ยื่น “ปลดชัยวัฒน์ออกราชการ” เหตุ “คดีบิลลี่-กรณีปลูกป่าแก่งกระจาน”

10 องค์กรสิทธิยื่นปลัดทส. ปลดชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรออกราชการ เหตุจำเลยคดีอาญาร้ายแรง กรณีบิลลี่และ สร้างความเสียหายให้ราชการ กรณีโครงการปลูกป่าลดโลกร้อนแก่งกระจาน

เผยกิจกรรมวาระรำลึก “9 ปี บิลลี่รวมถึงเสวนา ดนตรี ที่หอศิลป์ฯ กทม. ในวันที่ 23 เม.. ก่อนจะชวนสาธารณะจับตาผลการสืบพยานนัดแรก คดีบิลลี่ที่ศาลอาญาฯ กลาง ในเช้าวันที่ 24 เม..

(ภาพ : innnews)
(ภาพ : prachatai)

เหตุปลด 1 : คดีบิลลี่

วันนี้ (21 เม.. 2566) ราว 13.30 . ณ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชน กว่า 10 องค์กร ได้ร่วมลงชื่อและจะเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชา ของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก จำเลยทั้ง 4 คน

เพื่อเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯปฏิบัติตามหน้าที่และใช้อำนาจตามกฎหมายโดยไม่ละเว้นโดยขอให้ท่านมีคำสั่งหรือดำเนินการให้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ออกจากราชการโดยด่วน

เนื่องจาก นายชัยวัฒน์และพวกตกเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง หลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ

เครือข่ายองค์กรสิทธิฯ เปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดของเครือข่ายฯ ในวาระ “9 ปี บิลลี่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์หายตัวปริศนาของบิลลี่หรือ พอละจี รักจงเจริญ แกนนำชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย ผู้ต่อสู้กรณีการอยู่ในเขตป่าอุทยานแก่งกระจานของชุมชนกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหายตัวไปเมื่อ 17 เมษายน 2557 หลังถูกจับกุมและเอาตัวไปโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

กว่า 10 องค์กรสิทธิฯ ที่ร่วมลงชื่อครั้งนี้ รวมถึง สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

 (CrCF) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ภาคีSaveบางกลอย มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง (TKN)

หลังจากนั้นไม่มีผู้ใดทราบชะตากรรรมของเขาอีกเลย เป็นเวลากว่า 9 ปีที่ครอบครัวของบิลลี่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม

ปัจจุบันพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวมสี่คน ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ และ

จะมีการนัดสืบพยานคดีนี้ครั้งแรก ในวันที่ 24 เม.ย นี้ เวลา 09.00 . เป็นต้นไปเครือข่ายระบุ

“คดีนี้ที่ผ่านมาสังคมให้ความสนใจ และเฝ้าจับตา แต่ทว่าต้นสังกัดของชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่ ไม่มีการแสดงเจตจำนงค์ที่ดีเพื่อทำให้คดีสามารถคลี่คลายไปในทางที่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่คดีนี้เป็นคดีอาญา และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นรุนแรง 

ทำไมต้นสังกัดยังไม่แสดงท่าทีอะไรเลย แถมชัยวัฒน์ยังได้รับตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นด้วย เป็นเหตุให้ประชาชนสงสัย ทั้ง ๆ ที่มีข้าราชการหลายคน ที่มีคดีในลักษณะใกล้เคียงกับชัยวัฒน์ แต่ก็ถูกให้ออก ถูกปฏิบัติแตกต่างกัน เรื่องนี้เป็นการดำเนินการแบบสองมาตรฐานหรือไม่ (ปัจจุบันชัยวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช)พวกเราจึงมาเรียกร้องให้ต้นสังกัดพิจารณาให้ชัยวัฒน์ และพวกอีก 4 คน ออกจากราชการก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตนเอง” เกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยง เพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ตั้งข้อสังเกตหลังจากยื่นหนังสือ และเรียกร้องให้ระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งให้ชัยวัฒน์ และพวกออกจากราชการไว้ก่อน” มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) กล่าว

เหตุปลด 2 : กรณีโครงการปลูกป่าลดโลกร้อนแก่งกระจาน

นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงในสื่อออนไลน์อีกว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดำเนินการตรวจสอบโครงการปลูกป่าเพื่อลดปัญหาอุทกภัยและภาวะโลกร้อนในพื้นที่ป่าแก่งกระจานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 84 พรรษา รายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติเกี่ยวกับความผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ..2539 

ซึ่งนายชัยวัฒน์ฯ เป็นผู้เสนอโครงการปลูกป่าเพื่อลดปัญหาอุทกภัยและภาวะโลกร้อน ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ว่ามีการกระทำประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน้าที่ราชการตามระเบียบเกี่ยวกับความผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ..๒๕๓๙หรือไม่อย่างไร

และการดำเนินการพิสูจน์ความจริงดังกล่าวมีการตรวจสอบไปถึงขั้นตอนใด องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนจึงยังมีข้อห่วงกังวลต่อการปฎิบัติหน้าที่ราชการอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของราชการในสังคมวงกว้างอีกด้วยเครือข่ายฯ กล่าว

เสวนาคอนเสิร์ต 23 เมษา หอศิลป์กทม.

23 เม.. 2566 เวลา 14.00 . ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภาคี saveบางกลอย กลุ่มดินสอสี ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม จับมือกันจัดงานเสวนาเรื่องเส้นทาง ความหวัง ความยุติธรรม 9 ปี บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ยังไม่ได้กลับบ้านระหว่าง 14.00 – 17.00 .

ในช่วงกลางวันเวทีเสวนาประกอบไปด้วยวิทยากร 6 ท่านได้แก่ อภินันท์ ธรรมเสนา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร พชร คำชำนาญ กลุ่มภาคีเซฟบางกลอย ส.รัตนมณีพลกล้าทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนพรเพ็ญคงขจรเกียรติทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและพิณนภาพฤกษาพรรณตัวแทนครอบครัวและตัวแทนชุมชนบางกลอยดำเนินรายการโดยวศินีพบูประภาพ

งานเสวนามีวัตถุประสงค์เพื่อทวงถามความชอบธรรมที่จะนำชาวบ้านบางกลอยกลับไปยังบ้านเดิมอันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมกลับไปทำกินตามวิถีวัฒนธรรมในพื้นที่ดั้งเดิมและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนกับชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี

ช่วงเย็นวันเดียวกัน จะมีการจัดคอนเสิร์ตจะขอเป็นนกพิราบขาวเพื่อเป็นการรำลึกถึงบิลลี่ และ เส้นทางการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม จากปู่คออี้ บิลลี่ ถึง ความหวังของคนบางกลอยที่จะได้กลับบ้านเกิดใจแผ่นดิน เวลา 18.00 . เป็นต้นไป

โดยคอนเสิร์ตตั้งชื่อตามบทเพลงโปรดของบิลลี่ ศิลปินที่จะมาร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้แก่ ‘Stoondio’ พร้อมด้วยดนตรีชาติพันธุ์ชิ สุวิชาน & เจนนี่และ ‘Klee Bho’ ตลอดจนครอบครัวดนตรีคีตาญชลีและโฮปแฟมิลี่’” เครือข่ายเปิดเผย

สืบพยานนัดแรก 24 เมษา  ศาลอาญาฯ กลางกทม.

24 เม.. 2566 เวลา 9.00 . ณ ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดสืบพยานคดีนี้ครั้งแรก นับแต่บิลลี่หายตัวไปครบ 9 ปี กำหนดนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 3 ปากรวมถึงนางสาวพิณนภาพฤกษาพรรณหรือมึนอภรรยาบิลลี่และนางโพเราะจีรักจงเจริญมารดาบิลลี่อีกด้วย

กำหนดนัดสืบพยานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากและเป็นที่จับตาของครอบครัวนายบิลลี่ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยตลอดจนสังคมในวงกว้างเนื่องจากการอุ้มฆ่านักปกป้องสิทธิเช่นนี้เป็นการกระทำที่ร้ายแรงอุกอาจย่อมจะสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

ทั้งคดีนี้ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิดในครั้งนี้อีกด้วย ย่อมจะสร้างความหวาดกลัวและความวิตกกังวลให้กับสังคม ทั้งคดีดังกล่าวมีประชาชน สื่อออนไลน์ให้ความสนใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของบิลลี่ได้หรือไม่อีกด้วย 

คดีนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นโอกาสเดียวของครอบครัวนายบิลลี่ที่จะได้รับความยุติธรรมจากการหายตัวไปของคนในครอบครัวตนไม่ว่าจะในฐานะบุตรชายน้องชายพี่ชายหรือบิดาอีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนได้

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมจับตาและสังเกตการณ์คดีนัดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของนายบิลลี่ และชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยใจแผ่นดินอย่างเต็มที่และเป็นธรรม นำเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นจริงเครือข่ายฯ ระบุ

(ภาพ : Saveบางกลอย)