“ฟ้องกลับสำนักงานตำรวจชาติ 5 ก.ค.” ราษฎรหยุด APEC 2022 ประกาศ

เครือข่ายราษฎรหยุด APEC 2022” ประกาศฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พรุ่งนี้ (5 .. 2566) ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ

ยันตำรวจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อประชาชนผู้ชุมนุมจากทั่วประเทศเมื่อวันที่ 18 .. 2565 ในระหว่างที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ทำให้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก

(ภาพ : the101.world)

ยื่นฟ้องศาลปกครอง

กิจกรรมการยื่นฟ้องกลับ สตช. ดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 5 .. 2566 ณ ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 10.30 . เป็นต้นไป

โดยจะมีการยื่นฟ้องต่อศาล ให้ข้อมูลผลกระทบจากแนวคิดการพัฒนาแบบ BCG Model ซึ่งเป็นมรดกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามด้วยเวทีเสวนาและการอ่านแถลงการณ์ฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติทวงคืนเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนสมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) หนึ่งในผู้ร่วมฟ้อง เปิดเผยวันนี้ (4 .. 2566)

การยื่นฟ้องกลับ สตช. ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 .. 2565 เครือข่ายราษฎรหยุด APEC 2022” ได้เคลื่อนไหวผลักดันข้อเรียกร้อง 3 ข้อได้แก่

1) ต้องยกเลิกนโยบาย BCG รวมถึงระเบียบกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ ที่พยายามนำเสนอให้ที่ประชุม APEC รอง

2) ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีความชอบธรรมที่จะลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำกลุ่ม APEC และจะต้องยุติบทบาทในการเป็นประธานการประชุม APEC โดยทันที

3) ประยุทธ์ต้องยุบสภาและเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง พร้อมกับจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง รวมถึงสะท้อนความไม่ชอบธรรมของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเป็นประธานในที่ประชุม APEC

โดยใช้เส้นทางถนนดินสอใกล้กับลานคนเมืองศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เขตคลองเตยกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมถึง พายุ บุญโสภณ นักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน ถูกกระสุนยางยิงเข้าที่ดวงตาข้างขวาทำให้ตาบอด และมีสื่อมวลชนอย่างน้อย 3 คนที่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นมีผู้ชุมนุม 25 คนถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ และถูกออกหมายเรียกตามหลังอีก 5 คนราษฏรหยุด

(ภาพ : the101.world)

ยันตำรวจใช้ความรุนแรงเกินเหตุ

เวทีประชุมกลุ่มประเทศ APEC เมื่อปลายปี 2565  ปิดฉากด้วยภาพการสลายกลุ่มราษฎรหยุด APEC ที่ออกมาคัดค้านนโยบาย BCG ของรัฐบาลประยุทธ์ซึ่งถือเป็นการใช้ความรุนแรงอีกครั้งหนึ่งของฝ่ายรัฐที่กระทำกับประชาชนจนนำมาซึ่งการบาดเจ็บของชาวบ้านจำนวนมาก

หนักที่สุดคือการยิงปืนด้วยกระสุนยางแบบประชิดจำทำให้พายุ บุญโสภณ หนึ่งในผู้ชุมนุม สูญเสียดวงตา และยังมีอีกหลายคนที่ถูกกระทืบ ถูกทุบตี และถูกยิงด้วยกระสุนยาง และยังมีการจับกุมชาวบ้านดำเนินคดีรวมหลายสิบราย

(ภาพ : the101.world)

จงใจปิดกั้นเสรีภาพวิพากษ์รัฐบาลของประชาชน

ผมมองว่าการดำเนินการดังกล่าวผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นการปิดกั้นเสรีภาพของประชาชนในการวิพากษ์นโยบายที่ไม่เป็นธรรมของรัฐ

การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการปิดกั้นและริดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและมีเจตนาที่จะจำกัดและกำจัดกลุ่มทางสังคมที่ออกมาแสดงความคิดที่แตกต่างกับแนวนโยบายของรัฐอย่างไร้มนุษยธรรมอันถือเป็นการไม่เคารพต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ได้คุ้มครองไว้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลเพียงพอที่พวกเราจะรวมตัวกันฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้กระทำกับพวกเราทั้งทางร่างกาย จิตใจและสิทธิเสรีภาพทางสังคมการเมือง ทั้งนี้เพื่อสร้างบรรทัดฐานอันดีงามของการปกครองภายใต้ระบบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลจะต้องเคารพการแสดงออกของประชาชนทุกคนทุกกลุ่ม แม้จะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันก็ตามสมบูรณ์ กล่าว

ส่อหนุนนโยบายเผด็จการ BCG แบบประยุทธ์ก่อฟอกเขียว

ประชาชนมีความชอบธรรมในการวิพากษ์เนื้อหาจากการประชุม APEC ที่สอดแทรกนโยบาย BCG Economy Model (เศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งเป็นเพียงพื้นที่ของนักการเมืองและกลุ่มทุนที่จัดขึ้นเพื่อต่อรองผลประโยชน์ทางธุรกิจแล้วอ้างความชอบธรรมว่าเป็นการดำเนินงานของรัฐที่ทำไปเพื่อประโยชน์ประชาชนแต่กลับไม่ยอมรับฟังเสียงของภาคประชาชนในประเทศของตนเอง

ซึ่งเห็นได้ว่าผลประโยชน์ชั้นต้นของการเจรจาเหล่านั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนสมการที่มีประชาชนเป็นที่ตั้ง และเมื่อย้อนกลับไปดูรายละเอียดของโมเดลระบบเศรษฐกิจดังกล่าว ยิ่งเห็นได้ถึงความคิดของรัฐทีกำลังประเคนฐานทรัพยากรของแผ่นดินให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ อันเชื่อว่าจะส่งผลกับประชาชนและชุมชนโดยตรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

รัฐบาลประยุทธ์เลือกที่จะปิดหูปิดตามประชาชน ด้วยการไม่ยอมเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในเวทีการประชุมระดับโลก และที่หนักไปกว่านั้นคือการปิดกั้นการแสดงออกของภาคประชาชนที่พยายามส่งเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการนำนโยบาย BCG มาใช้ในประเทศ ด้วยเพราะเป็นนโยบายฟอกเขียวที่ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่กลับจะนำไปสู่การปล่อยให้มีการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างชอบธรรมมากขึ้นของกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ไร้ความรับผิดชอบสมบูรณ์กล่าว

(ภาพ : ทะลุฟ้า)