“ผู้ป่วยจากมลพิษอากาศเพิ่ม 184,465 รายจากสัปดาห์ก่อน” สธ.เผย

ขณะสถานการณ์วิกฤตฝุ่นยังไม่ดีขึ้นตามคาดการณ์กรมควบคุมมลพิษ วันนี้ค่าฝุ่น 31 จังหวัดยังพบเกินมาตรฐาน ภาคเหนือยังเกินเกือบทุกพื้นที่ และหนักสุดที่แม่ฮ่องสอน 

ด้านสถานการณ์ไฟป่าเหนือยังระอุ ไฟป่าดอยจระเข้ เชียงรายยังไม่ดับ 

นายกฯ พูดอีก “จะเร่งประสานเพื่อนบ้านแก้ฝุ่น”

(ภาพ : CMU CCDC)

สธ. เผยสถิติผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศ

“17 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ของประเทศไทย พบเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ สูงสุดที่ภาคเหนือ 48-234 มคก./ลบ.ม. จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ เชียงราย 279 จุด เชียงใหม่ 215 จุด และน่าน 115 จุด 

โดยมีพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 มากกว่า 51 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป ติดต่อกันเกิน 3 วัน 8 จังหวัด ได้แก่ น่าน (อ.เมือง อ.เฉลิมพระเกียรติ) เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.ฮอด อ.เชียงดาว อ.แม่แจ่ม) เชียงราย (อ.เมือง อ.แม่สาย อ.เชียงของ) แพร่ (อ.เมือง) พะเยา (อ.เมือง) ลำพูน (อ.เมือง อ.ลี้) ลำปาง (อ.เมือง อ.แม่เมาะ) และแม่ฮ่องสอน (อ.เมือง อ.แม่สะเรียง อ.ปาย) 

หากค่าฝุ่น PM 2.5 มากกว่า 150 มคก./ลบ.ม. พื้นที่จะปฏิบัติตามแนวทางธงเตือนภัยสีแดงโดยผู้ใหญ่บ้านจะแจ้งเตือน 4 ครั้ง/วัน เวลา 07.00 น. 12.00 น. 15.00 น. และ 18.00 น. ให้ รพ.สต. รายงานสถานการณ์ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพประชาชน รักษาเบื้องต้น ให้บริการคลินิกมลพิษออนไลน์ ประสานให้งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก กิจกรรมวิ่ง และประสานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา งดกิจกรรมกลางแจ้งหรืองดการเรียนการสอนหากจำเป็น ส่วนทีม 3 หมอ อสม. ให้ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเสี่ยงและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว โดยส่วนกลางได้สนับสนุนเวชภัณฑ์ไปยังเขตสุขภาพที่ 1 ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 แล้วจำนวน 122,000 ชิ้น และเขตสุขภาพที่ 2 จำนวน 50,000 ชิ้น” นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

นพ.โอภาสให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคจากมลพิษทางอากาศ โดยพบว่า มีผู้ป่วยสะสม 2,472,492 ราย สัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 184,465 ราย เป็นกลุ่มโรคทางเดินหายใจมากสุด รองลงมา กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ แนวโน้มพบกลุ่มอาการระบบตา และหูคอจมูก เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงพบกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีอาการเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นอาการเล็กน้อย 3 อันดับแรก คือ แสบจมูก 34.23% แสบคอ 24.32% และแสบตา 20.72% ทั้งนี้ หน่วยงานในพื้นที่ยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเข้าสู่ระยะปกติ 

(ภาพ : Thai PBS)

ไฟป่าดอยจระเข้ยังไม่ดับ

“เจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าจากหลายภาคส่วน รวมถึงผู้นำชุมชน ทหารพราน เจ้าหน้าที่อุทยานลำน้ำกก  เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15  หลายร้อยนาย สนธิกำลังปฏิบัติการดับไฟป่าดอยจระเข้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทำแนวกันไฟไม่ให้ลุกลามจากบนเขาลงมายังพื้นที่ชุมชน โดยวานนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกองทัพบก นำเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA32 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนทิ้งน้ำเพื่อทำแนวกันไฟและดับไฟป่าในพื้นที่ดอยจระเข้ ซึ่งบินทิ้งน้ำจำนวน 9 รอบ รวมน้ำทั้งสิ้น 27,000 ลิตร” MCOT News รายงาน

ล่าสุดไฟป่าดอยจระเข้ที่ลุกไหม้ตั้งแต่ 14 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา บนพื้นที่ป่าเขาสูงชันในเขตรอยต่อระหว่าง อ.เมือง และ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ยังไม่สามารถดับได้ โดยไฟป่าบริเวณดอยจระเข้ขยายเป็นวงกว้างเข้าสู่ป่าหลังหมู่บ้านป่าตึง ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่เกิดไฟลุกไหม้มากว่า 4 ปี ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมมาก ทำให้ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) และหน่วยงานอื่น ๆ ระดมกำลังกว่า 200 คน เข้าร่วมการดับไฟป่าในภาคพื้นดิน

(ภาพ : CMU CCDC)

ค่าฝุ่นเหนือยังเกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่-คาดดีขึ้นพรุ่งนี้

“ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศวันนี้ (19 เม.ย.) 15:00 น. พบเกินค่ามาตรฐานใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ (วานนี้ เกินมาตรฐาน 36 จังหวัด) คือ แม่ฮ่องสอน แพร่ เลย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เชียงราย อ่างทอง อุบลราชธานี อุทัยธานี อุตรดิตถ์ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย สุโขทัย สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลำพูน ลำปาง ลพบุรี ราชบุรี พิษณุโลก พิจิตร พะเยา ประจวบคิรีขันธ์ บึงกาฬ น่าน นครสวรรค์ นครพนม ชัยนาท กำแพงเพชร กรุงเทพฯ

โดยในภาคเหนือ พบว่าเกินค่ามาตรฐาน 30 จาก 32 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 45 – 210 มคก./ลบ.ม. อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง ปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มากกว่า 90 มคก./ลบ.ม.) 9 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม ปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 50 – 90 มคก./ลบ.ม.) 21 พื้นที่

โดยพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 มากที่สุดในประเทศอยู่ที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน มีปริมาณ PM2.5 210 มคก./ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจากวานนี้ (18 เม.ย. 2566 อยู่ที่ 193 มคก./ลบ.ม.) กลับมามีปริมาณฝุ่นมากกว่า 200 มคก./ลบ.ม. อีกครั้งหลังจากลดลงไปเล็กน้อยวานนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ จาก 16 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 31 – 84 มคก./ลบ.ม. 

ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ 7 พื้นที่จาก 13 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 29 – 63 มคก./ลบ.ม. 

ภาคตะวันออก และภาคใต้ ไม่พบพื้นที่ปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน (มากกว่า 50 มคก./ลบ.ม.) 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. เกินค่ามาตรฐาน 14 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 34 – 70 มคก./ลบ.ม.” ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 19 เม.ย. 2566 ณ 15:00 น 

“20 – 26 เม.ย. 2566 สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีแนวโน้มที่ดีถึงปานกลาง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น เพดานการลอยตัวอากาศที่สูงขึ้น  ประกอบกับลมทางใต้ที่กำลังแรงช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่

พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 20 – 26 เม.ย. 2566 

ซึ่งจังหวัดที่ควรเน้นการเฝ้าระวังได้แก่จังหวัดเชียงราย และน่าน อย่างไรก็ตามภาพรวมของพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นภายหลังวันที่ 20 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เนื่องจากความเร็วลมที่ระดับชั้นบน มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้การระบายฝุ่นของพื้นที่ดีขึ้น ประกอบกับช่วงวันที่ 21 – 25 อาจพบเจอฝนตกได้ในบางพื้นที่ของทั้งภาคเหนือตอนบนและล่าง” กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ภาพ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

“จะประสานประเทศเพื่อนบ้านหาทางออก PM2.5” นายกฯ

“สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีการรายงานค่าตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากปัจจัยต่าง ๆ ภายในประเทศ เช่น การจราจร โรงงานอุตสาหกรรม หรือการกำจัดวัชพืชโดยการเผาแล้ว ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของประเทศเพื่อนบ้านด้วย จึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยหารือ และประสานความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อหาทางออก และร่วมกันแก้ไข ย้ำเตือนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเป็นธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนละเว้นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วานนี้ (18 เม.ย. 2566)