เมื่อ 11 พรรค ตอบ 4 คำถาม “เกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร”

คำถามคือ “พรรคคุณมีวิสัยทัศน์/นโยบายเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้อย่างไร”

1. งบอุดหนุนเกษตร 1.2 แสนล้านต่อปี แต่เกษตรกรรายย่อยล่างสุด 20% ได้รับเม็ดเงินเพียง 1.8 – 2.5% จะเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและเกษตรเข้มแข็งได้อย่างไร

2. พบสารเคมีตกค้างในผักผลไม้เกินมาตรฐาน 67% ดัชนีคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของไทยรั้งท้ายอยู่ที่อันดับ 102 จาก 113 ประเทศทั่วโลก

3. เด็กไทยอายุ 0-5 ปีเตี้ยและแคระแกร็น 11.7% ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยส่งออกอาหารมูลค่า 1.1 ล้านล้านบาทต่อปี ส่งออกมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก

4. ปัญหาการรวมศูนย์พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ จนถึงค้าปลีก รวมทั้งการกระจายอำนาจในการวิจัยและพัฒนาตลอดห่วงโซ่ระบบเกษตรและอาหาร

ส่องคำตอบของ 11 พรรค : #พรรคเพื่อไทย #พรรคก้าวไกล #พรรคประชาชาติ #พรรคกรีน #พรรคสามัญชน #พรรคภูมิใจไทย #พรรคพลังประชารัฐ #พรรคชาติพัฒนากล้า #พรรคไทยสร้างไทย #พรรครวมไทยสร้างชาติ #พรรคประชาธิปัตย์ 

จากเวที “แสดงวิสัยทัศน์ของพรรคการเมือง ในด้านนโยบายเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร” จัดโดย สภาเกษตรกรแห่งชาติ มูลนิธิชีววิถี สถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ และองค์กรพันธมิตร  วานนี้ (27 เม.ย. 2566) ณ สวนชีววิถี/สวนผักคนเมือง ไทรม้า นนทบุรี

“ปัจจุบันการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร การปรับเปลี่ยนเกษตรกรรมให้สอดคล้องกับ สภาพการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและความไม่ปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในระบบเกษตร และอาหาร ถือเป็นความท้าทายของพรรคการเมือง 

เวทีนี้จึงเป็นเวทีให้พรรคการเมืองได้เสนอนโยบายให้กับประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจ ต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง” ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดเวทีในครั้งนี้

นราวิชญ์ เชาวน์ดี ผู้สื่อข่าว GreenNews เรียบเรียงจากรายงานเวทีฯ ของไบโอไทย

(ภาพ : BIOTHAI)

1.

ก้าวไกล : “เกษตรกรอยู่ได้ เลือกได้” 

ปลดล็อกทั้งระบบ “ที่ดิน-หนี้สิน-มาตรฐานสินค้าเกษตร-สวัสดิการถ้วนหน้า-กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น”

“ที่ผ่านมาการสนับสนุนภาคเกษตกรรม จะผ่านเงินเงินอุดหนุนผ่านพืชหลักที่เพาะปลูกมาโดยตลอด แต่เกษตรกรยังมีปัญหาเรื่องรายได้ และความเหลื่อมล้ำเหมือนเดิม 

ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกลเห็นว่า เกษตรกร ควรจะอยู่ได้ เลือกได้ โดยแยกการช่วยเหลือของรัฐบาลกับพืชที่ปลูกออกจากกัน 

เราสนับสนุนสวัสดิการถ้วนหน้า เบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือนภายใน 4 ปี ขณะที่สวัสดิการเด็กเล็กแบบถ้วนหน้าให้คนละ 1,200 บาทต่อเดือน เรื่องของปัญหาโภชนาการ ภาวะเด็กเล็กที่ขาดสารอาหารซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน ยกระดับเพิ่มงบอาหารกลางวันเป็น 30 บาทต่อคนต่อวัน ครอบคลุมถึงระดับมัธยมศึกษา

ส่วนการปลดล็อก เรื่องที่ดินทำกิน โดยมีกองทุนพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ จากเดิมที่มีงบประมาณ 300 ล้านบาท จะเพิ่มเป็นหมื่นล้านบาทใน 4 ปี รวมถึงการเปลี่ยนพื้นที่สปก. เป็นโฉนดที่ดิน เงื่อนไขการผู้ที่จะเปลี่ยนพื้นที่สปก.เป็นโฉนดต้องมีทรัพย์สินสุทธิไม่เกิน 10 ล้านบาท ไม่เกิน 50 ไร่

สำหรับการปลดล็อกปัญหาหนี้สิน หากสามารถชำระได้ครึ่งหนึ่ง รัฐจะออกให้ครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่มีเงิน ให้เช่าที่ดินจะจัดสรรให้ปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพื่อชำระหนี้ ส่วนถ้าไม่มีทั้งเงินและไม่มีที่ดินจะใช้หลังคาบ้านติดโซลาร์รูฟเพื่อขายไฟฟ้า และนำเงินมาใช้หนี้

การสนับสนุนงบฯ การตรวจรับรองมาตรฐานการรับรอง GMP GAP ออร์แกนิค มาตรฐานฮาลาล และอื่น ๆ ที่สำคัญทำให้มาตรฐานได้รับความเชื่อถือทั้งใน และต่างประเทศ 

รวมไปถึงเกษตรกรสูงอายุต้องมีโอกาสพัก และการส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องสารพิษตกค้าง การแปรรูป การทำฟาร์มสเตย์ แก้ไขกฎหมายปลดล็อค เปิดได้ตามกฎหมาย ขอกู้เงินในพื้นที่ได้ 

สุดท้ายเรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ภายใน 4 ปี ก้าวไกลสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด” 

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ตัวแทนพรรคก้าวไกล กล่าว

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ตัวแทนพรรคก้าวไกล (ภาพ : BIOTHAI)

2.

ภูมิใจไทย : “เกษตรเพื่อสุขภาพคนไทย”

เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 200% ลดใช้สารเคมีลง 50% ใน 4 ปี 

“พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร และภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในเรื่องอาหารปลอดภัย ที่สำคัญพรรคไม่เห็นด้วยกับการนำเข้าสารเคมีที่เป็นพิษ 3 ชนิด แสดงจุดยืนชัดเจน 

ดังนั้น เราขอประกาศนโยบาย “เกษตรเพื่อสุขภาพของคนไทยไม่เป็นโรค” ทั้งลดการใช้สารเคมีลงให้ได้ 50% ภายใน 4 ปี และจะเพิ่มเกษตรกรอินทรีย์ให้ได้ 200 % ภายใน 4 ปี 

พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสินค้าปลอดภัยให้เข้มข้นเท่าประเทศยุโรป ยกเลิกการใช้สารเคมีที่มีข้อตกลงร่วมกันในระดับนานาชาติ หรือคู่ค้าของไทยยกเลิกไปแล้ว ไม่สนับสนุนทางการเงินทั้งทางตรง และทางอ้อมสำหรับธุรกิจและเกษตรกรที่ใช้สารเคมี เก็บภาษีสารเคมีตามระดับความอันตราย และห้ามการโมษณา พร้อมกำหนดบทลงโทษอย่างรุนแรง รวมถึงการจัดสรรงบฯ ให้เกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ ให้ธนาคารของรัฐสนับสนุนเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ และการเพิ่มตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่

สำหรับปัญหาโภชนาการในเด็กที่มีปัญหาทั่วโลกในขณะนี้ รวมทั้งไทย ซึ่งเรามีจุดแข็งในเรื่องของการเป็นประเทศที่ผลิตอาหารทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ โดยรัฐจะต้องบริหารจัดการให้ดีกว่านี้” 

ศุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย กล่าว

ศุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย (ภาพ : BIOTHAI)

3.

ประชาธิปัตย์ : “ยกระดับรายได้เกษตรกร สู่การเป็นมหาอำนาจด้านอาหารโลก”

เพิ่มจีดีพีเกษตร กำหนด 26 นโยบายเกษตร

“วิสัยทัศน์พรรคประชาธิปัตย์ต้องการยกระดับรายได้เกษตรกร รายได้ประเทศ ไปสู่การเป็นมหาอำนาจด้านอาหารของโลก รับผิดชอบความมั่นคงด้านอาหารทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และโภชนาการ ครัวของโลกจึงจำเป็นต้องกระจายรายได้สู่เกษตรฐานรากให้ได้

จึงกำหนดเป้าหมายของนโยบายเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030” ให้ไทยเป็นมหาอำนาจอาหารโลก Top10 เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น 100% เพิ่ม GDP เกษตรเป็น 10% เพื่อให้ภาคเกษตรกรรมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และกำหนด 26 นโยบายเกษตรที่วางอยู่บนฐานของเกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 

10 นโยบายที่สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ 2 ล้านไร่ และเกษตรคาร์บอนต่ำลดโลกร้อน สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ โภชนาการ ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัย อาหารแห่งอนาคต พืชเศรษฐกิจปลอดภัยเป็นท้องถิ่นที่กินได้ ส่งเสริมอาหารฮาลาลฟู้ดวัลเล่ย์ นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรสุขภาพ ลดใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ 5 ล้านตัน คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมสวัสดิภาพเกษตรกร และคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” 

อลงกรณ์ พลบุตร ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

อลงกรณ์ พลบุตร ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ (ภาพ : BIOTHAI)

4.

ชาติไทยพัฒนา : “1 ใน 9 นโยบายหลัก”

โครงสร้างหลักประเทศ-ยิ่งใหญ่กว่าเศรษฐกิจ

“นโยบายด้านการเกษตร คือ 1ใน 9 นโยบายหลัก ที่ยิ่งใหญ่กว่าเศรษฐกิจ เพราะเป็นโครงสร้างหลักของประเทศ การนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้จะเป็นทางออกของเกษตรกรไทยที่ยังยากจนอยู่ 

ที่ผ่านมาประเทศไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการคมนาคมมากเกินไปทำให้จำนวนถนนมากกว่าคลองส่งน้ำ โดยภาคเกษตรกรรมเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องนี้กลับมีน้อยมาก ดังนั้นต้องเพิ่มงบด้านการเกษตร” 

นิกร จำนง ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว

นิกร จำนง ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา (ภาพ : BIOTHAI)

5. 

ประชาชาติ : “เกษตรปลอดภัย ไทยเป็นฐานอาหารปลอดภัยโลก”

ทำปุ๋ยจากขยะทดแทนปุ๋ยเคมี-ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินทุนใหญ่

“นโยบายพรรค ทำปุ๋ยจากขยะเพื่อทดแทนปุ๋ยเคมี ส่งเสริมการเกษตรปลอดภัย ให้ไทยเป็นฐานอาหารปลอดภัยของโลก ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินของทุนใหญ่ ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย”

มนตรี บุญจรัส ตัวแทนพรรคประชาชาติ กล่าว

มนตรี บุญจรัส ตัวแทนพรรคประชาชาติ (ภาพ : BIOTHAI)

6.

ชาติพัฒนากล้า : “เกษตรกรพัฒนาเกษตรก้าวหน้า”

เกษตรแปรรูป-สหกรณ์-เข้าตลาดหลักทรัพย์–แอพพลิเคชั่น 

“พรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคเดียวที่ไม่เน้นแจกเงิน และมุ่งสู่เกษตรแปรรูป รวมกลุ่มสหกรณ์เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ในขณะที่เกษตรกรจะมีรายได้จากหุ้นได้ด้วย เช่นเดียวกับเกษตรกรของประเทศ นิวซีแลนด์ ที่ทำให้สหกรณ์โคนมตั้งเป็นบริษัท ฟอนเทียร่า เข้าตลาดหลักทรัพย์ และสร้างรายได้จำนวนมาก

ภาคการผลิต พรรคจะสร้างแอพพลิเคชั่น ที่รวบข้อมูลของทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ มีข้อมูลให้เกษตรกรตัดสินใจ เชื่อมโยงกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สามารถผลิตสินค้าได้ทั้งเกษตรปลอดภัย และอินทรีย์ ตามความเหมาะสมของพื้นที่นั้นๆ ข้อมูลในแอลิเคชั่นจะเตือนภัยโรคระบาดล่วงหน้า” 

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนพรรคชาติพัฒนากล้า (ภาพ : BIOTHAI)

7. 

เพื่อไทย : “เพิ่มสัดส่วนจีดีพีภาคเกษตร ด้วย 4 นโยบาย”

พักหนี้ 3 ปี-ออกโฉนด 50 ล้านไร่-เพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่า-ใช้ตลาดนำนวัตกรรมเสริม

“คนในภาคการเกษตรมีจำนวนมาก แต่สร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ได้ 8.5 % เท่านั้น 

ในการแก้ปัญหา พรรคเพื่อไทยจะ

1. พักหนี้ 3 ปีสร้างรายได้ 3 เท่าเพื่อให้เกษตรกรหลุดจากความยากจน ตั้งหลักได้

2. จะเร่งสำรวจแก้กฎหมายพิสูจน์สิทธิ เพื่อออกโฉนดที่ดิน 50 ล้านไร่ ในที่ สค1. สปก. ที่ป่าเสื่อมโทรม ที่บนที่ราบสูง ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องปลูกป่า ครึ่งหนึ่ง

3. เพิ่มรายได้ 4 ปี 3 เท่า จากปัจจุบันที่เกษตรกรได้ 1 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ยกระดับเป็น 3 หมื่นต่อไร่ต่อปี ผลักดันให้จีดีพีจะเพิ่มเป็น 24% ทันที

4. ใช้ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ พืชที่ผลิตล้นจริง ๆ คือข้าว ใช้พื้นที่ปลูกเยอะจะเปลี่ยนให้ปลูกพืชอื่น 20 ล้านไร่ แบบสมัครใจ โดยช่วงเปลี่ยนผ่านจะได้รับเงิน 3,000 บาท เช่น การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีราคานำร่อง 10 บาทต่อกิโลกรัม ภายใต้เงื่อนไขห้ามเผา ปลูกถั่วเหลือง เลี้ยงโคเนื้อ เปลี่ยนที่นามาปลูกหญ้า และทุเรียน เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ ยังจะขยายงบประมาณอาหารกลางวันโรงเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 20%” 

ชัย วัชรงค์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าว

ชัย วัชรงค์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย (ภาพ : BIOTHAI)

8. 

พลังประขารัฐ : “3 ลด 3 เพิ่ม”

ลดต้นทุนการผลิต-เพิ่มรายได้-เพิ่มนวัตกรรม-ให้ครัวเรือนละ 3 หมื่น

“สิ่งที่เราจะทำประกอบด้วย 3 ลด 3 เพิ่มคือ การลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ เพิ่มนวัตกรรมให้กับเกษตรกร และจะสนับสนุนเกษตรอินทรีย์จะเป็นหนทางในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 

โดยพรรคจะส่งเสริมในเรื่องนี้รวมไปถึงการปรับโครงสร้างดินและน้ำเพื่อให้เกิดการผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย 

นอกจากนี้พรรคจะเติมทุน 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน แบบมีเงื่อนไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต รวมทั้งจะสนับสนุนให้เกิดการแปรรูปเพื่อส่งออกในต่างประเทศ” 

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ (ภาพ : BIOTHAI)

9. 

ไทยสร้างไทย : “ปลุกเกษตรกร ติดดาบ สู้เวทีโลก”

ทุ่ม 1.5 แสนล้านวิจัยพัฒนา-เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตลาดบน

“จะใช้เงิน 1.5 แสนล้านบาท สำหรับการวิจัยพัฒนา ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามุ่งสู่ตลาดบน ซึ่งคนไทยมีศักยภาพแต่ไม่สามารถเดินหน้าต่อ เพราะสินค้าของไทยยังขายในลักษณะของวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ จำเป็นต้องปลุกเกษตรกร และติดดาบเพื่อให้ต่อสู้ในเวทีโลกให้ได้” 

ศรัณยู คงสวัสดิ์เกียรติ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย กล่าว

ศรัณยู คงสวัสดิ์เกียรติ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย (ภาพ : BIOTHAI)

10. 

กรีน : “เศรษฐกิจสีเขียวด้วยต้นไม้”

10 แผนเศรษฐกิจสีเขียว

“มีแผนเศรษฐกิจกรีน 10 แผน เริ่มจากเปลี่ยนคนจนให้มั่งมี ตั้งโรงรับจำนำต้นไม้ เพื่อผลักดันให้มีพื้นที่สร้างคาร์บอนฟรุ๊ตปริ้นมากขึ้น 

เกษตรกรจะมีรายได้ทั้งขายต้นไม้ ขายคาร์บอนเครดิต และยังสามารถใช้เป็นพลังงานให้กับโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ด้วย 

ซึ่งต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ทันเวียดนามที่มีรายได้จากการขายไม้ถึง 5 แสนล้านบาทต่อปี” 

พงศา ชูแนม ตัวแทนพรรคกรีน กล่าว

พงศา ชูแนม ตัวแทนพรรคกรีน (ภาพ : BIOTHAI)

11. 

สามัญชน : “เกษตรกรมั่นคง อาหารปลอดภัย”

แก้ปัญหาที่ดินทำกิน-หนุนอาหารปลอดภัย

“ตราบใดที่เกษตรกร ไม่มีที่ดินทำกิน จะไม่มีความมั่นคง ไม่ว่าจะสนับสนุนแค่ไหน สุดท้ายจะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาผูกขาด 

เมื่อเราเห็นว่าอาหาร มีความสำคัญ ต้องสนับสนุนให้คนในประเทศเข้าถึง อาหารที่ปลอดภัยก่อนเป็นเรื่องแรก ซึ่งปัจจัยต้องควบคุม 

ในขณะที่เรื่องน้ำ จะต้องพิจารณาเชิงระบบนิเวศของพื้นที่แต่ละแห่งด้วย กรณีภาคอีสานที่พื้นดิน มีโปแตสฯจะขุดขึ้นมาใช้ ต้องระวังเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ” 

ณัฐพร อาจหาญ ตัวแทนพรรคสามัญชน กล่าว

ณัฐพร อาจหาญ ตัวแทนพรรคสามัญชน (ภาพ : BIOTHAI)