ยื่นรมต.อนุชา “ทวงถามความคืบหน้า-เร่งแก้ปัญหาคดี-ที่ทำกินบางกลอย”

เครือข่าย‘บางกลอยคืนถิ่น’ ส่งตัวแทนยื่นหนังสือ รมต. สำนักนายกรัฐมนตรี ‘อนุชา นาคาศัย’ ทวงถามความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการอิสระแก้ปัญหาบางกลอย เรียกร้อง “เร่งแก้คดี-ที่ดินทำกินดั้งเดิม หากยังไม่คืบ ยันจะกลับใจแผ่นดิน”

 

(ภาพ : พีมูฟ)

ทวงถามความคืบหน้า

วันนี้ (18 ม.ค. 2566) ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในนามตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ต. ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ระหว่างการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ณ อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ทำเนียบรัฐบาล 

“สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2565 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 26/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและ แก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ลงวันที่ 3 ก.พ. 2565 

พวกเราชาวบ้านกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นอยากทราบการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยฯ ว่าดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเราชาวบ้านกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นยังไม่ทราบการดำเนินงานของคณะกรรมการว่าดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ววันนี้พวกเรากลุ่มบางกลอยคืนถิ่นจึงทำหนังสือถึงประธานฯ เพื่อขอทราบความคืบหน้า” หนังสือของกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นระบุว่า 

“เราขอทราบความคืบหน้าการดำเนินงานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยฯ และเสนอข้อเรียกร้องของกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นต่อประธานคณะกรรมการอิสระฯ

การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาล่าช้าและสร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน เนื่องจากการตัดสินใจกลับขึ้นไปทำกินที่บ้านบางกลอยบนนั้นเป็นไปเพื่อปากท้อง เพื่อทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าวกิน การดำเนินการที่ล่าช้าจึงกระทบต่อปากท้องของชาวบ้านที่เดิมทีก็เดือดร้อนอยู่แล้ว รวมถึงยังต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม 

2 ปีแล้วที่เราโดนคดี จนมีคณะกรรมการอิสระฯ แต่เรายังไม่ทราบความคืบหน้า ปัญหาของพวกเรายังไม่ได้แก้ เราไม่อาจรอได้แล้ว เราจำเป็นต้องกลับไปทำกิน และถ้าไม่คืบหน้าเราจะกลับไปให้ถึงใจแผ่นดิน เราอยากให้การแก้ปัญหามันจบที่รัฐบาบชุดนี้เพราะมันเกี่ยวข้องกับปากท้องของเรา เราไม่อยากให้ลูกหลานต้องเกิดมาลำบากแบบเราอีกแล้ว” พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ตัวแทนผู้ยื่นหนังสือ กล่าว

3 ข้อเรียกร้อง

“พวกเรากลุ่มบางกลอยคืนถิ่นมีข้อเสนอให้คณะกรรมการดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไปยังอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องพวกเรา 30 คน
  2. ให้คณะกรรมการมีคำสั่งให้พวกเราชาวบ้านกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นได้กลับไปยังพื้นที่ดั้งเดิม บริเวณบางกลอยบน
  3. ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการณ์ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นไปรางวัดพื้นที่ไร่หมุนเวียนที่บริเวณบางกลอยบน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ
(ภาพ : พีมูฟ)

หากยังไม่คืบ จะกลับใจแผ่นดิน

“พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับทราบการดำเนินของคณะกรรมการภายในเดือน ก.พ. 2566 หากคณะกรรมการไม่ดำเนินตามข้อเสนอของพวกเราได้ พวกเราจำเป็นต้องกลับไปอีกครั้ง

แต่ถ้าหากพวกเรากลับไปโดยไม่มีคำสั่งคณะกรรมการฯ พวกเราจำเป็นต้องกลับไปที่บริเวณใจแผ่นดิน

สิ่งที่พวกเราเสนอไปนั้นพวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่พวกเราจำเป็น เพื่อปากท้องของพวกเราและอนาคตของลูกหลาน ได้มีชีวิตอยู่ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พวกเราชาวบ้านกลุ่มบางกลอยคืนถิ่นหวังว่าท่านประธาน และคณะกรรมการฯ ทุกท่านจะเข้าใจพวกเรา” ตัวแทน “บางกลอยคืนถิ่น” กล่าว

“ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยถูกอพยพจากบ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดิน ในช่วงปี 2539 โดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้จัดสรรที่ดินอยู่อาศัยและทำกินให้ที่ชุมชนบ้านบางกลอย (ล่าง) หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 

ก่อนที่เมื่อต้นปี 2564 ชาวบ้านบางกลอยกลุ่มหนึ่งได้กลับขึ้นไปแผ้วถางพื้นที่ทำกินดั้งเดิมที่บ้านบางกลอยบนอีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่จัดสรรไม่เพียงพอต่อการทำกิน และไม่สามารถทำกินได้ตามวิถีดั้งเดิม 

หลังจากนั้นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจึงได้สนธิกำลังเข้าจับกุมชาวบ้าน ออกหมายจับชาวบ้าน 30 คน พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ขณะนี้คดีความอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปทำกินที่บางกลอยบนตามข้อเรียกร้องได้” ตัวแทนพีมูฟ กล่าวเพิ่มเติม