ทส.รับ ‘จะตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายบางกลอยใน 20 วัน’ หลังภาคียื่นจี้ 3 ด.ไม่คืบ

เครือข่ายบางกลอยเผย 3 เดือน ไม่คืบตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย” ตามแนวทางคณะกรรมการอิสระแก้ปัญหาบางกลอย ชี้ ทส. ส่อไม่อยากทำตามนโยบาย เผยส่งผลกระทบหนัก คนบางกลอยอ่วมในพื้นที่” จนต้องมา 3 ข้อเรียกร้อง 

จะเร่งตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จใน 20 วันทส.รับปาก วันนี้หลังรับหนังสือฯ 

เป็นความคืบหน้าที่ดีรอดูภาคปฏิบัติภาคีเซฟบางกลอยเผย ขณะตัวแทนชาวบางกลอยกล่าว หวังว่าเราคงไม่ต้องรออีก

ด้านความคืบหน้าการยื่นอัยการสูงสุด กรณีฟ้องไม่ฟ้อง คดี 28 ชาวบ้านบางกลอย “ต้องรอต่อ”

(ภาพ : ภาคีSaveบางกลอย)

“3 เดือน ไม่คืบ” ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย

วันนี้ (26 ก.ค. 2566) กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เข้ายื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งรัดแก้ปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยที่ประสงค์กลับไปทำกินแบบไร่หมุนเวียนที่บางกลอยบน หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามรับรองแนวทางตามมติของ คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. 2566 แต่กระรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยังไม่ดำเนินการ โดยมี ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัด ทส. เป็นผู้รับหนังสือแทน

“ที่ผ่านมากลุ่มบางกลอยคืนถิ่นได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ รวมถึงปัญหาเชิงนโยบาย และโครงสร้าง จนเกิดเป็นการแต่งตั้ง คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ลงนามแต่งตั้งโดยพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2565 ซึ่งได้มีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง เห็นชอบให้ชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน เป็นชุมชนดั้งเดิม ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 ส.ค. 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

จนเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ลงนามเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ชุดดังกล่าว ที่มอบหมายให้ ทส. แต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย 1. ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิต ด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียน 2. กรรมการอิสระ และ 3. ผู้แทน ทส. ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เป็นแนวทางที่ดีที่สามารถรับรองข้อเรียกร้องในการกลับขึ้นไปทำกินในรูปแบบ ไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบนได้

อย่างไรก็ตาม เป็นเวลากว่า 3 เดือนที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับรองแนวทางดังกล่าว แต่กลับไม่มีผลในทางปฏิบัติ” หนังสือฯ ระบุ

(ภาพ : ภาคีSaveบางกลอย)

ชี้ ทส. ส่อไม่อยากทำตามนโยบาย

“ทส. มีท่าทีปฏิเสธแนวทางดังกล่าว อาทิ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช พยายามบ่ายเบี่ยงให้การแก้ไขปัญหาบ้านบางกลอยจำกัดอยู่เพียงบ้านโป่งลึก-บางกลอย โดยกล่าวอ้างว่าไม่จำเป็นต้องผลักดันแนวทางพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 ส.ค. 2553 

ตลอดจนการไม่ยอมรับแนวทางการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง และฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ซึ่งถือเป็นการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาประชาชนตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี” หนังสือฯ ระบุ

(ภาพ : ไทยโพสต์)

เผย “ส่งผล คนบางกลอยอ่วมในพื้นที่”

กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นเปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านบางกลอยกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการดำเนินงานของหน่วยงาน ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้นว่าการขาดความมั่นคงทางอาหารเนื่องจากความล่าช้าในการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการอิสระฯ 

“ชุมชนกำลังได้รับผลกระทบจากด่านแม่มะเร็วที่กีดขวางเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกในสถานการณ์เร่งด่วนได้ 

รวมถึงการดำเนินการสำรวจพื้นที่การใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรในพื้นที่ป่า ที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามมาตรา 65 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ก็ไม่มีความชัดเจน 

มีการบีบบังคับให้ชาวบ้านต้องทำหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่ป่าจากผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ กระทบต่อวิถีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรตามปรกติธุระ และยังปรากฏว่ามีผลกระทบไปถึงการนำเข้าวัสดุถาวรเข้าไปในพื้นที่บ้านเพื่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน ที่ต้องมีการขออนุญาต และตรวจสอบอย่างเคร่งครัดจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน” ตัวแทนกลุ่มฯ อธิบาย

(ภาพ : The101.world)

3 ข้อเรียกร้อง 

“กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

1. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยเร่งด่วน และให้ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการต่อกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นเป็นลายลักษณ์อักษร

2. ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกเลิกด่านสกัดแม่มะเร็ว เปิดให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้า-ออกพื้นที่บ้านของตนเองได้อย่างอิสระ

3. ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงผลการดำเนินการสำรวจตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ทั้งเรื่องแนวเขต ทรัพยากรที่อาจเก็บหาได้ รวมถึงรูปแบบการอนุญาตเก็บหาของป่า ซึ่งเรายืนยันว่าต้องไม่กระทบต่อวิถีการทำกินตามปรกติธุระของประชาชน โดยให้กรมอุทยานฯ ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น พร้อมทั้งเข้าไปชี้แจงกับกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นชาวบ้านบางกลอยให้รับทราบโดยทั่วกัน” กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นระบุ

(ภาพ : Thai PBS)

“จะเร่งตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จใน 20 วัน” ทส.รับปาก

ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัด ทส. รับปากว่าการดำเนินการตั้งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ซึ่งมีสัดส่วนของกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น คณะกรรมการอิสระฯ และ ทส. โดยเฉพาะสัดส่วนของคณะกรรมการอิสระฯ ที่จะช่วยได้มากในการแก้ปัญหา

“สมมติว่ามีแนวทางให้ชาวบ้านกลับบางกลอยบนได้ ก็ต้องดูว่าจะอยู่กันตามวิถีร่วมกันอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ น่าจะเข้าใจวิถีชีวิตของชนเผ่ามากกว่าและมีข้อเสนอแนะในคณะทำงาน 3 ฝ่าย รวมถึง ทส. ด้วย  เพื่อให้เป็นแนวทางของบางกลอยคืนถิ่น” รองปลัด ทส. กล่าว

ฤทธิชัย พูลพนัง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายตามที่คณะกรรมการอิสระฯ เสนอว่า ได้รับหนังสือจากฝ่ายเลขาของคณะกรรมการอิสระฯ ดังกล่าวเรื่องแนวทางการตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายแล้ว และขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานกันภายในกระทรวง และจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ส่วนประเด็นความเดือดร้อนเรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าตามมาตรา 65 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่ามีการสำรวจพื้นที่ไปแล้ว อยู่ในระหว่างการเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมาอาจเป็นความผิดพลาดในด้านการสื่อสารของอุทยานฯ ในพื้นที่กับพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งเห็นด้วยว่าชาวบ้านต้องใช้ประโยชน์จากป่า หาปลา หาแมลง หรือไม้ใช้สอย ส่วนกติกาใช้สอยเป็นเรื่องของภายในต้องคุยกัน

โดยรองปลัด ทส. ได้ย้ำในประเด็นนี้ว่า ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากการต้องขออนุญาตกับผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไปด้วย ซึ่งชาวบ้านสะท้อนว่าตึงเครียดเกินไป ให้เปลี่ยนเป็นแนวทางแบบคุยกันในระดับพื้นที่ ไม่ต้องทำหนังสือขออนุญาต แต่ให้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านรับทราบทุกครั้งว่าจะเข้าป่าเมื่อไร และไปทำอะไร ส่วนกรณีหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ตามกฎหมาย ให้กรมอุทยานฯ จัดทำคู่มือชี้แจงชุมชนว่าชาวบ้านใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดความสบายใจต่อกัน

(ภาพ : ภาคีsaveบางกลอย)

“เป็นความคืบหน้าที่ดี-รอดูภาคปฏิบัติ” ภาคีเซฟบางกลอย

พชร คำชำนาญ ผู้ประสานงานภาคีเซฟบางกลอย มองว่าแนวทางการพูดคุยกับ ทส. วันนี้เป็นแนวทางที่ดี แต่อาจเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายภายใน 20 วัน

“การขีดเส้น 20 วันเป็นความคืบหน้าที่ดี เพราะที่ผ่านมา ทส. เป็นหน่วยงานที่มีปัญหาเรื่องการดำเนินการที่ล่าช้า และไม่ตรงตามข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องกลับบางกลอยบนไปทำไร่หมุนเวียนยังเป็นความกังวลหลักของชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านทั้ง 37 ครอบครัวปฏิเสธแนวทางการจัดที่ดินชดเชยให้ที่บางกลอยล่าง และยืนยันเจตนารมณ์กลับคืนผืนดินบรรพบุรุษเท่านั้น” พชรกล่าว

นอกจากนั้นผู้แทนภาคีเซฟบางกลอยยังมองว่า ข้อเรียกร้องอื่น ๆ อย่างการยกเลิกด่านแม่มะเร็ว และการสำรวจตามมาตรา 65 ของกฎหมายอุทยานฯ ก็ยังดูไม่ชัดเจน แต่มีแนวทางที่พอแก้ปัญหาเร่งด่วนได้บ้าง เช่น การยืดหยุ่นให้เข้าป่าหาของป่าตามวิถีชีวิต ซึ่งต้องติดตามในระดับพื้นที่ว่าเป็นไปได้จริงไหม

“บางเรื่องอาจจะใช้กลไกคณะทำงาน 3 ฝ่ายไม่ได้ ไม่เหมาะ เพราะคณะทำงานชุดนั้นควรว่าด้วยเรื่องกลับบ้านบางกลอยบนเป็นหลัก ฉะนั้นแนวทางหลังจากนี้คือการติดตามผลกระทบในระดับพื้นที่ว่าเป็นไปตามที่เรามาคุยกับรองปลัดกระทรวงหรือไม่ และคงต้องมาพบกระทรวงอย่างต่อเนื่องหากยังไม่คืบหน้า อย่างน้อยก็ทุก ๆ 30 วัน” ผู้ประสานงานภาคีเซฟบางกลอยย้ำ

“คณะทำงานฯ ชุดนี้ควรเน้นการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นที่ต้องการกลับบ้านบางกลอยบน เพราะที่ผ่านมาอุทยานฯ มักจะพัฒนาแต่พื้นที่บางกลอยล่าง และคุยกับชาวบ้านว่าไม่ต้องกลับขึ้นไปแล้ว และมีความพยายามที่จะไม่ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการอิสระฯ และข้อเสนอแนะของหน่วยงานในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านกลับไปทำไร่หมุนเวียน เราจึงไม่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ที่หน่วยงานเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องเรื่องการทำไร่หมุนเวียนที่บางกลอยบน ฉะนั้นคณะทำงานชุดนี้จึงควรว่าด้วยเรื่องแนวทางกลับบางกลอยบน มากกว่าคุยเรื่องแก้ปัญหาบางกลอยล่าง” พชรกล่าว

พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น (ภาพ : The Active Thai PBS)

“หวังว่าเราคงไม่ต้องรออีก” คนบางกลอย

“เรามาทวงถามถึงการดำเนินการตามมติคณะกรรมการอิสระ ที่กำลังล่าช้ามาก ในขณะที่ปัญหาของพี่น้องบางกลอยก็มีหลาย ๆ ด้าน เช่น อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย โดยชาวบ้านที่ประสงค์จะกลับขึ้นไปที่บางกลอยบนก็ยังไม่ชัดเจน

หากการดำเนินการยังล่าช้าแบบนี้ เราก็ต้องกลับมาทวงถามที่กระทรวงอีกที เรารอไม่ได้แล้ว เพราะปัญหาของพี่น้อง ปากท้องของพี่น้องเป็นเรื่องรอไม่ได้ 

เรื่องคดีความก็ยังเดือดร้อน จะดำเนินคดีเราต่อ แต่การแก้ปัญหาไม่มีการดำเนินการเลย สามปีที่ผ่านมามันคืบหน้าไปช้าในเรื่องการแก้ปัญหา เราหวังว่าครั้งนี้จะมีแนวทางให้เรากลับคืนถิ่นได้อย่างจริงจัง” พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น กล่าว

(ภาพ : ภาคีsaveบางกลอย)

“รอต่อ” ฟ้อง-ไม่ฟ้อง คดี 28 ชาวบ้านบางกลอย

ในวันเดียวกัน กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยทั้ง 28 คน ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีตั้งแต่ 5 มี.ค. 2564 ในข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 

เป็นการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมครั้งที่ 3 หลังจากถูกยกคำร้องขอความเป็นธรรมมาแล้ว 2 ครั้ง

“หากอัยการสูงสุดมีคำสั่งยุติเรื่องการขอความเป็นธรรมอาจส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาให้กับพวกเราต่อไป และความเดือดร้อนของชาวบ้านจะหนักขึ้น

เราจึงมาวันนี้เพื่อขอยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้โปรดทบทวนพิจารณาคำสั่งยุติการขอความเป็นธรรมของพวกเราในคดีบุกรุกป่าแก่งกระจานอีกครั้ง โดยขอให้อัยการสูงสุดได้ยุติการดำเนินคดีของพวกเรา ที่ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการสูงสุดมีอำนาจในการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องได้” พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น กล่าว