“ไม่กังวล ทำเต็มที่แล้ว” นายกเผย กรณีถูกยื่นฟ้องไม่แก้วิกฤตฝุ่น

ขณะสถานการณ์ฝุ่นเหนือยังสาหัสต่อเนื่องตามการคาดการณ์ เย็นนี้ แม่ฮ่องสอนหนักสุด สูงถึง 319 มคก./ลบ.ม. ล่าสุด คพ.คาดการณ์ แนวโน้มเริ่มดีหลัง 14 เมษา

ชาวเชียงราย ชาวบ้านรณรงค์กระทุ้งหน่วยงานรัฐแก้ฝุ่น รองผู้ว่าฯ แจงมีแผนสั้นกลางยาวชัด ยอมรับไม่ประกาศเขตภัยพิบัติเพราะเกรงผลกระทบ-งบไม่พอ ล่าสุดประชุมร่วมกับ สปป.ลาว หาทางแก้ฝุ่นข้ามแดนร่วมกัน ด้านผู้ว่าฯ เชียงใหม่ประสาน “ทำฝนหลวงลดฝุ่น”

(ภาพ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

“ไม่กังวล จะฟ้องก็ฟ้องมา” นายกฯ

“ได้มีการย้ำเตือนให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน ซึ่งทุกคนก็ลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ 

แต่ปัญหาของปริมาณฝุ่น PM2.5 อยู่ที่เรื่องของการเผา โดยก็ได้มีการประสานคุยในพื้นที่ทางการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน และจะหาโอกาสพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ภูมิภาคอาเซียนมาก” 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (11 เม.ย. 2566) 

“ยื่นฟ้องก็ฟ้องมาเถอะ แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนเรื่องการเผาป่าเผาวัชพืช ซึ่งอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถึงการในการหาของป่าแต่สร้างผลกระทบโดยรวม และยืนยันการทำงานทำในทุกมิติแต่ถ้าหากประชาชนยังไม่พอใจก็เป็นสิทธิ์  ซึ่งรัฐบาลก็เห็นใจในภาคการเกษตร เพราะช่วงรอยต่อในการทำการเกษตร 

แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องการเกษตรอย่างเดียว ยังเป็นเรื่องของการใช้รถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบทุกหน่วยงาน และให้รายงานทุก 3 วัน ผ่านทางสำนักงานปลัด และจะมีการประชุมสำนักงานสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาภาพรวม” นายกฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว The Reporters รายงาน

(ภาพ : Kowit Boondham)

ชาวเชียงรายรวมตัวต่อฝุ่นพิษ PM2.5

เย็นวานนี้ (10 เม.ย. 2566) ประชาชนชาวเชียงรายจากหลายภาคส่วนทั้ง คณะสงฆ์ และสามเณรจากวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ กลุ่มแพทย์ใน จ.เชียงราย ภาคเอกชน เยาวชน องค์กรเอกชน ฯลฯ กว่า 200 คน รวมตัวกันบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และขอยื่นหนังสือต่อ พุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ขอทราบการแก้ไขปัญหาของจังหวัดทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว

แพทย์หญิงที่เข้าร่วมกิจกรรมให้ข้อมูลว่า ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทุกเพศทุกวัย และจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวโดยจะทำให้คนในพื้นที่ระบาดของฝุ่นอายุสั้นลง 4 ปี 

พลวัต ตันศิริ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงราย ให้ความเห็นว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ควรจะเป็นปัญหาระดับภูมิภาค เนื่องจากได้รับผลกระทบกันข้ามประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งไทย สปป.ลาว เมียนมา ดังนั้นภาครัฐควรแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น กระทรวงพาณิชย์หารือกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการต่างประเทศหารือเรื่องแนวนโยบายต่อปัญหานี้ร่วมกัน ฯลฯ

(ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย)

แจง “เหตุผลที่ไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ” – ประชุมร่วม สปป.ลาว

“จังหวัดได้วางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ส่วนไฟป่าในจังหวัดพบว่าเกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ป่าเขาสูงชัน และผู้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟจุดใดได้แล้วก็จะย้ายไปเผาจุดใหม่อีก ปัจจุบันจึงใช้มาตรการเข้มข้นจับกุมได้แล้วหลายราย 

หากประกาศจะส่งผลกระทบด้านอื่นเพิ่มเติมมาด้วย และงบประมาณที่ใช้แก้ปัญหาในปัจจุบันยังถือว่าเพียงพออยู่” วราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ชี้แจงต่อผู้ชุมนุม 

“วันนี้ (11 เม.ย.2556) ที่โรงแรมเอ็ม บูทีค รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย พุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย และ ดร.บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย-สปป.ลาว ครั้งที่ 10 

โดยหนึ่งในตัวข้อสำคัญของการประชุมคือ การแก้ปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ที่ประชุมกำหนดให้มีความร่วมมือในการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่าย สปป.ลาว แจ้งว่าก็ประสบปัญหาฝุ่นควันมีปริมาณมากเหมือนกับฝั่งไทย ดังนั้นจึงจะร่วมกันแก้ปัญหาในอนาคตต่อไป” สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย รายงาน

(ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่)

เชียงใหม่ ทำฝนหลวงหวังช่วยลดฝุ่น

“วันนี้ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมหารือร่วมกับ สุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เกี่ยวกับการใช้อากาศยานกรมฝนหลวง และการบินเกษตรโปรยน้ำแรงดันสูงพ่นละอองน้ำขนาดเล็ก เพื่อกำจัดฝุ่นละออง PM 2.5” Wevo สื่ออาสา เปิดเผย

“สาหัสต่อเนื่อง – คาดเริ่มดีหลัง 14 เมษา” ฝุ่นเหนือ

สถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 เย็นวันนี้ (11 เม.ย. 2566) 16:00 น. จากข้อมูลจาก Air4Thai ภาคเหนือเกินค่ามาตรฐาน 27 พื้นที่ (ทั้งหมด 31 พื้นที่ จากสถานีวัดของกรมควบคุมมลพิษ) มี 16 พื้นที่ ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง ปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มากกว่า 90 มคก./ลบ.ม.) และมี 11 พื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม ปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 51 – 90 มคก./ลบ.ม.)

เชียงใหม่มีพื้นที่ปริมาณฝุ่นเกินมาตรฐานทั้งหมด 6 พื้นที่ รองลงมาเป็น ลำปาง 4 พื้นท่ี เชียงราย แม่ฮ่องสอน 3 พื้นที่ น่าน ลำพูน 2 พื้นที่ 

ปริมาณฝุ่น PM2.5 สูงที่สุดในประเทศ (16:00 น. วันนี้) อยู่ในพื้นที่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 319 มคก./ลบ.ม. โดยปริมาณ PM2.5 ในพื้นที่มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกันนานกว่า 7 วันแล้ว นอกจากนั้นภาคเหนือยังมีพื้นที่ปริมาณฝุ่น PM2.5 มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และน่าน

“12 – 18 เม.ย. 2566 สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น เพดานการลอยตัวอากาศที่สูงขึ้น  ประกอบกับลมทางใต้ที่กำลังแรงช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามวันที่ 14 – 15 เม.ย. 2566 อาจมีสภาพอากาศที่ปิดได้ในบางพื้นที่ จึงควคเพิ่มการเฝ้าระวัง

พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 12 – 18 เม.ย. 2566 ซึ่งจังหวัดที่ควรเน้นการเฝ้าระวังได้แก่จังหวัดเชียงราย และน่าน อย่างไรก็ตามภาพรวมของพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นภายหลังวันที่ 14 เมษายน 2566 เป็นต้นไป” กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์