“ยังไม่สรุป-รอผลลงพื้นที่คณะกก.” ผลประชุมพีมูฟ-ประวิตร “กรณีที่ดินหลีเป๊ะ”

ตัวแทนเครือข่ายชาวเลหลีเป๊ะเผยผลประชุมร่วม “พีมูฟ-ประวิตร” กรณีหลีเป๊ะ “ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอผลลงพื้นที่คณะกรรมการ “บิ๊กโจ๊ก” 22 ม.ค. นี้ คาดสามารถประชุมนัดแรกตามกำหนด 25 ม.ค.2566 อาจมีความคืบหน้าหลังนั้น 

ด้าน “รมต.อนุชา” ให้คำมั่น “จะให้ความยุติธรรม” ขณะแกนนำเครือข่ายฯ วิพากษ์รัฐบาล “8 ปีนานพอที่จะแก้ได้ แต่ไม่แก้” ประกาศเดินหน้าให้ข้อมูลสาธารณะจัดเวทีที่หอศิลป์

(ภาพ : ส.ป.ก.)

ผลประชุม “พีมูฟ-ประวิตร”

ในวันที่ 3 ของการเดินทางมาเคลื่อนไหวเรียกร้องการแก้ปัญหากรณีที่ดินของเครือข่ายชาวเลเกาะหลีเป๊ะในกรุงเทพฯ วันนี้ (18 ม.ค. 2566) เครือข่ายฯ ส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ณ ตึกคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) 

เพื่อนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นต่อประธานที่ประชุม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยในครั้งนี้รองนายกฯ ไม่ได้มาปรากฎตัวยังที่ประชุม แต่เป็นการเข้าร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) 

“ตอนนี้มีคณะทำงานเกี่ยวกับปัญหาของชาวเล 2 ชุด คือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ซึ่งมี พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล​ เป็นประธาน และชุดของพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

ซึ่งรองนายกฯ ได้มีการกำชับให้ทั้ง 2 คณะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว 

โดยจะมีความคืบหน้าหลังจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ซึ่งตามกำหนดการคือวันที่ 22 ม.ค. 2566 และมีการประชุมครั้งแรก 25 ม.ค. 2566” จำนงค์ จิตนิรัตน์ ตัวแทนพีมูฟ เปิดเผยผลการประชุม

“ที่ประชุมมีการรับทราบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปึญหาที่มีพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล​ เป็นประธาน และคณะกรรมการชุดนี้ได้เริ่มทำงานแล้ว โดยวานนี้คณะกรรมการฯ ประชุมกับกรมที่ดิน และจากการประชุมก็ได้พบหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ ต่อการทำงานของคณะกรรมการฯ” ประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาพีมูฟ กล่าวเสริม

“เราได้เสนอในที่ประชุมว่า ควรให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการคุ้มครองเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง จากการถูกปิดกั้นทางเข้าโรงเรียน โดยกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลนักเรียนที่เดือนร้อน ต่อมาไมตรีกล่าว 

ที่ดินของโรงเรียนซึ่งเป็นที่ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ถูกเอกชนอ้างสิทธิ ทำให้ที่ดินของโรงเรียนจาก 6 ไร่ เหลือเพียง 4 ไร่ กรมธนารักษ์ต้องเร่งเข้ามาดำเนินการจัดการโดยเร็ว 

ส่วนกระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินก็ต้องดำเนินการเพิกถอนสิทธิเอกสารสิทธิ์ที่ออกอย่างไม่ถูกต้อง โดยไมตรีกล่าว ไม่ควรปล่อยให้คณะกรรมการที่จัดตั้งคืนดำเนินการแค่เพียงส่วนเดียว แต่ยังเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ข้างต้นด้วย” ไมตรี จงไกรจักร ตัวแทนเครือข่ายฯ อีกคนกล่าว

(ภาพ : GreenNews)

“8 ปี แก้ได้ แต่ไม่แก้” แถลงวิพากษ์รัฐบาล

ชาวเลอีกส่วนจัดกิจกรรมหน้าสำนักงาน คพร. แถลง “จากหลีเป๊ะสู่ทำเนียบ” เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

วิทวัส เทพสง ตัวแทนเครือข่ายกล่าวถึงเหตุผลที่มาหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณหน้าที่ทำการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่า ข้อเรียกร้องของเราในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้อพิพาทในเกาะหลีเป๊ะยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา ทั้งเรื่องการปิดรั้วบริเวณทางเข้าโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง เอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ออกโดยมิชอบก็ยังไม่ถูกแก้ไข ซึ่งเป็นเวลากว่า 18 ปีที่ชาวหลีเป๊ะเรียกร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข 

“เรามาวันนี้จึงอยากจะสื่อสารไปยังนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมากว่า 8 ปีแล้ว ปัญหาบนเกาะหลีเป๊ะควรที่จะได้รับการแก้ไขได้แล้ว และการแก้ปัญหาบนเกาะหลีเป๊ะไม่ได้เพิ่งจะมามีการดำเนินการเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ว่าเคยมีความพยายามที่จะทำแล้วตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งบรรหาร ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารที่ดิน 17 แปลงที่ออกโดยมิชอบ 

แต่จนถึงวันนี้เรื่องเอกสารสิทธิ์ออกจากจะไม่เคยมีการดำเนินการใด ๆ เกิดขึ้นแล้ว เอกสารสิทธิ์เหล่านั้นยังบวม จนไปทับที่ของชาวเลเกาะหลีเป๊ะกว่า 200 ครอบครัว

นอกจากปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยที่ชาวเลถูกฟ้องร้องแล้ว ยังมีการปิดกั้นเส้นทางไม่ให้ชาวเลเดินทางไปยังสุสานบรรพบุรุษได้ โดยในวันนี้ทางเครือข่ายคาดหวังว่าอย่างน้อยจะต้องมีข้อสรุปเป็นความคืบหน้าในด้านต่าง ๆ 

ควรมีการแบ่งการดำเนินการให้ฝ่าย สุรเชษฐ์ หักพาล ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ควรจะทำหน้าที่คุ้มครองพี่น้อง คุ้มครองเส้นทาง ให้พี่น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี การปิดกั้นทางระบายน้ำที่ทำให้เกิดน้ำท่วมก็ควรเร่งดำเนินการ”

วิทวัสกล่าวว่า ระยะเวลา 8 ปีที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเป็นระยะเวลาที่นานพอจะจัดการแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อยได้ นอกจากนั้นยังต้ังข้อสังเกตด้วยว่าที่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เป็นเพราะผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่

ถึงแม้ว่าตัวแทนรัฐบาลจะบอกว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่เราก็ยื่นข้อเสนอมาตั้งแต่แรกว่า 1. ต้องเปิดรั้วที่ขัดขวางเส้นทางออก 2. คณะกรรมการก็ต้องมีสัดส่วนของพี่น้องชาวเลอยู่ด้วย เพื่อให้ข้อมูล เนื่องจากคณะกรรมการยังมีตัวแทนจากกรมที่ดินที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงอยู่ด้วย เราจึงกลัวว่าข้อมูลจะถูกบิดเบือน

ส่วนสาเหตุว่าทำไมเราต้องมากรุงเทพฯ ก็เป็นเพราะว่าที่ตรงนี้คือจุดศูนย์กลางของอำนาจ ทุกอย่างในประเทศถูกกำหนดขึ้นจากจุด ๆ นี้ ตรงทำเนียบรัฐบาล” วิทวัสกล่าว

ด้านตัวแทนชาวเลกล่าวว่า ที่มากรุงเทพฯ ครั้งนี้เพราะว่าครั้งนี้ถ้าไม่สู้ก็จะไม่มีที่ให้อยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นมันหนักมาก และย้ำว่าไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ขออยู่ที่เดิม ซึ่งเป็นที่ซึ่งบรรพบุรุษได้ทิ้งไว้ให้ นอกจากนั้นตอนนี้ในพื้นที่ยังมีการปิดกั้นทางระบายน้ำ ทำให้เวลาฝนตกหนักไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน จนเกิดน้ำท่วมขังบริเวณที่อยู่อาศัย 

(ภาพ : GreenNews)

อนุชาให้คำมั่น “จะให้ความยุติธรรม”

ด้านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกับชาวเล และเครือข่ายที่ชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาแล้ว เพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยากให้มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างเป็นธรรมแน่นอน

“จะนำความยุติธรรมกลับมาสู่พี่น้องให้ได้ ถูกว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด อยากให้มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น โดย 20 ม.ค. นี้ก็จะมีการประชุมของคณะกรรมการ และก็จะดำเนินการเลย จากวันนั้นที่ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จนถึงวันนี้ก็น่าจะเดินหน้าไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว

การประชุมคณะกรรมการที่จะเกิดขึ้นศุกร์นี้นั้น จะเป็นการประชุมแบบปิด เพื่อจะได้คุยกันได้สะดวกไม่มีอะไรติดขัด และอยากให้มั่นใจว่าคณะกรรมการชุดนี้จะแก้ปัญหาได้จริง ๆ  และกล่าวว่าถ้ามีใครที่ลงมือเกินกว่าเหตุให้แจ้งมาได้เลย” ” อนุชากล่าว

(ภาพ : GreenNews)

เสวนาพรุ่งนี้ที่หอศิลป์ฯ 

โดยในวันพรุ่งนี้ 14:00 – 16:00 น. ณ SEA Junction ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตัวแทนเครือข่ายชาวเล เข้าร่วมงานเสวนา “ทางออก ‘หลีเป๊ะ’ ปัญหาที่ดินชาวเล” จัดโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายสื่อมวลชน

มีผู้ร่วมวงเสวนา

  1. สลวย หาญทะเล ชาวเลหลีเป๊ะ
  2. ดร.นฤมล อรุโณทัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ (รอตอบรับ)
  4. พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง กรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ
  5. ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ผู้ดำเนินรายการ ทศ ลิ้มสดใส ผู้สื่อข่าว The Reporters

ก่อนที่จะเข้ายื่นข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินชาวเลเกาะหลีเป๊ะกับ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย และพล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ ในวันศุกร์นี้ (20 ม.ค. 2566)