สีสันความม่วนซื่น “สงกรานต์แก่งสะพือ 2566”

ภาพบรรยากาศความม่วนซื่นของชาวอุบลราชธานี ณ แก่งสะพือ ในวันสงกรานต์ 2566 หลังพายุการเมืองเรื่องการปิดเปิดประตูน้ำเขื่อนปากมูลของคณะทำงานฯ ยอมให้เปิดเขื่อนได้ 9 วัน (9 – 17 เมษายน) แม้จะเคยมีข้อตกลงว่าจะเปิด 30 วัน

นับเป็นการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของสงกรานต์แก่งสะพือเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีจากการเปิดเผยของนายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหารที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนพื้นที่โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ยิ้มรับการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวแม้จะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ

แก่งสะพือ เป็นแก่งหินที่สวยงามในแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานี ตามทางหลวงหมายเลข 217 ประมาณ 45 กิโลเมตรมีลักษณะเดียวกันกับที่สามพันโบกนั่นคือในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินจะจมอยู่ใต้น้ำและจะถูกกัดเซาะด้วยแรงของกระแสน้ำวนจนเกิดเป็นแอ่งเล็กแอ่งน้อย

สะพือ เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า ซำพืดหรือ ซำปึ้ด ซึ่งเป็นภาษาส่วย แปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม

เมื่อน้ำในลำน้ำมูลแห้งขอดในฤดูแล้งแก่งหินดังกล่าวก็จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติกลางแม่น้ำมูลเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความสวยงามของแก่งหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งมองเห็นเป็นภาพศิลปะทั้งรูปวงกลมวงรีรูปดาวและรูปอื่นๆอีกมากมายตามแต่จะจินตนาการซึ่งบรรยากาศแบบนี้จะมีให้สัมผัสเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคมเท่านั้น

ส่วนในช่วงหน้าฝนแม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นแก่งหินที่สวยงามได้แต่ก็เป็นช่วงที่ลงเล่นน้ำได้สนุกสนานเนื่องจากน้ำที่นี่ไหลแรงกำลังดีระดับน้ำไม่ตื้นเกินไปไม่ลึกเกินไปอีกทั้งก้อนหินต่างๆยังมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่หนามากทำให้ก้อนหินนุ่มและลื่นสามารถสนุกกับการเล่นน้ำได้โดยไม่ต้องกลัวหินบาด

แก่งสะพือ นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเมืองอุบลราชธานีแล้ว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี สถานที่แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นที่จัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสืบทอดประเพณีอันดีงามไว้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อธิบายแก่งสะพือในมุมมองการท่องเที่ยว

อ่านเพิ่มเติม :

‘สงกรานต์แก่งสะพือ 66’ ความม่วนซื่นที่กลับมาพร้อมความขัดแย้งจัดการน้ำ?

“กว่าจะเปิดได้ ประตูน้ำเขื่อนปากมูลเพื่อสงกรานต์แก่งสะพือ” กฤษกร ศิลารักษ์

(ภาพ : เพจประเทดอุบล)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร)
(ภาพ : เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร)
(ภาพ : ฮักนะพิบูล)
(ภาพ : ฮักนะพิบูล)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)

(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)
(ภาพ : GreenNews)