4 จังหวัดภาคเหนือเคาะมาตรการรับมือฤดูฝุ่น

ผู้ว่าฯ 4 จังหวัดภาคเหนือลงนามความร่วมมือ MOU เคาะมาตรการจัดการ-รับมือวิกฤตฝุ่นควันช่วงฤดูหนาวที่จะมาถึง “กำหนดกรอบห้ามเผา (75 วัน : 15 ก.พ. – 30 เม.ย. 2566) – บูรณาการจัดการไฟป่าบนบริบทพื้นที่” 

เน้นประสานข้ามจังหวัด จัดการพื้นที่ไฟป่าเป้าหมาย “ป่ารอยต่อ-แปลงใหญ่-ไหม้ซ้ำซาก” ภายใต้งบ 50 ล้าน

(ภาพ : WEVO สื่ออาสา)

บูรณาการความร่วมมือ-ข้ามจังหวัด

วันนี้ (25 พ.ย. 2565) ผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) ได้ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ณ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมมือจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า ฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นการลงนามหลังการประชุมหารือ “แนวทางการปรับแผนการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ภาคเหนือตอนบน 1” ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ตัวแทนกลุ่มภาคประชาชน 

ที่ประชุมมีการอัพเดตสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาฝุ่นควันไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน แนวทางการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา การออกมาตรการบริหารจัดการในแต่ละจังหวัด การกำหนดเป้าหมาย และแนวทางความร่วมมือ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อ รวมถึงพื้นที่ไฟแปลงใหญ่ และพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซาก 

ภายใต้งบประมาณ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จำนวน 2 โครงการ งบประมาณ 53,285,100 บาท” รายงานข่าวเปิดเผย

(ภาพ : WEVO สื่ออาสา)

สัญญาณดี-แก้ถูกจุด

“วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการพูดคุยร่วมกันระหว่างผู้ว่าฯ ทั้ง 4 จังหวัด 

สาเหตุการเกิดฝุ่นควันในภาคเหนือว่า กว่า 80% มาจากการเผา ปัญหาของการเกิดฝุ่นควันมันเป็นการเผา บางครั้งมันข้ามเขต เจ้าหน้าที่ของเขตจังหวัดหนึ่ง หากไม่ได้รับการอนุมัติก็จะไม่สามารถข้ามเขตไปดับไฟได้ 

ทางสภาลมหายใจภาคเหนือร่วมกับทางนักเรียนทุนอนันทมหิดลได้มีการค้นหา และพบว่ามีพื้นที่เผาซ้ำซากจุดเดิมในพื้นที่ภาคเหนือมาตั้งแต่ปี 53 – 64 รวมทั้งหมดกว่า 1 ล้านไร่ 

หากพื้นที่เหล่านั้นถูกบริหารจัดการได้ เราเชื่อว่าฝุ่นควันที่จะส่งผลกระทบกับพี่น้องในภาคเหนือก็จะเบาบางลง” วิทยา ครองทรัพย์ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจภาคเหนือ ให้สัมภาษณ์กับ “สถานีฝุ่น” 

วิทยา ครองทรัพย์ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจภาคเหนือ (ภาพ : สถานีฝุ่น)

ห้ามเผา 75 วัน

สาระสำคัญของ MOU ที่มีการลงนามคือ ทั้ง 4 จังหวัด กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่ 15 ก.พ. – 30 เม.ย. 2566 เป็นระยะเวลา 75 วัน “โดยหน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงได้ ในพื้นที่ที่มีการลงทะเบียนของจังหวัดเท่านั้น” 

และมีการร่วมกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อทั้ง 4 จังหวัด กำหนดให้มีการจัดประชุมหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน รวมทั้งมีการทำกิจกรรมร่วมกันเช่น การลาดตระเวน การทำแนวกันไฟ นอกจากนั้นยังมีการกำหนดรายชื่ออำเภอที่มีพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่าง 4 จังหวัด 

นอกจากนั้นทั้ง 4 จังหวัดจะร่วมมือกันถ่ายทอดองค์ความรู้ และข้อมูล สถิติต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์จุดความร้อน และค่าคุณภาพอากาศ

สุดท้ายทั้ง 4 จังหวัด จะมีการเข้มงวดแหล่งกำเนิด PM2.5 เช่น รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม และเขตก่อสร้าง เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าคุณภาพอากาศ (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน

(ภาพ : WEVO สื่ออาสา)

“ป่ารอยต่อ” หนึ่งพื้นที่เป้าหมายสำคัญ

“เป็นความตั้งใจของเราที่จะร่วมมือกันทำให้สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันของ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ดีขึ้น

เรารับทราบปัญหาในเรื่องอาจจะมีการไม่ประสานสอดคล้องกันอย่างเพียงพอในบางพื้นที่ หรือในบางกรณี เช่น การเผาคนละห้วงเวลา เราก็มาตกลงกันว่าเราจะกำหนดกรอบในห้วงเวลาเท่าไหร่ ในเบื้องต้นเราก็กำหนดไว้ในช่วง 15 ก.พ. – 30 เม.ย. 2566 ก็จะเป็นกำหนดกรอบที่ห้ามเผา นอกจากการอนุญาตเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งก็ต้องมีการกำหนดเวลา เผาวันไหน ต้องดับภายในกี่โมง ห้ามข้ามคืน อย่างนี้เป็นต้น

แล้วก็รอยต่อของแต่ละป่า ของแต่ละจังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนพี่น้องอาจจะบอกว่า เผาแล้วจากเชียงใหม่ลามข้ามไปลำปากโดยที่ลำปางไม่รู้เนี่ย ก็จะมีการประสานกันในเรื่องของการเริ่มบริหารจัดการเชื้อเพลิง หรือไฟที่มันเกิดขึ้นเอง ก็จะมีการแจ้งกันที่สอดรับกันช่วยกันควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการเผาข้ามคืน แล้วก็ดับได้ทันเวลา” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ “สถานีฝุ่น”

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (ภาพ : สถานีฝุ่น)