กรีนพีซไทยเปิดแคมเปญ “เข้าคูหา กา (เพื่อ) สิ่งแวดล้อม” รับการเลือกตั้ง 66

รณรงค์ให้คนไทยเลือกพรรคที่มีนโยบายชัดเจน 6 ประเด็นโลกร้อนพลังงานฝุ่น PM2.5 – พลาสติกมลพิษอากาศข้ามแดนลุ่มโขงทะเลและชายฝั่งบนฐานเป็นธรรมทางสังคมไม่นำไปสู่การฟอกเขียว

ภายใต้ชื่อแคมเปญ “Vote for Climate เข้าคูหากาสิ่งแวดล้อม

(กราฟฟิก : GreenNews)

เปิดแคมเปญวันนี้

ในการเลือกตั้งระดับชาติที่จะมีขึ้นในปี 2566 นี้ กรีนพีซ ประเทศไทยได้เปิดตัวแคมเปญ #VoteForClimate เข้าคูหากาสิ่งแวดล้อม พร้อมกับชูประเด็นข้อเสนอนโยบายสิ่งแวดล้อมต่อพรรคการเมืองกรีนพีซ ประเทศไทยเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในการดำเนินการทางการเมืองผ่านแนวนโยบายของพรรค จะมีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและก่อรูปนโยบายสิ่งแวดล้อมที่สร้างความมั่นคงและเข้มแข็ง(Resilience) ของชุมชนและสังคมบนรากฐานของความเป็นธรรมและเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดอันดับที่ 9 ของโลกที่รับผลกระทบระยะยาวจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รายงาน Global Climate Risk Index 2021 ระบุว่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว 146 ครั้ง สร้างความสูญเสียต่อชีวิต 0.21 ต่อประชากร 1 แสนคน และเกิดความเสียหาย 7,719.15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 0.82% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

แต่นโยบายสภาพภูมิอากาศของไทยกลับเปิดช่องให้มีการฟอกเขียวโดยกลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง

ข้อมูลจาก Climate Action Tracker[3] ซึ่งทำการจัดอันดับนโยบายสภาพภูมิอากาศของประเทศทั่วโลก ระบุว่า ประเทศจัดอยู่ในอันดับที่ไม่เพียงพออย่างยิ่ง(Critically insufficient)” ทั้งในแง่ของปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและพันธกรณีด้านสภาพภูมิอากาศ และความสอดคล้องกับเป้าหมายความตกลงปารีส

แม้วิกฤตสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แต่การจัดสรรงบประมาณในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไม่คงที่และไม่ได้สัดส่วน ข้อมูลจากสำนักงบประมาณชี้ให้เห็นว่า ระหว่างปี 2560 – 2565 งบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมค่อยๆ เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2561- 2564 และในปี 2565 กลับลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา

ภายใต้แคมเปญ #VoteForClimate เข้าคูหากาสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทยหยิบยกประเด็นความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) เพื่อนำเสนอนโยบายสิ่งแวดล้อมต่อพรรคการเมืองเข้าด้วยกันกรีนพีซ ประเทศไทย ระบุในการเปิดแคมเปญวันนี้ (15 มีนาคม 2566) ผ่านช่องทางออนไลน์

ชูเลือกพรรคที่มีนโยบาย 6 ประเด็นสิ่งแวดล้อม

กรีนพีซ ประเทศไทยหยิบยกประเด็นความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) เพื่อนำเสนอนโยบายสิ่งแวดล้อมต่อพรรคการเมืองเข้าด้วยกัน ดังนี้

  1. การให้ความสำคัญและรับรององค์ความรู้และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นในการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ขณะที่กำหนดจุดยืนในเวทีโลกที่หนักแน่นในการจัดตั้งและดำเนินการกองทุนว่าด้วยความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) เพื่อกลุ่มประเทศที่เปราะบางจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
  2. การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition) และประชาธิปไตยทางพลังงาน (Energy Democracy)
  3. มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก (PM2.5)
  4. มลพิษพลาสติก
  5. มลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
  6. สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่งกรีนพีซไทยระบุ

ยันสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

ในการเลือกตั้ง 2566 นี้ ไม่ว่านโยบายสิ่งแวดล้อมจะเป็นจุดขายของพรรคการเมืองต่าง ๆ หรือไม่อย่างไร แต่หากปราศจากการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี (right to a healthy environment) ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชน นโยบายสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นก็ถูกใช้เป็นกลไกในการฟอกเขียว ขยายความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มขึ้น และสร้างความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

กรีนพีซเชื่อว่าการเมืองที่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีต้องอยู่บนรากฐานของความเป็นธรรมทางสังคมและประชาธิปไตยที่เปิดกว้างให้กับความหลากหลายทางความคิดและเปิดพื้นที่ให้กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจและกำหนดนโยบายอย่างแข็งขันและมีความหมายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทย กล่าว