กสม. ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ “ประกาศอุทยานออบขานทับที่ชุมชน”

กำหนดพบทั้งสองฝ่าย หัวหน้าอุทยานฯ อำเภอ และตัวแทนเครือข่ายชาวบ้าน จัดทำเป็นข้อเสนอแก่รัฐบาล

เครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือเผย “หวัง กสม. ช่วยให้เสียงชาวบ้านไม่หล่นหายเช่นที่เคยเป็น โดยเฉพาะผลกระทบมุมสิทธิมนุษยชนที่ไม่เคยถูกฟัง” 

ด้านอุทยานฯ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว หลังเวทีรับฟังที่จบลงด้วย “ไม่มีข้อสรุป”

ภาพ : Thai PBS

ส่งทีมลงพื้นที่

วันนี้ (12 ม.ค 2566) ทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เดินทางลงพื้นที่กรณีความขัดแย้ง “ขยายอุทยานฯ ออบขานทับที่ชุมชน” อ.สะเมิง เชียงใหม่ 

“คณะเดินทางเข้าพบผู้ร้องและลงพื้นที่กรณีคำร้องที่ 194/2565 ณ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง เชียงใหม่ ระหว่างเวลา 09.30-13.00 น. จากนั้นเข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบขาน ผู้ร้อง ตัวแทนและผู้ได้รับผลกระทบ ณ ที่ว่าการอำเภอสะเมิง ในช่วงเวลา 13.00-16.30” กสม.เปิดเผย

การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจาการยื่นหนังสือของเครือข่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่อ กสม. เมื่อ 20 พ.ย 2565 ที่ผ่านมา ระบุว่า การเตรียมประกาศเขตอุทยานฯ ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามจารีตท้องถิ่นของชาวบ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งขาดการมีส่วนร่วมและทับพื้นที่ป่าชุมชนตามจารีตประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จึงเรียกร้องให้กสม.ดำเนินการตรวจสอบ

อนึ่ง การเดินทางลงพื้นที่ออบขานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการลงพื้นที่ภาคเหนือของทีม กสม. รวม 4 วันระหว่างวันที่ 10-13 ม.ค. 2566 โดยนอกจากออบขาน พื้นที่อื่นรวมถึง กรณีคำร้อง 192/2565 ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน เชียงใหม่ กับอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และกรณีคำร้องที่ 193/2565 อ.แม่เมาะ ลำปาง กับอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ด้วย

ภาพ : กสม.
ภาพ : กสม.

หวัง กสม. ช่วยให้เสียงชาวบ้านไม่หล่นหาย” เครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือ

“ทราบมาว่าเสียงชาวบ้านที่ส่งเรื่องคัดค้านการ เตรียมประกาศพื้นที่ อุทยานที่จะประกาศทับพื้นป่าชุมชนของชาวบ้านมาหลายสิบปีนั้น ไม่เคยได้รับการยอมรับจากกรมกระทรวงทรัพยากรฯ เลย

ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติเตรียมประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบขานในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ขัดแย้งกับเรื่องราววิถีชีวิตที่ชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาป่าแม่น้ำภูเขาทั้งต้องใช้พื้นที่ในมิติความเชื่อปากท้องความรู้ภูมิปัญญานี้มาแต่บรรพชน และร่วมชุมนุมคัดค้านมาหลายสิบปี

ไม่ว่าจะ คกน.สคจ.สกน.ขปส.ที่ผ่านมาหลายสิบปีตั้งแต่รุ่นพ่อสู่ลูกและหลานนั้น ชาวบ้านเราได้พยายามคัดค้านตลอดมาและอ้างเหตุผลไม่รู้จะพูดอ้างอย่างไรแล้วนั้น สุดท้ายได้คำตอบมาอย่างไม่เป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติว่าเหตุผลคัดค้านของชาวบ้านนั้นไม่เพียงพอฟังไม่ขึ้นจึงจะประกาศต่อไป 

มันชัดเจนว่าอย่างไรเสียเพื่อสิทธิมนุษยชนเรื่องวิถีชีวิตคนกับป่าเพื่อประวัติศาสตร์ความเป็นมาปากท้องชาวบ้านนั้นทางกรมอุทยานเขาคงตัดทิ้งและไม่ยอมฟังเสียงแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองราชการที่เข้าไปอยู่ในระบบเราก็ไม่รู้ว่าไปฟังเสียงใคร ชาวบ้านเราก็คงได้แต่พยายามต่อไปครั้งนี้ 

ชาวบ้านเรายื่นเรื่องให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้ช่วยติดตามดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนในชุมชน 

สิทธิตามวิถีจารีตประเพณีสิทธิจำเป็นในเรื่องปากท้อง สิทธิในการมีส่วนร่วมเข้าถือข้อมูลข่าวสารสิทธิในการมีส่วนร่วมพิจารณาเรื่องราวที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตการดำรงอยู่ในอนาคตถึงลูกหลานของเรา

เพราะในขั้นตอนการรับพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ ส่งเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านนั้นมันสูญหายไประหว่างทาง คงเพราะในระบบกลไกการพิจารณาต่างนั้น ไม่มีตัวแทนฝ่ายอื่น ไม่มีมุมสิทธิมนุษยชนในกรมอุทยาน และเป็นการปลุกขารวมศูนย์อำนาจ จึงไม่มีชาวบ้านได้มานั่งร่วมพิจารณา 

ขั้นตอนการบริการพิจารณาต่าง ๆ และไม่รับรู้ข้อมูลการพิจารณาขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตชาวบ้านเราเลย หลังจากที่ชาวบ้านเราส่งเรื่องไป การพิจารณาเสียงของชาวบ้านไม่เคยได้รับความเป็นธรรมเลย

ครั้งนี้ก็ได้ยื่นเรื่องให้กรรมการสิทธิมนุษยชนช่วยติดตามอีกทางหนึ่ง ก็หวังว่าเสียงชาวบ้านจะไม่ตกหายไประหว่างทางอีกครับ” พฤ โอโดเชา ตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือ เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว

ภาพ : พฤ โอโดเชา

ไร้การเคลื่อนไหวจากอุทยานฯ หลังเวทีรับฟัง

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอุทยานฯ หลังการจัดเวทีรับฟังเรื่องนี้ล่าสุด เมื่อ 18 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา 

ซึ่งมีชาวปกาเกอะญอบ้านแม่ลานคำ หมู่ที่ 6 และบ้านป่าคา หมู่ที่ 11 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 300 คน เข้าร่วม “การประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบขาน ณ ที่ว่าการ อ.สะเมิง” และจบลงด้วยการ ไร้ข้อสรุป “24,513 ไร่ อุทยานทับที่ชุมชน” เวทีรับฟังประกาศอุทฯ ออบขาน

“ตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศอุทยานฯ ออบขาน เข้าร่วมทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านต่างไม่เห็นด้วยกับการประกาศอุทยานแห่งชาติออบขาน ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความกังวลด้านการใช้ชีวิตในเขตป่า

“ชุมชนขอยืนยัน ไม่เห็นด้วยกับการเตรียมประกาศอุทานแห่งชาติออบขาน ทับในพื้นที่ชุมชน และขอให้กันพื้นที่ชุมชน ออกจากการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติออบขาน จำนวนพื้นที่ 24,513 ไร่ และให้บันทึกข้อเสนอของชุมชนในรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นตามข้อเท็จจริงและจัดส่งสรุปรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นให้ชุมชนเพื่อตรวจสอบต่อไป” แถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ยืนยันจุดยืนเครือข่ายชาวบ้านและภาคประชาสังคมต่อกรณีนี้