แถลงด่วนบ่ายนี้ เผย “วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม137 เป็นเครื่องมือวัดระดับขี้เถ้าในไซโลของโรงไฟฟ้า –ใช้งานมา 28 ปี – หายไปตั้งแต่ 23 ก.พ. หาไม่พบในโรงงาน กำลังควานหาตามแหล่งรับซื้อของเก่า ยังไม่มีเบาะแส”
ผู้ว่าปราจีนบุรีประกาศยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 2 พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์
ขณะเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแถลง “ไม่อันตราย หากไม่ผ่าหรือทำลายวัสดุห่อหุ้ม” ด้านบริษัทประกาศ “ใครเจอให้รางวัล 5 หมื่น เตือนอย่าผ่าอย่าหลอมเด็ดขาด”

แถลงรายละเอียด “ซีเซียม137” ที่หายไป
เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (14 มี.ค. 2566) ได้มีการจัดแถลงข่าวด่วนชี้แจงกรณีการหายปริศนาของ “วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137” จากโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำของ “บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด” ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี ซึ่งประกอบธุรกิจประเภทไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบการปรับอากาศ ให้บริการด้าน การจ่ายไฟฟ้า
การแถลงข่าวร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีและเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
“วัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 (Cesium-137, Cs-137) จำนวน 1 ชิ้น ห่อหุ้มด้วยท่อเหล็กกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม ใช้เป็นเครื่องมือวัดระดับขี้เถ้าในไซโลของโรงไฟฟ้า ติดตั้งใช้งานเมื่อปี 2538
11 มีนาคม 2566 เวลา 23.00 น. จังหวัดฯได้รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า มีเหตุวัสดุกัมมันตรังสีสูญหายจากบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอจำกัด
จากการรวบรวมข้อมูลได้ความว่า สูญหายไปประมาณวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการสอบถามพนักงานขับรถที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และทราบว่า ได้ยินเสียงดังมากเหมือนว่ามีโลหะตกลงพื้นและไม่คิดว่าเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ติดตั้งอยู่บนถังไซโลเก็บขี้เถ้า โดยมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 16-17 เมตร คาดว่าวัสดุกัมมันตรังสีจะตกอยู่ในพื้นที่ 200 ตารางเมตรจากจุดที่มีการติดตั้ง
วัสดุกัมมันตรังสีมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นใน และห่อหุ้มด้วยเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม และมีป้ายติดรายละเอียดแสดงข้อมูลของวัสดุกัมมันตรังสี และมีสัญลักษณ์ทางรังสีขนาดเล็กติดอยู่ โดยวัสดุกัมมันตรังสีผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 28 ปี” รณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยในการแถลงข่าว
คาดหลุดออกนอกโรงงานแล้ว–ควานหาตามแหล่งรับซื้อของเก่า
“หลังสูญหาย บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินภายในโรงงาน และจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50 คน โดยมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติให้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อดำเนินการค้นหาวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในพื้นที่โรงงานทั้งหมด
จากการตรวจสอบไม่พบวัสดุกัมมันตภาพรังสีภายในโรงงานซึ่งสามารถสรุปได้ว่าอาจมีการนำวัสดุกัมมันตภาพรังสีออกนอกโรงงานไปแล้ว
จากนั้นเจ้าหน้าที่จากอำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และบริษัทฯ ได้ออกค้นหาและตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือวัดทางรังสีในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เช่น ร้านขายของเก่า ร้านรับซื้อเศษโลหะมือ 2 เป็นต้น
วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย เป็นวัสดุกัมมันตรังสีที่ มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและห่อหุ้มด้วยเหล็ก วัสดุกัมมันตรังสีจะอยู่ในชั้นในสุด หากวัสดุกัมมันตรังสียังอยู่ในสภาพเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม กรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย มีการถอดประกอบหรือชำแหละเครื่องกำบังที่ ห่อหุ้มจนทำให้วัสดุกัมมันตรังสีมีลักษณะเปลือยเปล่า จะมีรัศมีการแผ่รังสีออกจากวัสดุกัมมันตรังสีประมาณไม่เกิน 1-2 เมตรหากมีการสัมผัสวัสดุกัมมันตรังสีโดยตรงจะทำให้ผู้สัมผัสเกิดผื่นแดงหรือเป็นแผลไหม้บริเวณที่สัมผัสวัสดุกัมมันตรังสี
จากการประเมินสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม– 137 ที่สูญหายได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง ดังนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม” การแถลงข่าวเปิดเผย

จังหวัดประกาศยกระดับ “ภัยระดับ2” – ตั้งศูนย์ฯ
“ได้รับแจ้งจากบริษัทฯ ว่าทำชิ้นส่วนฯ หายออกจากโรงงานและได้ติดตามค้นหาเป็นเวลา 3 วัน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าไม่ได้อยู่ในโรงงาน และมอบหมายให้หน่วยงานราชการ บริษัทฯ ดำเนินการเตรียมความ พร้อมในการรับมือกรณีวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สูญหาย
ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีดำเนินการยกระดับภัย จากภัยระดับ 1 เป็นระดับ 2 ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี
โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาวัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าว และให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปราจีนบุรีจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในโรงงานที่อาจได้รับอันตรายจากวัสดุกัมมันตรังสีฯ” รณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
“ยังไม่อันตราย ถ้าไม่ถูกผ่าหรือทำลายวัสดุห่อหุ้ม” สนง.ปรมาณูเพื่อสันติ
“ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าของที่หายไปหายไปเองจากสภาพ หรือหายไปเพราะฝีมือมนุษย์ ซึ่งถ้าคนที่เอาไปไม่ทำอะไรก็จะปลอดภัย เพราะบริษัทผลิตมีการป้องกันความปลอดภัยอย่างสูงสุด แต่ถ้าผู้ที่นำไปเอาไปผ่าจะเจอหลอดข้างใน ถ้าหักก็จะเจอซีเซียม ถ้าเจอก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จะป่วย ขั้นร้ายแรงก็เป็นมะเร็ง
“แท่งนี้ตกจากที่สูงเท่ากับตึก 5 ชั้น ยังไม่เป็นอะไร ฉะนั้นท่านที่นำไปอย่านำไปผ่า ผมเชื่อว่าต้องมีคนหิ้วออกไป ขอความร่วมมือร้านค้าอย่ารับซื้อจากคนที่นำไปขาย อย่าหลอมเหล็ก ถ้าเจอวัสดุลักษณะนี้ท่านอย่านำไปหลอมที่พูดเพื่อเตือน มาตรการต่อไป ราต้องวางแผนเพื่อหาให้เจอ เรื่องนี้ย้ำให้ทางโรงงานหาให้เจอ” เพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวในการแถลงข่าว
“ประเมินว่ายังไม่ส่งผลกระทบประชาชน” ก.สาธารณสุข
“ระดับอันตรายที่จะมีผลต่อสุขภาพ ขนาดเล็กน้อยก็จะมีอาการพุพอง ไหม้ เพิ่มขึ้นมาอีกระดับคือคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดไขกระดูก มากขึ้นอีกระดับจะกระทบระบบประสาทจนถึงเสียชีวิต และระดับสูงสุดจะทำให้เป็นมะเร็ง” สุรินทร์ สืบซึ่ง สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวในการแถลงข่าว
“จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์
สำหรับสารซีเซียม-137 เป็นกัมมันตภาพรังสี (radioactivity) หากสัมผัสในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะไม่มีผลต่อร่างกายที่ชัดเจน แต่หากสัมผัสในระยะเวลานานและปริมาณสูงขึ้น จะเริ่มมีผลต่อร่างกาย ทำให้เกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ผมร่วง แผลเปื่อย หากสัมผัสในปริมาณสูงและยาวนาน อาจเกิดพังผืดที่ปอด เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดต้อกระจกขึ้นในนัยน์ตา ซึ่งอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ได้รับ
นอกจากนี้ หากปนเปื้อนลงไปในน้ำ จะส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ในสัตว์ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการรับและการสะสม หากสัตว์รับสารรังสีเข้าไปจะเพิ่มความเข้มข้นสะสมในห่วงโซ่อาหาร แต่ยังไม่มีผลยืนยันที่ชัดเจนว่าจะถึงขั้นเปลี่ยนระบบนิเวศน์ใต้ทะเลหรือไม่” นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวค่ำวันนี้
“ใครเจอ ให้ 5 หมื่น” บริษัทประกาศ
“หากท่านใดพบเห็นวัตถุดังกล่าว โปรดแจ้งกลับมาที่ อารีย์ จักษ์ตรีมงคล ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เนชั่นแนลเพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 08-5835-0190 (ตลอด 24 ชั่วโมง) สำหรับผู้ที่ชี้เบาะแสจนสามารถนำวัสดุกัมมันตรังสีที่สูญหายกลับมาได้ จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท.” บริษัทฯ กล่าว