“ยุติทารุณโลมา” องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ เรียกร้องรัฐ-เอกชนอุตฯ ท่องเที่ยว

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ออกแถลงการณ์วันนี้ (17 ม.ค. 2566) เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนภาคการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง “ยุติโชว์โลมา-สัตว์ป่า” เผย “เบื้องหลังคือการทารุณสัตว์”

ซึ่งเป็นการแถลงหลังเหตุคอนเสิร์ตวันเด็กหน้าบ่อโลมา “ทรงอย่างแบด” ของวงดนตรี Paper Planes ที่ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหลายแง่มุม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเหมาะสมและสวัสดิภาพสัตว์

 ด้านเพจคนอนุรักษ์ชี้ “โลมาควรอยู่ในทะเล ไม่ใช่ในบ่อ” ชี้เบื้องหลังเกี่ยวข้องกับธุรกิจซื้อขายโลมาเด็ก

(ภาพ : ไทยรัฐ)

“ทรงอย่างแบด-แซดคือโลมา”

“จากกรณีการแสดงเพลง “ทรงอย่างแบด” คู่กับโลมา ณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซาฟารีเวิร์ด ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปี 2566 ที่ได้มีการแชร์และถกเถียงทางโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังขาดความตระหนักรู้เรื่องความโหดร้ายทารุณของการนำสัตว์ป่า

มาใช้งานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตลอดจนปัญหาด้านสวัสดิภาพมากมายที่พวกมันต้องเผชิญ เรียกว่าโลมาเหล่านี้ต้องมีชีวิตที่ ‘แซดอย่างบ่อย’ เพียงเพื่อความบันเทิงของมนุษย์ก็คงไม่ผิดนัก” แถลงการณ์องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ระบุ

(ภาพ : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก)

เผยเบื้องหลังความบันเทิง คือการทารุณ

“โลมาเป็นสัตว์เลือดอุ่นและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกับมนุษย์ พวกมันเป็นสัตว์สังคมที่มีความชาญฉลาด สามารถสื่อสารกันเองด้วยการส่งเสียงรูปแบบต่าง ๆ โลมาตามธรรมชาติ มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลระบบนิเวศ และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทรทั่วโลก โลมาแต่ละฝูงมีอาณาเขตกว้างขวางมาก เฉลี่ยราว ๆ 100 ตารางกิโลเมตร

ในทางกลับกัน ปัจจุบันนี้มีโลมามากกว่า 3,000 ตัวที่ถูกจับจากธรรมชาติและผสมพันธุ์โดยมนุษย์เพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วโลก 

รายงานขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกพบว่า พวกมันต้องถูกแยกลูกแยกแม่ตั้งแต่เด็ก ถูกขังในพื้นที่ที่แคบกว่าอาณาเขตตามธรรมชาติของพวกมันหลายหมื่นเท่า ถูกฝึกให้แสดงท่าทางที่ไม่ใช่พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันด้วยวิธีการที่โหดร้ายทารุณ ซึ่งรวมถึงการทำให้โลมาอดอาหาร 

นอกจากนี้ โลมายังสามารถเกิดความเครียดได้จากเสียงดังของผู้ชมและดนตรีประกอบในพื้นที่อีกด้วย โดยพวกมันจะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบนี้ไปตลอดอายุขัย

การนำสัตว์ป่ามาใช้งาน ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังไม่มีประโยชน์ด้านการศึกษาหรือการอนุรักษ์อย่างที่หลายฝ่ายกล่าวอ้างอีกด้วย เนื่องจากสัตว์ป่าที่ถูกใช้งานโดยมนุษย์มาตลอดชีวิตนั้นจะกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ยากมาก 

ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้ให้ข้อมูลด้านผลกระทบต่อสวัสดิภาพสัตว์ตามความเป็นจริงกับผู้ชมโดยเฉพาะเด็ก ๆ ความโหดร้ายทารุณจึงไม่เป็นที่รับรู้ของสังคมมากนัก” ฉัตรณรงค์ เมืองวงษ์ ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ป่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าว

(ภาพ : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก)

ทิศท่องเที่ยวโลก “ยุติขายโชว์โลมา”

“ปัจจุบัน ภาครัฐและเอกชนทั่วโลกให้ความสำคัญกับการปกป้องโลมามากขึ้น แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรายใหญ่อย่าง TripAdvisor และ Booking.com มีแผนที่จะยุติการขายกิจกรรมโชว์โลมาและการสัมผัสกับโลมาแล้ว 

ด้านรัฐบาลแคนาดาประกาศแบนการกักขังโลมาเพื่อความบันเทิง เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่แบนการผสมพันธุ์โลมาเชิงพาณิชย์แล้ว ขณะที่รัฐบาลอีกหลายประเทศกำลังเร่งผลักดันกฎหมายปฏิรูปสวัสดิภาพโลมา เช่น บราซิล โบลีเวีย ชิลี คอสตาริกา อินเดีย ลักเซมเบอร์ก นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร” แถลงการณ์ระบุ

เรียกร้อง “รัฐ-อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ลงมือ “ยุติโชว์โลมา-สัตว์ป่า”

“องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการร่วมมือกันยุติความโหดร้ายทารุณต่อโลมา ตลอดสัตว์ป่าอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างจริงจัง 

ยุติการบังคับแสดงโชว์ที่ไม่ใช่พฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ ยุติการผสมพันธุ์เชิงพาณิชย์ และหันมาดูแลสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีสวัสดิภาพที่ดี ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องสัตว์ป่าอย่างแท้จริง

เราขอถือโอกาสนี้ส่งสารไปยังสถาบันการศึกษาและพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านด้วยเช่นกัน ให้ฉุกคิดและตั้งคำถามต่อกิจกรรมที่เป็นการทำร้ายสัตว์ป่าเหล่านี้มากขึ้น และหันมาสนับสนุนการศึกษาเรียนรู้สัตว์ป่าตามถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติแทน เพื่อให้บุตรหลานของท่าน ในฐานะเยาวชนของชาติ ได้เติบโตพร้อมกับความรู้ความเข้าใจด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกต้อง ไม่มองสัตว์ป่าเป็นเครื่องมือสร้างความบันเทิงของมนุษย์อีกต่อไป” ฉัตรณรงค์ เมืองวงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์ฯ ยังได้แนบวิดีโอ  เบื้องหลังของการแสดงโชว์โลมานั้นน่าเศร้า ประกอบการแถลงข่าวอีกด้วย

(ภาพ : เพจคนอนุรักษ์)

“โลมาควรอยู่ในทะเล ไม่ใช่บ่อ” เพจคนอนุรักษ์ชี้

“โลมาควรอยู่ในทะเล ไม่ใช่ในบ่อ และเราควรปกป้องทะเล บ้านของโลมา

เบื้องหน้าการแสดงที่แสนน่ารักสวยงาม เป็นแดนเซอร์กระโดดขึ้นจากน้ำได้ตรงกับจังหวะดนตรี ช่างเป็นภาพที่ดูงดงาม แสนประทับใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังโลมา ที่มาของโลมาเหล่านี้

มีรายงานเมื่อปลายปี กันยายน 65 ว่าเทศกาลจับโลมา ที่ไทจิ ประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ประมาณว่ามีโลมานับพันตัวที่ถูกฆ่า โดยมีข้ออ้างเรื่องวัฒนธรรม อาชีพ อาหาร 

ประเมินว่ามีโลมา เด็กๆ กว่า 200 ตัว ถูกจับเพื่อขายให้กับสวนสัตว์น้ำทั่วโลก ตัวนึงหลายล้านบาท สร้างรายได้ให้กับนักล่า มากกว่าการเอาเนื้อไปขายเสียอีก แต่ก็ไม่ใช่ทุกตัวจะได้ไปถึงสวนสัตว์น้ำ จำนวนมากต้องตายเพราะความเครียดระหว่างถูกจับ ขนส่ง และเมื่อถึงสวนสัตว์น้ำแล้วก็ใช่ว่า มันคือสวรรค์ของโลมา

เพราะโลมาจะต้องอยู่แต่ในบ่อขนาดเล็ก ถูกฝึก และถูกใช้งาน ที่ใช้ความหิวเป็นเครื่องมือ ที่มันทำโน่นนี่ได้ก็เพื่อได้อาหาร ถ้าอิ่มคงไม่ทำ แถมของเรายังมีคอนเสิร์ตเสียงดังๆ ให้ด้วย โลมาจำนวนมากจึงมักตายในเวลาไม่กี่ปี ที่อยู่รอดก็เหมือนอยู่ในคุกแคบๆ ขาดความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ(นึกถึงคิงคอง บัวขาว) บางตัวเป็นโรคซึมเศร้า อยู่ไปจนกว่าจะตาย ทั้งๆ ที่อายุขัยตามธรรมชาติของโลมานั้นหลายสิบปี แม้ว่าบางคนจะบอกว่าอยู่ในบ่อแบบนี้สิดี มีอาหารกิน ปลอดภัยจากผู้ล่า ขยะพลาสติก

นักอนุรักษ์ทั่วโลกจึงพยายามรณรงค์ว่าอย่าเอาโลมาและวาฬ มาเลี้ยงในบ่อเลย มันฉลาด มีความรู้สึก เป็นสัตว์สังคม และส่วนใหญ่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

หลายประเทศจึงแบนการเอาโลมาและวาฬมาในธุรกิจแสดงโชว์สัตว์ ซึ่งก็ไม่ง่ายเพราะธุรกิจนี้มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาททั่วโลก

ในไทยเองเราก็มีโลมาและวาฬหลายชนิดที่พร้อมให้เราไปสัมผัสมันในธรรมชาติ(อย่างมีการควบคุม) เวลาโลมาตาย เกยตื้น เพราะขยะพลาสติก เราก็สงสาร มีรายงานเป็นข่าวใหญ่โต ทั้งนักวิชาการ เซเลป ช่างภาพ ออกมาโพสกันมากมาย สร้างกระแสแบนถุงพลาสติกได้เป็นอย่างดี

จากสถิติไทยนำเข้าโลมามีชีวิตจากญี่ปุ่นถึง 38 ตัว (2010-2018) เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ทำไมเราไม่รู้สึกถึงเรื่องการเอาโลมามาแสดง ทั้งๆ ที่กว่าจะได้โลมา มา 1 ตัวต้องฆ่าโลมาไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พันตัว หรือเพราะมันอยู่ประเทศอื่น

ไม่แน่ การที่เราสนับสนุนการแสดงโลมามากๆ ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง ในอนาคตอาจมีสวนน้ำโลมามากขึ้น (ตอนนี้มี 4 แห่ง) อาจมีออก้า วาฬเพชฌฆาต วาฬเบลูก้า ที่เป็นที่นิยมในสวนสัตว์น้ำต่างประเทศ มาให้ชมถึงไทย หลายสิบตัว

แน่นอนว่า มันต้องแลกมาด้วยชีวิตของโลมาและวาฬอีกเป็นจำนวนมากหลายเท่า คุณเท่านั้นเป็นคนเลือก เงินของคุณ” เพจอนุรักษ์ โพสต์วันนี้ (17 ม.ค. 2566) แสดงความเห็นต่อกรณีเดียวกัน