“กันเขตชุมชนออก ก่อนประกาศอุทยานฯ ถ้ำผาไท” สกน.-พีมูฟเรียกร้อง

ยื่น “ผู้ว่าลำปาง-กรมอุทยาน-ป่าไม้ลำปาง” วันนี้ เรียกร้องให้มีการกันเขตชุมชนออก ก่อนประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทซึ่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมการ และกำหนดจัดเวทีรับฟังรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย 4-8 ก.ย. นี้ 

ยัน “การกันเขตชุมชนออกก่อนประกาศฯ” เป็นข้อเสนอที่เคยมีการศึกษา ตรวจสอบและสรุปโดยรัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องไว้แล้ว หากไม่ทำจะเกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐแน่นอน

(ภาพ : สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ)

ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง 3 หน่วยงาน

สืบเนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ประกาศผ่านเฟสบุ๊ก เมื่อ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย. นี้  ในการกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) จังหวัดลำปาง เพื่อเตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ 

วันนี้ (31 ส.ค. 2566) สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) จ.ลำปาง สมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) และ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดลำปาง เพื่อยื่นหนังสือให้ ชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เรียกร้องให้

1. ก่อนมีการประกาศเขตอุทยานต้องมีการกันพื้นที่ของชุมชนออกจากแนวเขตอุทยานก่อน

2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการดำเนินการที่จะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่ 

3. การดำเนินการประกาศเขตอุทยานต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่เป็นสำคัญ และรัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนในการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรในชุมชนอย่างยั่งยืน 

“กรณีประกาศเขตอุทยานถ้ำผาไท อยากให้ทางจังหวัดยืนยันตามแนวเขตที่ชาวบ้านเสนอ ก็จะไม่มีความเดือดร้อน ไม่มีความขัดแย้ง และจะได้ดูแลทรัพยากรที่มีอยู่กันต่อไป” ตัวแทนจากสหพันธ์ฯ กล่าว

(ภาพ : สำนักข่าวชายขอบ)

เป็นข้อเสนอที่รัฐเคยศึกษา สำรวจและสรุปแล้ว

“จากกรณีการเตรียมประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง ชาวบ้านในหลายชุมชนในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อนในการเตรียมประกาศพื้นที่อุทยานฯ ถ้ำผาไทที่แนวเขตอุทยานฯ มาทับซ้อนกับพื้นที่ที่ชุมชนดูแล 

ชาวบ้านจึงได้มีการเรียกร้องให้รัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน จนกระทั่งรัฐได้มองเห็นปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

จนกระทั่งได้มีการแต่ตั้งคณะทำงาน ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องแนวเขตอุทยานฯ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางออก โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนบ้านกลาง บ้านแม่ส้าน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ บ้านขุนอ้อนพัฒนา บ้านแม่กวัก ต.บ้านอ้อน บ้านแม่ฮ่าง ต.นาแก บ้านขวัญคีรี ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง และบ้านแม่จอกฟ้า ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ. ลำปาง 

ได้มีการสำรวจขอบเขต และจัดทำแนวเขตร่วมกันระหว่างชุมชน ฝ่ายปกครอง และอุทยานฯ ถ้ำผาไท (เตรียมการ) ซึ่งได้มีการทำบันทึกแนวเขตที่ชุมชนได้ยืนยันให้อุทยานฯ ถ้ำผาไท (เตรียมการ) ต้องกันออก ประกอบด้วยเหตุผลซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจการจัดการทรัพยากรของชุมชนแต่ละชุมชนอีกทั้งวิถีชีวิตของชุมชนที่สามารถบริหารจัดการ ดูแล ปกป้อง รักษาทรัพยากรให้สมบูรณ์และยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน กับเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” หนังสือร้องเรียนระบุ

“แต่เนื่องด้วยการกำหนดแนวทางนโยบายการจัดการป่าไม้ และทรัพยากรที่พยายามรวมศูนย์อำนาจ มองชุมชนเป็นผู้บุกรุก ทำลายป่าไม้ ทั้งที่ชุมชนมีการตั้งถิ่นฐานมาแต่ดังเดิมและดูแลทรัพยากรในพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์มาถึงปัจจุบัน ทำให้มีความพยายามที่จะนำพื้นที่ของชุมชนมาประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ โดยเฉพาะอุทยานฯ ถ้ำผาไท ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานในพื้นที่ และจะทำให้ปัญหามีความรุนแรงมากขึ้น” สกน. ลำปางระบุ

(ภาพ : สำนักข่าวชายขอบ)

รองผู้ว่าลำปางรับเรื่อง “ต้องใช้เวลา-จะเร่งให้เร็วที่สุด”

ชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนแทนผู้ว่าฯ โดยกล่าวว่า จะรับเรื่อง และนำไปดำเนินการให้ แต่ว่าการดำเนินการบางอย่างจะมีการคาบเกี่ยวกับหน่ยวงานอื่น จึงต้องใช้ระยะเวลา ทำให้ไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด 

โวย “อุทยานจัดการขบวนการลักลอบตัดไม้ไม่ได้-โยนให้ชาวบ้านแพะ”

สมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกลาง หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวชายขอบ ว่า ล่าสุด ประกาศกรมอุทยานฯ ระบุว่า ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) ได้ประสบปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้หวงห้าม และการบุกรุกพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีเป็นจำนวนมากนั้น เป็นเพียงการอ้างว่าการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทเพื่อป้องกันไม่ให้มีการตัดไม้ และเป็นการโยนความผิดให้กับคนที่อยู่ในป่าว่าเป็นพวกลักลอบตัดไม้ไปขายให้นายทุน ทั้ง ๆ ที่ชุมชนอยู่ในป่ามานานกว่าร้อย ๆ ปี และคอยดูแลผืนป่ามาตลอด

“เจ้าหน้าที่มีความคิดเห็นที่มีอคติกับชาวบ้าน มันไม่ชอบธรรม อ้างว่าจะประกาศเป็นอุทยานเพราะกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในป่าค้าไม้เถื่อน ทำให้สังคมคิดว่าเราค้าไม้ ผลกระทบจากมติต่าง ๆ อาจทำให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ในป่าตกหล่น การแจ้งว่าจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์ป้องกันจากการบุกรุกทำลายป่า แสดงว่าที่ผ่านมาอุทยานไม่มีน้ำยาดูแลป่าไม้ได้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติบางแห่งก็ยังมีคนเข้าไปลักลอบตัดไม้” สมชาติกล่าว

(ภาพ : สำนักข่าวชายขอบ)

“กังวลวิถีชุมชนกระทบหนัก หากเป็นอุทยานฯ” มพน.

ด้านมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือเปิดเผยวานนี้ ถึงความกังวลว่าหากประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติฯ จะทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มีอำนาจในการลงโทษ และจำกัดวิถีการทำกินของชาวบ้าน เนื่องจากปัจจุบัน แนวเขตอุทยานฯ ยังทับซ้อนกับพื้นที่การใช้ประโยชน์ของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ทำกิน และพื้นที่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในป่า การเก็บหาของป่า และพื้นที่ในรูปแบบจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์

“สำหรับพื้นที่ทั้งหมด ก็ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านทั้งหมดแล้ว ส่วนพื้นที่ ที่ได้กันออก มี 7 ชุมชน 2 อำเภอ คือ อ.แม่เมาะ กับ อ.งาว ซึ่งเป็นที่อยู่เดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ หลายหมื่นไร่ ขอเรียนว่า ทางอุทยานไม่ได้มีอคติ กับชาวบ้านกลุ่มพื้นที่ใด และพยายามทำความเข้าใจกับทุกกลุ่ม เพื่อให้การประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติครั้งนี้ไม่มีปัญหา และเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย” ธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) กล่าวปฏิเสธ กับมติชน

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) เป็นพื้นที่เตรียมการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 448,933.43 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5 อำเภอ 13 ตำบล ของจังหวัดลำปาง