“ส้ม-เหลืองทั้งกรุง” ระดับฝุ่น PM2.5 กทม.เกินมาตรฐาน เตือน”มะรืนแย่อีก”

พรุ่งนี้จะดีขึ้นหนึ่งวัน และกลับมาแย่มะรืนอีกสองวันพื้นที่ควรเฝ้าระวัง กรุงเทพกลางกรุงธนเหนือและใต้กรมควบคุมมลพิษคาดการณ์ ด้วยอิทธิพลจากอากาศนิ่งปิดมวลอากาศเย็นจากจีน

ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เตือน “พบเกินมาตรฐานทั่วประเทศ 23 จังหวัด

เครือข่ายอากาศสะอาด Thai CAN ชี้จับตาปัจจัยสมทบอิทธิพลไฟภาคเกษตรไฟประเทศเพื่อนบ้านตั้งคำถามเบื่อไหม นั่งรับภัยฝุ่นชวนเปลี่ยนนโยบาย 

(ภาพ : Thai CAN)

สถานการณ์ 24 ..

ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ. ) ร่วมกับ​ ​กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 41 – 81 มคก./ลบ..

ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ และสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ​ airbkk.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK”

ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 24 มกราคม 2566 07:00

ภาพรวมทั้งประเทศ พบระดับปริมาณ PM2.5 ในอากาศเกินค่ามาตรฐานรวม 23 จังหวัด คือ ปทุมธานี กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว ระยอง และ ขอนแก่น

โดยสรุป ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20 – 73 มคก./ลบ.. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 27 – 57 มคก./ลบ.. ภาคกลางและตะวันตก ตรวจวัดได้ 31 – 83 มคก./ลบ.. ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25 – 64 มคก./ลบ.. และภาคใต้ ตรวจวัดได้ 7 – 24 มคก./ลบ..” ศูนย์ฯ รายงาน

แนวโน้มกลับมาแย่อีก “27-28 ..”

วันที่ 27-28 มกราคม 2566 พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และปิด ประกอบกับมีมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนแผ่เข้ามา โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และใต้

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 25 – 31 มกราคม 2566

พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วง 29 -31 มกราคม 2566 แต่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบนและล่าง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 27-28 มกราคม 2566” คพ. รายงาน

Thai Can จับตาอิทธิพลสมทบ ไฟภาคเกษตรประเทศเพื่อนบ้าน

เช้านี้ ฝุ่นพิษแดงเถือก (24 .. 66) ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) ยังคงเกินค่าแนะนำ 24 ชั่วโมงขององค์การอนามัยโลก 6 เท่า! และหนักกว่าเมื่อวานในกรุงเทพฯ และภาคกลาง (ภาพที่ 1 และ 2) หลายพื้นที่ในภาคเหนือ ตะวันออก ตะวันตก และอีสาน ก็อ่วมกันถ้วนหน้า (ภาพที่ 3)

สาเหตุหลักของฝุ่นพิษวันนี้คล้ายกับเมื่อวานโดยในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลภาคกลางและภาคตะวันออกและตะวันตกความเร็วลมลดลงและเกิดปรากฏการณ์ฝาชีครอบต่ำมากทำให้ฝุ่นในพื้นที่จากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมระบายที่มาออกได้ช้าและไม่สามารถลอยขึ้นสูงได้

ที่สำคัญ ยังมีการเผาในพื้นที่เกษตรและป่าไม้มาสมทบเพิ่ม เมื่อเทียบกับเมื่อวานจำนวนจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA ลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 681 จุด เหลือ 615 จุด โดยจุดความร้อนมากจากภาคเกษตร 46.5% ภาคป่าไม้ 46.5% และอื่นๆ 6.99% ของจำนวนจุดความร้อนทั้งหมด

ข้าวครองแชมป์การเผามาที่สุด 126 จุด ตามด้วยอ้อย 53 จุด และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 27 จุด ตามลำดับ นอกจากนั้น ฝุ่นข้ามแดนมาจากกัมพูชา เมียนมาร์ และ สปป ลาว ซึ่งมีจุดความร้อนจำนวน 1158 จุด 999 จุด และ 403 จุดตามลำดับ

รวมจุดความร้อนใน 4 ประเทศอาเซียนตอนบน เผากันสิริรวม 3,586 จุด (ภาพที่ 4) ถ้าดูจากทิศทางลม พบว่า ฝุ่นพิษเกิดจากการเผากันเองภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นภาคเหนือและอีสานตอนบนที่มีฝุ่นพิษข้ามพรมแดน (ภาพที่ 4)

ควรงดกิจกรรมการเผาในช่วงนี้เพื่อลดความรุนแรงต่อสุขภาพ พรุ่งลุ้นได้พระพายมาช่วยทำให้ฝุ่นลดลง รักษาสุขภาพนะครับทุกคน กลุ่มเสี่ยง เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้นะครับ อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นได้ก่อนออกจากบ้านและไม่ประมาทกับมัจจุราชมืด

เบื่อไหม นั่งรับภัยฝุ่น” Thai CAN

ชวนลงชื่อเรียกร้องพรบ.อากาศสะอาด

เบื่อที่จะนั่งรับภัยนี้แบบโดนมัดมือชกไหม? #EnoughIsEnough #พอกันที

หากคุณไม่อยากที่จะจำนนกับอากาศที่เน่าต่อไป มาช่วยกันส่งเสียงดักๆกับนักการเมืองและผู้ออกนโยบาย ด้วยการสนับสนุนแคมเปญให้ประเทศไทยมี #พรบอากาศสะอาดเพื่อมาจัดการปัญหานี้ได้แบบยั่งยืนและเป็นธรรมต่อทุกๆฝ่าย

สามารถลงชื่อตามลิงค์นี้ change.org/CleanAirActTH เพราะ #หนึ่งเสียงของคุณคือลมหายใจของทุกคน และอย่าลืมชักชวนให้ญาติและเพื่อนๆมาลงชื่อด้วยนะคะ แอดอยากพิสูจน์ดูว่าหาก #คนไทยหนึ่งล้านคนเรียกร้องอากาศสะอาด #ต้องตอนนี้แล้วละตัวแทน Thai CAN เครือข่ายอากาศสะอาด Clean Air Network กล่าว

“การดูแลและมอบ “อากาศสะอาด” ให้กับประชาชนจึงมักถูกผลักความรับผิดชอบกันไปมาราวกับเผือกร้อนที่ไม่มีหน่วยงานไหนอยากจะเก็บไว้กับตัว วิธีเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาฝุ่นพิษและคนไทยมีอากาศสะอาดหายใจอย่างยั่งยืน คือ สนับสนุนให้มี “Clean Air Act Thailand หรือ กฎหมายอากาศสะอาด”

เราในฐานะ เครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย หรือ Thailand CAN ได้รวมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาข เช่นแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศ นักเศรฐศาสตร์ นักกฎหมายสิ่งแวดล้อม นักสื่อสารมวลชนฯลฯ ร่วมกับนักเคลื่อนไหวทางสังคม องค์กรพันธมิตร และประชาชนที่สนใจ มาอาสาคิดและลงมือทำ จนได้ ร่าง ‘กฎหมายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ’ ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ แบบครบวงจร สำหรับทุกภาคส่วน เรียกได้ว่า ทำตามนี้ การันตี อากาศดีๆ มีให้หายใจทุกวันแน่นอน ร่างพรบ.ฉบับนี้ ซึ่งมีชื่อเต็มว่า “พ.ร.บ. กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ. …”

เครือข่ายได้ผลิตคลิปวีดีโอสั้นๆ ที่อธิบายกลไกหลักๆของร่างพรบฉบับนี้อย่างเข้าใจได้ง่ายมาก https://www.youtube.com/watch?v=WA7tlYSwxwI&t=62s

อย่างไรก็ตาม ยังเหลือการพิจารณาและประกาศจากรัฐสภาให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกเป็นกฎหมายอย่างครบถ้วน เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งจะเกิดขึ้นหรือไม่ พวกเราเป็นผู้ตัดสิน” เครือข่ายฯ ระบุ

คพ. ตรวจค่าฝุ่น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์”

“จากกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ประเด็นปัญหาฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ได้มอบหมายให้ นายพันศักดิ์ ถิรมงคล ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง นำเจ้าหน้าที่ คพ. เข้าพบนายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมทั้งได้ร่วมตรวจสอบพื้นที่และติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง (PM10 และ PM2.5) เพื่อเฝ้าระวังปัญหาเป็นเวลา 7 วัน และตรวจวัดการระบายฝุ่นละอองในรูปเขม่าควันจากหัวรถจักรเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วย

จากการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้น คพ. ได้ให้คำแนะนำให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เร่งทำความสะอาดพื้นที่บริเวณอาคารโดยสาร บริเวณชานชาลาสถานีฯ ตลอดจนรางรถไฟ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งให้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดประจำวันให้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ ทั้งนี้ คพ.จะติดตามค่าฝุ่นละออง (PM10 และ PM2.5) จากการติดตั้งเครื่องตรวจวัดและนำข้อมูลแจ้งให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และประชาชนรับทราบต่อไป” ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยในช่วงงบ่ายวันนี้