“6 ความคืบหน้า” แก้ปัญหาเกาะหลีเป๊ะ เผยตัวการล่าช้า “เจ้าหน้าที่เพิกเฉย”

“กรมที่ดินเตรียมเพิกถอนที่ดินพิพาท นส.3 แปลงที่ 11- เตรียมรังวัดทั้งเกาะ ถ้ามีปัญหาเตรียมเพิกถอน – สั่งบังคับคดีรุกที่ดินอุทยาน – เตรียมคุย 2 หน่วยงานแก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน – เตรียมรื้อถอนโรงแรมไม่มีใบอนุญาต – ลงดาบนายก อบต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

บิ๊กโจ๊กเผย 6 ความคืบหน้า การแก้ปัญหาเกาะหลีเป๊ะล่าสุด ยอมรับ “ล่าช้า” สาเหตุ “เจ้าหน้าที่เพิกเฉย” ประกาศลงพื้นที่อีกครั้ง พรุ่งนี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (ภาพ : The Reporters)

6 ความคืบหน้า “แก้ปัญหาเกาะหลีเป๊ะ”

วันนี้ (23 มี.ค. 2566) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ให้สัมภาษณ์กับสื่อ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดต่อกรณีข้อพิพาทหลีเป๊ะ หลังการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ครั้งที่ 3/2566 โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตนจะลงไปยังพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค. 2566) เพื่อเร่งรัดสำนวนสอบสวนที่ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนที่บุกรุก รวมถึงรีสอร์ตต่าง ๆ  

  1. คืบหน้าเพิกถอนแปลงปัญหา

“วันนี้กรมที่ดินมีคำสั่งตามมาตรา 61 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (ถ้ามีการออกโฉนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรมที่ดินสามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินการเพิกถอนได้) ซึ่งวันนี้เข้าสู่กระบวนการ และกรมที่ดินมีคำสั่งแล้ว โดยจะดำเนินการเพิกถอนที่ดิน นส. 3 แปลงที่ 11 ทั้งแปลง ซึ่งเป็นที่ดินที่มีปัญหา โดยคาดว่าจะสามารถเพิกถอนเอกสารสิทธิได้หมดในช่วงต้นเดือน พ.ค. ”  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

  1. รังวัดทั้งเกาะ

“มีมติจากที่ประชุมวันนี้ว่า ทั้งกรมที่ดิน และกรมอุทยานแห่งชาติจะร่วมกันรังวัดที่ดินทั้งเกาะ โดยยื่นคำร้องขอคำสั่งศาลจังหวัดสตูลในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อสำรวจแนวเขตของที่ดินทุกแปลงบนเกาะกว่า 81 แปลง หากพบว่าที่ดินแปลงไหนไม่ถูกต้องจะมีการดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิอีก โดยจะมียื่นคำร้องต่อศาลภายในสัปดาห์หน้า”  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผย

“ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดินบนเกาะกว่า 81 แปลงมีปัญหาก็สามารถเพิกถอนได้ เพราะว่าคณะกรรมการฯ ดำเนินการภายใต้เอกสารรัฐ ไม่มีใครสู้เอกสารรัฐได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังหรือไม่” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว The Reporters ที่ถามว่า ถ้าตรวจพบว่าทุกแปลงบนเกาะมีปัญหาจะสามารถเพิกถอนทั้งหมดได้หรือไม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ถ้ามีการเพิกถอนทุกแปลงบนเกาะก็จะทำให้ที่ดินทุกแปลงกลับคืนสู่กรมอุทยานฯ โดยกรมอุทยานฯ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นกรมอุทยานก็จะเป็นคนจัดสรรเองว่าที่ดินส่วนนี้ครวจะใช้ทำอะไร

  1. สั่งบังคับคดี 

“วันนี้ศาลจังหวัดสตูลมีคำสั่งบังคับคดี 8 คดีที่รุกล้ำที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตาแล้ว โดยในวันศุกร์หน้า (31 มี.ค. 2566) กรมบังคับคดีก็จะเข้าไปปักป้ายรื้อถอนสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ในส่วนที่ศาลมีคำสั่งให้รื้อถอน”  ประธานคณะกรรมการฯ กล่าว

  1. แก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน

“จะทำการแก้ไขปัญหาระหว่างชาวประมงพื้นบ้าน เนื่องจากมีความทับซ้อนกันอยู่ระหว่างกฎหมายของกรมอุทยานแห่งชาติ และกฎหมายของกรมประมง ที่ส่งผลให้ชาวบ้าน โดยจะนำทั้ง 2 กรมมาคุยกัน และจะหาข้อสรุปว่า จุดใดสามารถทำประมงพื้นบ้านได้ เพื่อเป็นการรักษาสมดุลระหว่างธรรมชาติ การท่องเที่ยว กับการทำมาหากินของชาวบ้าน เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง”  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

  1. รื้อถอนโรงแรมไม่มีใบอนุญาต 

“ส่วนของโรงแรม รีสอร์ต ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมกว่า 95 โรงแรม ก็จะต้องดำเนินการรื้อถอนทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าหลายส่วนเป็นนอมินี ทำให้เงินจากการดำเนินงานออกนอกประเทศหมด”  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผย

  1. จัดการพนักงานละเว้นหน้าที่

สำหรับความเดือนร้อนของชาวเลในพื้นที่ที่ถูกเอกชนอ้างเอกสารสิทธิ์ และทำการสร้างรั้วกั้นทางสาธารณะ ทั้งทางลงพื้นที่หาด และทางเข้าโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ ทำให้ไม่สามารถใช้เส้นทางในการสัญจรได้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ล่าช้าของทาง นายกอบต. เกาะสาหร่าย

“ตอนนี้ก็ได้ทำการดำเนินคดีนายก อบต. ไปแล้ว ในเรื่องความผิดฐาน 157 (เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเว้นหน้าที่) และนำเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการแล้ววันนี้

เพราะนายก อบต. เป็นผู้มีหน้าที่ แต่ว่าไม่ทำหน้าที่ ทั้ง ๆ ทางตำรวจส่งหนังสือไปแล้วถึง 5 ครั้งว่า การปิดกั้นทางดังกล่าวเป็นการเป็นการก่อสร้างโดยไม่มีการขออนุญาต เนื่องจากการก่อสร้างทุกประเภท ต้องขออนุญาตจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไงการสร้างรั้วดังกล่าวก็ต้องดำเนินการรื้อถอน” ประธานคณะกรรมการฯ กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าปัญหาบนเกาะต้องรีบดำเนินการทั้งทางทิ้งขยะที่ปัจจุบันยังไม่มี สำรางสาธารณะก็ถูกปิดทับ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน การแก้ปัญหาจะต้องเอาจริงเอาจริง ไม่อย่างนั้นจะสายเกินไป ซึ่งประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาเชื่อว่าถ้าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกรมที่ดิน กรมอุทยานฯ กรมบังคับคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาร่วมมือกันจะสามารถแก้ปัญหาที่ค้างคามายาวนานได้

(ภาพ : นายเรียง สีแก้ว)

เผย “สาเหตุล่าช้า เจ้าหน้าที่เพิกเฉย”

สำหรับคำถามจากผู้สื่อข่าว The Reporter ว่า การดำเนินการของคณะกรรมการฯ หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งมาตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ถือว่ามีความล่าช้าจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับปฏิบัติการ ในท้องที่ จ.สตูล ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่แทบทั้งหมดเพิกเฉย ซึ่งเมื่อเกิดการเพิกเฉยแล้วก็จะต้องมีการดำเนินคดีอาญาต่อไป

“ไม่เป็นไรเมื่อเพิกเฉยผมก็ทำให้เห็นโดยการดำเนินคดีเสีย เหมือนเมื่อตอนดำเนินคดีกับนายก อบต. ก็ตื่นตัวเอง เมื่อเห็นการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกคนตื่นตัว วันนี้ก็ตื่นตัวหมด” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

อัพเดตชมแถลงข่าว “บิ๊กโจ๊ก” 24 มี.ค. 2566 เกี่ยวกับเรื่องนี้