะมากๆ ไม่แน่ใจว่าจากทุกที่ทั่วไทยมั้ย แล้วหลักการเก็บกักมันควรอยู่ชั้นใต้ดิน แต่ปัจจุบันนี้ทาง อ.สุธีร์ถ่ายภาพให้เห็นว่ามันวางอยู่บนดิน และวางอยู่ shelf คล้ายๆ กับในแมคโคร เอามาตั้งเรียงกันแล้วเอากระจกใสๆ บัง ผมไม่แน่ใจว่าวันข้างหน้า การขนออกขนเข้ามันจะมีการปนเปื้อนมั้ยแล้วยิ่งต่อไปถ้ามีการก่อสร้างแล้วการรั่วไหลอาจจะเป็นเรื่องใหญ่

ผมเลยกังวลเรื่องความปลอดภัย และสุขภาพ โรคร้ายที่เกิดจากกัมมันตรังสีมันเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง การเปลี่ยนทางพันธุกรรม DNA มันสามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ ผมเลยห่วงสุขภาพคนในชุมชนและคนรอบข้างมาก

ประเด็นที่สองแค่ข่าวว่าจะสร้างจริงออกแบบจริงความตื่นกลัวของประชาชนในรอบข้างที่จะมาท่องเที่ยวการจะมาซื้อที่ปลุกไร่ทำนาสร้างบ้านในนครนายกเขาจะคิดหนักราคาที่ดินจะตกฮวบสินค้าเกษตรต่างๆถ้าระหว่างการก่อสร้างพืชผลต่างๆใครจะมากล้าซื้อแล้วแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใครจะมากล้ามาเที่ยวเพราะมีเตาปฏิกรณ์อยู่ที่นี่

ทราบใช่มั้ยครับว่านครนายกเป็นจังหวัดสีเขียวข้างๆปทุมเป็นโรงงานสระบุรีเป็นโรงงานทางปราจีนก็เป็นดรงงานขนาดใหญ่คือจะเว้นซักจังหวัดได้มั้ยครับให้เป็นปอดของภาคกลางให้มีอากาศบริสุทธิ์เป็นที่พักยามเกษียณของข้าราชการเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็เป็นแหล่งเศรษฐกิจมวลรวมของคนในจังหวัดนครนายกคือถ้ามีมันจะถดถอยลงอย่างมาก

ประเด็นที่สามผมคิดว่าการคุ้มทุนในการลงทุนของรัฐบาลถ้าจะลงทุนก่อสร้างมันคุ้มทุนจริงๆมั้ยลงทุนหลายหมื่นล้านเอาไปทำอย่างอื่นเพื่อประชาชนมันจะได้มากกว่า

แล้วการลงทุนอันนี้ มันไม่ใช่เพื่อการศึกษา แต่มันเป็นการลงทุนเชิงพาณิชย์ เขาบอกว่าสร้างแล้วมันจะสร้างสาร isotope รังสีต่างๆ เอาไปจำหน่ายในรพ. ใช้ในอุตสาหกรรม ตรวจสอบอัญมณีต่างๆ หรือใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืช ที่สำคัญ เขาหวังว่าจะส่งขายรังสีออกไปทั่วโลก ท่านคิดว่าเทคโนโลยีของไทยมันตอบรับความต้องการ มาตรฐานของต่างประเทสได้จริงหรอ เห็นรัฐบาลลงทุนหลายอันแล้ว สร้างสินค้าไม่ได้ คนที่ช้ำใจคือ รัฐบาลต้อง subsidize ของตัวเองเพราะมันผลิตมาแล้วขายไม่ได้ก็วื้อของตัวเองเสียเงินสองต่อมันขาดทุนสองต่อ

แล้วการที่เขาบอกว่าเมื่อปี 36 บอกจะสร้างเตา 10 MW แล้วพอมาปี 60 บอกจะสร้าง 20 MW เขามองเรื่องการตลาด มองเรื่อง demand ว่าต้องมีการส่งออกต่างๆ นานาน รพ.มีการใช้เครื่อง x-ray มันเป็นความคิดความฝันแต่มันจะจริงมั้ยก็อีกเรื่อง

นี่คือเรื่องที่ผมเป็นห่วง เรื่องความคุ้นทุนเม็ดเงินหลายหมื่นล้าน เราเอาไปใช้พัฒนาอาชีพ ช่วยเหลือคนจนจะยังดีกว่า หรือถ้าจะเอาจริงๆ ก็สร้างแบบเล็กๆ ไปก่อนดูว่าเป็นอย่างไร ให้มันแน่ชัดว่าก่อน เป็น prototype ก่อนจะก้าวไปสู่ international

GreenNews:

แล้วไม่คิดว่าเพื่อไทยจะสนใจสร้างเศรษฐกิจนิวเคลียร์หรอครับ ช่วงนี้เขาต้องเร่งหาเงินอยู่นะ

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ช่องทางหาเงินมันเยอะแยะครับความเป็นอยู่และความอันตรายของคนในชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญครับผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่เห็นด้วย

GreenNews:

ขอต่อไปที่คุณพูลศักดิ์ครับ 3 ประเด็นครับ

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

3 ประเด็นของทางผมนะครับ

อันดับแรกคือ การจัดการความเสี่ยง อย่างที่เราเห็นว่าเรามีปัญหาในการจัดตัวกากกัมมันตรังสี และการควบคุมการใช้กัมมันตรังสี เช่น ซีเซียม มันก็แสดงให้เห็นชัดว่าเรามีปัญหา ดังนั้นการจัดการ มันยังมีช่องโหว่ มีอะไรที่เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เราต้องระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

อันดับสองเป็นข้อย่อยในการประเมินโครงการนิวเคลียร์ถัดไปผมมองว่าเราต้องประเมินความจำเป็นถึงโครงการต่างๆเหล่านี้การประเมินต้องใช้นักวิชาการนักเศรษฐศาสตร์หลายๆคนมาประกอบกันเพื่อให้ไทยได้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย

สิ่งเหล่านี้มันรวมถึงเรื่องของ site selection เป็นอีกหนึ่งข้อการเลือกพื้นที่ต่างๆมันต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอย่างของฟิลิปินส์ที่จะเปิดโรงงานนิวเคลียรืขึ้นมาอีกครั้งก็เลือกพื้นที่ห่างไกลเป็นเกาะเราต้องเลือกพื้นที่ที่ห่างไกลชุมชน

แต่ความเห็นส่วนตัวของผม การจัดการกากกัมมันตรังสีมันจำเป็น ไทยเราใช้กัมมันตรังสีในกิจกรรมต่างๆ มากมาย ดังนั้นจะบอกว่าเราไม่ควรมีเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องจัดการให้ดี รวมไปถึงของเสียประเภทอื่นๆ ด้วยนะครับ มันยังมีของเสียจากปรอท หลายประเทสก็ยกเลิกการส่งออกนำเข้า คือมันก็จำเป็นของเสียภายในประเทศเราจะจัดการมันอย่างไร

ข้อสุดท้าย ผมคิดว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์ มีการพูดคุยกันมากมายว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ในเยอรมันก็มีการพูดคุยกัน มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 โรงสุดท้ายแล้วก็ถูกปิดไป ดังนั้นผมว่าคงต้องมานั่งดูเทคโนโลยีที่อื่นว่าเขามีอะไรบ้าง ญี่ปุ่นมีการพัฒนา hydrogen fusion ใช้พลังงานจากปฏิกรณ์ฟิวชั่นขึ้นมาผมมองว่ามันคือพลังงานแห่งอนาคตทางเราก็พยายามตามข่าวตรงนี้อยู่อีกไม่กี่ปีญี่ปุ่นก็จะผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์

ดังนั้นเราก็ต้องมองดูว่าเทคโนโลยีมันกำลังจะหมดไปแล้วหรือไม่เป็นอีกหนึ่งข้อที่ผมฝากไว้ในการทำนโยบายต่างๆเราควรต้องศึกษาให้รอบด้านด้วย

เกรียงไกร กิตติธเนศวร (ภาพ : GreenNews)

4. บทบาทนักการเมือง ในเรื่องนิวเคลียร์ ที่เป็นอยู่ที่ควรเป็น?

GreenNews:

ผมกลับมาเร็วๆ ที่คำถามสุดท้ายที่หลายคนอาจจะอยากฟังคำตอบ บทบาทนักการเมืองกับนิวเคลียร์ เริ่มจากคุณธาราก่อนเลยครับ คาดหวังบทบาทนักการเมืองแบบไหนในการพัฒนานิวเคลียร์ในไทย

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

จริงๆ คาดหวังเยอะ เพราะมีรัฐบาลใหม่ ผมคิดว่าหลักคือ เอาโจทย์ขั้นแรก เรื่อง ซีเซียม-137 ที่ตามกันอยู่ ตอนนี้เรายังไม่รู้ข้อมูล สุดท้ายว่ามันอยู่ที่โรงหลอมเหล็ก หรือที่สทน. เก็บกากที่องครักษ์ ผมอยากรู้มากเลยว่าไอ้แท่ง ซีเซียม-137 มันหายไปไหน อยากจะหวังพึ่งกระบวนการราชการปกติไม่ได้ ก็อยากจะพึ่งรัฐสภา กรรมาธิการ คือถ้าตอบได้ว่า ซีเซียม-137 มันอยู่ที่ไหนถ้าตอบคำถามนี้ได้ค่อยมาคุยกันว่าอนาคตนิวเคลียร์ไทยอยู่ที่ไหนถ้ายังตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องมาคุยกันเอาแบบนี้ดีกว่า

ผมหวังเรื่องกรรมาธิการที่เขากำลังจะเลือกกันพรรคต่างๆที่จะอยู่ในกรรมาธิการชุดต่างๆมันก็เป็นกลไกสำคัญที่จะเปิดให้ถกเถียงอภิปราย

GreenNews:

ต่อคนวงนอกอีกท่านเลยละกันครับ คุณสุธีร์ คาดหวังบทบาทนักการเมืองยังบ้างครับ

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

อันแรกเลยคือ อยากให้ช่วยเซ็ตมาตราบานนิวเคลียร์ประเทศไทย ซีเซียม-137 ที่เจอในฝุ่นเหล็กกับที่หายไปมันตัวเดียวกันมั้ยไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนฟันธงว่ามันตัวเดียวกันแล้วถ้ามันไม่ใช่ตัวเดียวกันมันอยู่ที่ไหนอย่างไรแล้วที่เจอเจอที่ไหนแล้วมันหายไปที่ไหนอย่างไรนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่ามันตัวเดียวกันตัวมาตรฐานนั่นแหละที่ทำให้ไว้ใจได้

ผมประสบด้วยตนเอง เราบอกว่าเราร้องเรียนไปเขตหวงห้าม ที่ห้ามไม่ให้มีคนอยู่ พอร้องเรียนไปไม่กี่เดือนก็ยกเลิกกำหมายข้อนี้ เราร้องเรียนว่าคุณเก็บกากไม่มีใบอนุญาต ก็ไม่เป็นไรมีนิรโทษกรรม นี่คือมาตรฐานอยู่ไหน แล้วองค์กรปรมาณูเพื่อสันติ เป็น regulator ต้องดุแล สทน. เพราะ สทน.เขาเป็นฝ่ายผลิตแล้วปรมาณูเพื่อสันติก็ไปเปลี่ยนกฎเองทั้งที่ตนเองเป็นคนออกกฎแล้วถ้าไม่มีมาตรฐานตรงนี้ใครจะเชื่อมั่น

อย่างที่บอกว่ามันเป็นวิทยาศาสตร์ชั้นสูง เราต้องการคนที่มากำกับควบคุม อยากให้ ส.. นักการเมืองไปดูว่า regulator ทำหน้าที่ตัวเองหรือยัง ถ้ามันไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามโครงสร้าง เพราะมีรมต.คนเดียวกัน รมต.ต้องการผลักดันไม่สามารถอิสระพอคุณก็ต้องหาทางอิสระพอเพื่อให้ชาวบ้านไว้วางใจได้

อีกเรื่องที่ผมไปประสบ และเข้าพบกรรมาธิการหลายชุดมากนะ มันมีประสบการณ์ที่อยากฝากส..ทั้งสองท่านเลยนะเราก็จะมาร้องเรียนโครงการแต่เขาก็บอกว่าเนี่ยยังไงโครงการนี้ก็ต้องสร้างอยากได้อะไรบอกเดี๋ยวจะไปบอกเขาให้ผมบอกว่าผมไม่ได้มาต่อรองเอาผลประโยชน์แต่มาร้องเรียนความเดือดร้อนเขาก็ตำหนินุ่นนี่กับชาวบ้านกว่าชาวบ้านจะไปได้

แล้วกรรมาธิการที่กำกับ สทน.โดยตรงเลยนะ ไม่ใช่ชุดไหน อันนี้เป็นความผิดหวังชุดแรกเลยนะกับ ท่าทีของกรรมาธิการชุดนั้น อีกชุดหนึ่ง เป็นชุดรับฟังความเห็น เขาก็ดีมากเลยนะ เตรียมให้เราพูด แล้วก็มีนักวิชาการ มีเวทีกรรมาธิการที่นักการเมืองไปฟังชาวบ้าน จดบันทึกไปแล้ว ก็ไปหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทีนี้ชุดเดิม แต่พอเปลี่ยนประธานแล้ว เขาก็เอารายงานที่ผมเขียน ตั้งคำถาม สทน. แล้วสทน.ก็เขียนเอาคำถามเราไปแล้วส่งกลับมาเหมือนไปรษณีย์ไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูว่าคุณตอบคำถามอะไรมั้ยกลายเป็นกรรมาธิการเป็นไปรษณีย์ตอบเป็นลูกปิงปองไปคือถ้าคุณไม่มีผู้เชี่ยวชาญก็ไปค้นหามาแล้วก็ดูว่าที่เขาถามมีประเด็นมั้ยถ้ามีแล้วจะตอบเขาอย่างไร

ผมอยากให้กรรมาธิการยุคใหม่ใช้วิชาการที่แท้จริง เพราะชาวบ้านตอนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไปนะ เขาก็พอมีความรู้กันนะ อยากให้กรรมาธิการอัพเกรด อัพเวล ทำให้เวลาตอบใช้หลักวิชาการ มันก็จะเป็นนักการเมืองยุคใหม่ ขอไว้เท่านี้ครับ

GreenNews:

ชัดเจนครับ ต่อไปที่ส..นครนายกเลยครับ ฟังดูเหมือนเขาชอบแนวทางกรรมาธิการของก้าวไกลนะครับ เพื่อไทยว่ายังไงบ้างครับ

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ขออีกนิดนึง ส..ก้าวไกล และคุณเกรียงไกรมา มันได้จับต้อง ได้คุย ขอบคุณมากๆ เลย ทำให้การไปล้มเวทีครั้งนี้เรามีสักขีพยาน มีคนดูแล ไม่ได้ทำร้ายใคร รู้สึกว่าอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญคือ สส.ไม่ได้มีบทบาทแต่ข้างบน ดูแลชาวบ้าน เป็นปากเสียง คือความเดือดร้อนชาวบ้าน เขาไม่ฟัง คือต้องขอบคุณสส.เกรียงไกรมากๆ ที่มาอยู่ในพื้นที่ ทุกคนก็ดีใจมากๆ

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ส่วนตัวผมเป็นสส.ค่อนข้างติดและก็อยู่ในพื้นที่ครับทุกครั้งปัญหาในพื้นที่ผมก็รับฟังหาทางแก้ไขถ้ามันแก้ไขในจังหวัดได้ด้วยหน่วยงานราชการก็จบไปแก้ไปถ้าสิ่งไหนมันแก้ภายในจังหวัดไม่ได้อย่างแท่งซีเซียมมันอยู่ที่ไหนอยากรู้แบบนี้ในจังหวัดผมเขาไม่รู้แน่ๆไม่ตอบก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการกลไกกรรมาธิการเพื่อสืบสวนแต่ตอนนี้กรรมาธิการยังไม่มีต้องรออีกสักครู่นึง

การเข้าสู่กรรมาธิการสิ่งสำคัญคือคนในคณะด้วยถ้าในนั้นมีคนที่มีความรู้ความสามารถก็สามารถง้างปากข้าราชการให้ตอบมาได้แต่ถ้าองค์ความรู้ของคณะนั้นไม่เท่าทันราชการก็อาจจะบอกความจริงบางมุมไม่ใช่ทั้งหมดเราก็ต้องคอยโต้ไปมาเพื่อหาข้อเท็จจริงอันนั้นให้ปรากฎแก่สังคมให้ได้นี่คือรูปแบบของกรรมาธิการ

แล้วอีกแบบคือ ตั้งกระทู้ถามสด รมต. เช่นแท่งซีเซียมพี่น้องนครนายกสงสัย มีการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์แล้ว แท่ง ซีเซียม จะเอาไปไว้ที่ไหน จัดการอย่างไร จี้ให้ท่านรมต.ตอบเลยก็ได้มันมีรูปแบบการทำงาน

อีกอย่าง ผมเป็นพรรครัฐบาล ก็เป็นข้อโชคดีของคนจังหวัดนครนายกมากๆ บางเรื่องราวเราสามารถลิงค์โดยตรงกับรัฐบาลหรือพรรคร่วมได้เลย ผมเดินเข้าไปคุยกับรมต.ได้เลย ช่วยผมหน่อยได้มั้ย นี่คือ บทบาทหลังบ้าน

อีกอย่าง ใช้กลไกรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันในการข้อมูล และขอความช่วยเหลือ ถือเป็นมิติที่ดีสำหรับพี่น้องนครนายก ให้ผมเป็นเรี่ยวแรง เป็นปากเสียง มีมิติช่วยเหลือพี่น้องต่างๆ ใช้ผมได้คุ้มค่า

GreenNews:

ครับ เชิญท่านสุดท้าย บทบาทนิวเคลียร์ควรจะเป็นอย่างไร และที่กำลังทำเป็นอย่างไร

พูนศักดิ์ จันทร์จำปี (ภาพ : GreenNews)

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ก็คล้ายคลึงกับแนวทางที่ผมได้เรียนคุณกมลไปสักครู่นะครับ

เราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาเราเชื่อมั่นในแนวทางที่เราดำเนินการอยู่ตัวคณะกรรมาธิการที่เราจัดสรรไว้สำหรับคณะกรรมาธิการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติแต่ละคนก็มีแต่ตัวตึงๆทั้งนั้นก็พร้อมทำงานทันทีเรามีเครือข่ายที่ค่อนข้างจะเป็นนักวิชาการที่พร้อมจะเข้ามาทำงานในคณะนี้อยู่เราสามารถให้คณะนี้ทำรายงานออกมาเล่มหนึ่งเพื่อเป็นคำตอบของสังคมได้อันนี้เป็นหลักการเลยที่เราอยากใช้กลไกรัฐสภาในเรื่องนี้

จริงๆ แล้วคำถามนี้ ผมอยากถามคุณกมลมากกว่า เรื่องของความคิดเห็น ความคาดหวังที่คนภายนอกมองนักการเมืองว่าเป็นอย่างไร ถาม ณ ตอนนี้เลยครับ มีความเห็นอย่างไรครับ

GreenNews:

ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้ชัดคือกลไกที่กำลังไปสู่ทางออกเป็นแบบไหนแล้วก็กำลังมีปัญหาแบบไหนเป็นหน้าที่นักการเมืองที่ต้องบอกเพราะคนนอกไม่รู้สมมติก้าวไกลสนใจใช้กลไกกรรมาธิการคือฟังดูดีเลยแต่หวังผลได้แค่ไหนจะได้แค่รายงานหรือจะได้การเปลี่ยนแปลงหรือจะได้อะไร

มันคือสเต็ปต่อไปของสังคมไทยที่จะต้องเผชิญกับเมกะโปรเจค นิวเคลียร์ก็มีความ technical มันมีความซับซ้อนอย่างที่หมอสุธีร์พูด มันต้องการจริยธรรมขั้นสูงของวิชาชีพ นักฟิสิกส์ทั่วประเทศต้องมากองรวมกันแล้ววิเคราะห์ว่าความต่างระหว่างนิวเคลียร์ 19 20 และ 21 MW อันไหนมีประโยชน์มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจกับสังคมไทยวันนี้ได้อย่างไร

และรัฐบาลที่กำลังเข้ามาควรจะทำอย่างไรกับเศรษฐกิจนิวเคลียร์ ถ้าอยากจะไปทิศนี้ ถ้าไม่ใช่ เหตุผลคืออะไร คำถามนี้ คนวงใน/วงนอกการเมืองจะต้องค่อยๆคลี่มันออกมาจุดมันคืออะไรแล้วค่อยๆแตะมันที่จะสเต็ปอย่างที่คุณหมอสุธีร์พูด

และนักการเมืองก็จะมีบทบาทสำคัญมากในการผลักดันการรับรู้ของสาธารณะ ถ้าทำได้ อย่างน้อยตั้งเค้าให้เห็นว่านักการเมืองอยู่ตรงไหน มีบทบาทอะไร จะไปผลักดันอะไร ไปปลดล็อกอะไรก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

จริงๆความเห็นผมที่จะตอบคำถามข้อนี้ก็คล้ายๆที่คุณกมลว่าคือพยายามทำให้กลไกรัฐสภาที่มีเป็นกลที่สามารถตอบสนองประเด็นปัญหาตอบสนองความยากลำบากในการดำเนินนโยบายกลไกนี้มีความสำคัญไม่ใช่เหมือนสมัยก่อนที่ตั้งกรรมาธิการเพื่อให้ได้เล่มรายงานมาเล่มหนึ่งแล้วใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้โดยเสียงบประมาณไปมากมายไปดูงานในการเมืองใหม่

ผมเชื่อว่าต้องใช้กลไกนี้เพื่อตอบโจทย์ประชาชน ตอบโจทย์ข้อขัดแย้งประชาชนในประเด็นใหญ่ๆ อย่างเมกะโปรเจคต์ที่ว่า แล้วยิ่งมาได้ฟังจากท่านสส.เกรียงไกร ก็พบว่าแนวทางของเราทั้งสองฝ่าย คงจะเป็นในแนวทางเดียวกัน สามารถร่วมมือกันได้ในอนาคต ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพราะตอนนี้ผมเชื่อว่าเรากำลังมองถึงประชาชนเป็นหลัก เป็นใหญ่

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

ผมขอเพิ่มนิดนึง ลืมอันนึง อยากจะพูดตั้งแต่ต้นแล้ว ช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา เขาทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ปี 60-69 ผมคิดว่ามันต้องรื้อดู เพราะตัวแผนมันไปกำกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้และวันข้างหน้า มันจะอยู่จนถึงปี 69 ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลใหม่จะทำอะไรได้บ้าง เพราะมันล็อคอะไรไว้บางอย่าง ทำให้เกิดความขัดแย้งที่องครักษ์ ก็เลยอยากจะฝากแผนยุทธศาสตร์นี้ที่ร่างในยุคคสช. ร่างตั้งแต่ปี 60-69

GreenNews:

เข้าใจว่าคุณธารากำลังบอกว่า ทิศทางการพัฒนานิวเคลียร์ และที่องค์รักษ์เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา 20 ปีที่ถูกวางไว้ด้วย ตัว 20 ปีจะล้อคเรื่องนิวเคลียร์

ธารา ผอ.กรีนพีซไทย:

ที่ชัดเจนคือ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนานิวเคลียร์ปี 60-69 คือก็น่าสนใจว่ามันมีจุดอ่อน แข็งตรงไหน มันก็เป็นภารกิจของรัฐบาลใหม่ ก็อยากเอาใจช่วยให้มีการรื้อกระบวนทัศน์นี้ของไทยด้วย

เกรียงไกร สส.นครนายก:

ผมคิดว่าปัญหาต่างๆนานาที่ผ่านมาเพราะว่าผลพวงของการบริหารจัดการของรัฐบาลเก่าเห็นได้ว่าเดินไปไหนไม่มีแนวร่วมไม่มีผู้ใหญ่ชี้นำคุยกับผู้ใหญ่ไม่ได้พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ทุกอย่างราบรื่นตอนนี้ไม่โดดเดี่ยวแล้วมีผู้แทนอยู่เคียงข้างทำงานขอข้อมูลอะไรก็ง่ายหมด

ผมว่าปัจจัยสำคัญทั้งหมดที่ผ่านมา ความยุ่งยากต่างๆ ในการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์มมันงึมงำ อำพรางไม่โปร่งใส เพราะเกี่ยวกับลการจัดการกับรัฐบาลเก่า แต่พอมีรัฐบาลใหม่ ทุกอย่างมันเริ่มจางออก แสงพระอาทิตย์เริ่มส่องมา ทุกอย่างโปร่งใส มีรัฐบาลท่านเศรษฐา ที่ friendly and gentlemen มุ่งเน้นช่วยเหลือความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างแน่นอนทุกข์อันไหนท่านพร้อมรับฟังเมื่อหัวขบวนเป็นแบบนี้หางขบวนก็ต้องรับฟังเป็นรุปแบบเดียวกัน

ฉะนั้นการบริหารจัดการ ปัญหาต่างๆ ที่คาใจพี่น้องประชาชน ผมว่ามันเป็นเรื่องง่ายในอนาคต เมื่อเทียบกับ 8-9 ปีที่ผ่านมา มันเป็นหน้ามือกับหลังมือเลย ผมมั่นใจในฐานะตัวแทน ผมสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ ถ้าอ.สุธีร์มีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือ ผมก็ยินดีช่วยเสมอ วันนี้นับเป็นโอกาสดีที่เริ่มนับว่าเป็นความสว่างสดใส โปร่งใสมากขึ้น

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ของผมสั้นๆ เพราะได้กล่าวไปหมดแล้ว ผมว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์ตอนนี้น่าจะต้องได้รับการรื้อ เช่น คุณธาราบอกว่ามีการระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติต่างๆ ผมคิดว่า ณ ตอนนี้ เทคโนโลยีก้าวไปค่อนข้างไว แผนที่ร่างไว้ปี 60 ที่อาจจะทำมาตั้งแต่ 57-59 มันอาจจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยไปแล้ว ผมว่าเราต้องเริ่มศึกษาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ณ ปัจุบัน หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆ มา 10 ปี ผมว่าการดำเนินโครงการหนึ่งมันต้องมีความรอบข้างมาก มันมีผลกระทบต่อคนอีกรุ่น สิ่งแวดล้อม การจัดการต้องทำอย่างไรให้มันมีความยั่งยืนมากที่สุด อันนี้โดยหลักการและพื้นฐานของพรรคก้าวไกล

GreenNews:

ถามต่ออีกนิดนึง เห็นคุณพูลศักดิ์ตามเรื่องนิวเคลียร์มา ข้อมูลอัพเดทที่สุดขององครักษ์ ปีอะไร

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

ตัว EIA ล่าสุดที่ทำการศึกษา ถือว่าเป็นข้อมูลล่าสุด เล่มล่าสุดปีนี้ ค.3

GreenNews:

ข้อมูลใน EIA เป็นข้อมูลถึงปีไหน

พูนศักดิ์ สส.ก้าวไกล:

อันนี้เป็นปัญหาที่ผมกล่าวไว้ตอนต้นว่า รายละเอียดโครงการ ผมรู้สึกว่าไม่มีการระบุชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเตานี้ มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในตัวรายงงานนี้ความชัดเจนว่าเขาวิเคราะห์จากอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ข้อมูลฐานปีไหน มันไม่มีในนั้น เป็นความคลุมเครือที่ผมกล่าวไว้แต่แรก ผมเลยมองว่าเราต้องเช็คข้อมูลตรงนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลพื้นฐานอันเดียวกัน เป็นที่ยอมรับ ณ ปัจจุบัน เหมือนกับเทคโนโลยี

สุธีร์ (เครือข่ายนครนายกฯ) : 

ไม่แปลกหรอกครับที่สส.พูลศักดิ์ไม่รู้ เพราะข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บเป็นความลับ ไม่ได้เป็นเปิดเผยให้ชาวบ้านรู้ ตั้งแต่ ค.1 .2 จนกระทั่งค.3 เราร้องเรียนไปถึงได้พึ่งรู้การทำประชาพิจารณ์มันแค่บอกว่าเราจะทำอะไรไม่ได้มีข้อเท็จจริง

สิ่งที่ผมอยากฝากทิ้งท้าย คือ เวทีการรับฟังความคิดเห็น ตอนนี้ในการรับรู้ของมันคือ พิธีกรรมหนึ่งที่จะนำไปสุ่ความต้องการใดใดของคนที่ทำโครงการนั้นๆ อันนี้อยากฝากไปยังบทบาทของสส. นักการเมืองต่างๆว่าจะทำอย่างไรให้การรับฟังความเห็นไม่ใช่พิธีกรรมให้มีการโต้แย้งมีหลักการจริงๆ

ผมเพิ่งไปอบรมกับคุณทนายส. เขาจัดอมรมเพื่อให้มีความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อม กฎหมายสิ่งแวดล้อม มันมีกฎ FPIC คือมันต้อง Free ไม่มีอามิสสินจ้างใดใด เวที ค.1 มีการจ่ายเงิน 200 และผ้าห่มสีฟ้ามีโลโก้ สทน.เรียบร้อยมันไม่มีฟรีแล้วหละเพราะมันมีแรงจูง

ต่อมาคือ Prior มันต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันเขาก็แจ้งบนเว็บไซต์แต่ไอ้เล่มมันไม่ถึงชาวบ้านถ้าใครอยากอ่านก็ไปดาวน์โหลดการเข้าถึงตรงนี้มันจะอ่านมั้ยวันนี้เขาพึ่งมาแจกหน้าเวทีมันไม่ล่วงหน้าแท้จริง

อันที่สาม Inform ทำยังไงให้รู้ สส.ลงพื้นที่นี่รู้เลยว่าชาวบ้านไม่รู้จนต้องมาพูดคุยกันถึงจะเกิดความรู้รู้เพราะว่าฝ่ายคัดค้านทำให้รู้ไม่ใช่คนทำโครงการทำให้รุ้อันนี้ก็ผิดหลัก

สุดท้าย Consent ชาวบ้านเขาไม่ยินยอม ทำไมคุณจะยังดื้อดึงอยู่ ผมว่าหลักการ 4 ข้อนี้ควรจะเป็นหลักการที่ทุกคนจะเข้าเวทีนี้ต้องยึดให้มั่นรวมถึงบริษัทที่ปรึกษาด้วย

สุดท้ายคือ ในเชิงโครงสร้าง บริษัทที่ปรึกษาเป็นลุกจ้างของสทน. สทน.ไปจ้างบริษัท COT มาทำมันก็เหมือนลุกจ้างตอบสนองนายจ้างมีใครบ้างว่าสั่งทำสินค้าแล้วไม่ตอบสนองเรามั่นใจว่าแบบนั้นคือตอนเช้าคุยกับเขาก็บอกว่าเรามีความมั่นคงทางวิชาการแต่คุณเป็นลูกจ้างเขาจะไม่ตอบสนองหรือ

ฉะนั้นมันจะมีองค์กรกลางมั้ย เป็น Third Party องค์คณะที่สามารถเป็นกลาง ให้องค์กรนี้เป็นคนจัดจ้างคนมาทำการประเมิน แล้วตัดขาดกันเลยระหว่างบริษัทที่ปรึกษา กับบริษัทที่ต้องการทำโครงการ ในเชิงโครงสร้างควรจะมีการจัดการตรงนี้ แล้วก็อยากให้ไปแก้กฎหมายเหล่านี้ เพื่อให้การทำ EIA มีอิสระ และมีการรับฟังอย่างแท้จริง ตามหลักสากล ของฝากเท่านี้ ขอบคุณมากๆ ครับ ในการพูดคุยวันนี้

GreenNews:

ขอบคุณมากๆ ครับทุกท่าน และขอถือโอกาสปิดการสนทนาวันนี้ไว้แค่นี้ โอกาสหน้าคงได้อัพเดตติดตามกันต่อเป็นระยะ ๆ สวัสดีครับ

 

ชมย้อนหลัง GreenLive : “นิวเคลียร์วิจัยองครักษ์ หลังรับฟังครั้งสุดท้ายล่ม” มีอะไรที่คนไทยควรจับตา

(ภาพ : GreenNews)