“ปล่อยตัวอย่างมีเงื่อนไข” 25 ผู้ชุมนุม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022”

สามแกนนำราษฏรฯ “อานนท์-รุ้ง-หมอทศพร” เข้าแจ้งความดำเนินคดี ตำรวจ หวังสร้างบรรทัดฐานใหม่ ขณะผบ.ตร. เผยพอใจ “คุมการชุมนุมอยู่-ปะทะเป็นเหตุสุดวิสัย” ขณะ 3 เครือข่าย-สื่อ แถลง “ประณาม”

ผู้ว่ากทม.เผย “เสียใจ-คงต้องมีการทบทวนมาตรการเรื่องการชุมนุม” ด้านรังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล “ผู้ชุมนุมมีสิทธิ-รัฐใช้อำนาจล้นเกิน-น่าขายหน้าชาวโลก”

ภาพ : สมัชชาคนจน 

“ให้ประกันตัวอย่างมีเงื่อนไข” 25 ผู้ชุมนุม

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กรุงเทพฯ ได้อนุญาตให้มีการประกันตัวและดำเนินการปล่อยตัวทั้ง 25 ผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมจากเหตุชุมนุม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” วานนี้ (18 พ.ย.2565) เสร็จสิ้นแล้ว 

โดยการปล่อยตัวเริ่มตั้งแต่ค่ำวานนี้ และ 2 คนสุดท้ายถูกปล่อยตัวเมื่อเวลาราว 11.00 น. วันนี้ (19 พ.ย. 2565) คือ เจกะพันธ์ พรหมมงคล  กรรมการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) และ บารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน  

“โดยมีเงื่อนไขการให้ประกันตัว 2 ข้อ คือ 1. ห้ามเข้าร่วมชุนนุมทางการเมืองใดๆ ระหว่างได้ประกัน 2. ห้ามประกาศเชิญชวนบุคคลอื่นเข้าร่วมมั่วสุมหรือกระทำการใดๆ ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง” รายงานข่าวเปิดเผย

“การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการจะตั้งเงื่อนไขที่ไม่ชอบต่อรัฐธรรมนูญมันก็เป็นเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่จำเป็นต้องรับฟัง

การชุมนุมของเรา เป็นไปตามกฎหมายชุมนุมคือ พ.ร.บ ชุมนุมสาธารณะเหตุการณ์ทั้งหมดตลอด 3วัน หลังจากรัฐบาลไทยยกเลิก พรก. ฉุกเฉินแล้วต้องกลับมาใช้ พ.ร.บ ชุมนุม 2558 หลักของมันชัดเจนว่าคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการชุมนุมสาธารณะ” บารมี ชัยรัตน์ กล่าวหลังถูกปล่อยตัว

ภาพ : P-Newsออนไลน์

ยันชุมนุมตามกฎหมาย-ตำรวจทำขัดกฎหมาย

“ผู้ชุมนุมได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ โดยหลักของกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นการแจ้งให้ทราบ ไม่ได้แจ้งเพื่อให้คุณอนุญาตหรือไม่อนุญาต แจ้งเพื่อให้ตำรวจหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลคุ้มครอง อำนวยความสะดวกในการชุมนุม 

นี่คือหลักของกฎหมายที่เป็นสากลและเป็นไปตามปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ เรื่องการคุ้มครองการชุมนุม เรื่องของสิทธิเสรีภาพ

แต่สิ่งที่ตำรวจกระทำจะเห็นเจตนาและหลักฐานชัดเจน ว่ามีการสกัดการชุมนุม ซึ่งกฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามสกัดการชุมนุม ถ้ามีจะมีการสกัดการชุมนุม จนท.ต้องไปร้องขอต่อศาล และไม่สามารถบังคับให้ผู้ชุมนุมไม่ใช้เส้นทางใดได้

การใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนทุกรายการตั้งแต่เบาไปหาหนัก ไม่ว่าจะเป็น โล่ ตะบอง กระสุนยาง ควบคุมฝูงชน จะต้องร้องขอต่อศาลทุกรายการ

เพราะฉนั้นผู้ที่ละเมิดกฎหมายการชุมนุมสาธารณะคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะมีการดำเนินการฟ้องร้องในประเด็นนี้ทั้งอาญาและทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายในสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากมี 1 ในผู้ชุมนุมสูญเสียตาไปแล้ว 1ข้าง” เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน และเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ กล่าว

ภาพ : สมัชชาคนจน

แจ้งความดำเนินคดี “ตำรวจ”-สร้างบรรทัดฐานใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันนี้ กลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” ได้ส่งตัวแทน นำโดยทนายอานนท์ นำภา นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เข้าแจ้งความกล่าวโทษ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่สลายการชุมนุม  ผู้กำกับการหัวหน้าผู้รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ณ สน สําราญราษฎร์

“พวกมากล่าวโทษผู้กำกับที่เป็นหัวหน้าผู้รักษาความปลอดภัยในการชุมนุมเมื่อวาน ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดได้มีการบ่งชี้อย่างชัดเจนแล้วว่ามีการสลายการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการใช้กำลังเข้าทำร้ายผู้ชุมนุม และสื่อมวลชน

การดำเนินการในครั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน และเพื่อเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษไม่ให้มีการกระทำแบบนี้ซ้ำอีก ก็จะดำเนินคดีกับทุกคนตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับบังคับบัญชา แล้วก็ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนร่วมด้วยก็จะดำเนินคดีกับทุกคน

การมาในครั้งนี้เป็นการมากล่าวโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องเพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ใครเห็นถึงการกระทำผิดก็สามารถแจ้งได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะมาแจ้งในภายหลัง

ก็มีการรับเรื่องไว้ และเห็นว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะเรากล่าวโทษทั้งผู้กำกับและผู้ปฏิบ้ติงานทั้งหมด ว่าดำเนินการมิชอบด้วยกฎหมาย จะเป็นการทำเกินคำสั่งไหม ทั้งหมดก็ต้องไปต่อสู้กันที่ศาล น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก เพราะหลักฐานทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน เรากำลังอยู่ระหว่างรวบรวมคลิปเหตุการณ์” อานนท์กล่าว

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ กล่าวถึงอาการของ พายุ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ว่า ขณะนี้ยังไม่ฟื้นจากยาสลบ และแพทย์ผู้ทำการรักษาได้อัพเดตอาการให้ฟังว่า กล้ามเนื้อดวงตาข้างขวาที่ทำหน้าที่เปิดปิดดวงตาฉีกขาด หัวตาฉีก กระดูกเบ้าตาแตก การที่ตาข้างขวาจะกลับมามองเห็นเหมือนเดิมเป็นเรื่องยาก 

ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บรายที่ 2 กระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก ฟันหัก และมีแผลในปาก โดยทางนายแพทย์กล่าวว่ายังมีผู้บาดเจ็บรายอื่น ๆ ด้วย และได้รวบรวมหลักฐานให้กับทนายเรียบร้อยแล้ว 

“ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมไปแล้ว 2 ซึ่งรายหนึ่งเป็นเยาวชน ประชาชนเสียดวงตารายนี้เป็นรายที่ 3” นพ.ทศพรกล่าว

ภาพ : PPTV

ผบ.ตร. พอใจ “คุมการชุมนุมอยู่-ปะทะเป็นเหตุสุดวิสัย”

“วันนี้ มีคณะของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคทยอยเดินทางเข้ามาร่วมประชุม คาดว่าประมาณช่วงเที่ยงก็จะเสร็จสิ้นภารกิจของผู้นำ

ขณะที่บรรยากาศทั่วไป เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภาพรวมการดูแลการประชุมเอเปคและคณะผู้นำ ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจเพราะเป็นงานใหญ่ หากไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงหรือการก่อความไม่สงบ ก็ถือว่าผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี ขณะนี้ยังถือว่าไม่มีอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นมา” พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยภายในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“(ต่อกรณีการจับกุมตัวผู้ชุมนุม วานนี้) ตำรวจนครบาลได้ประกาศทุกขั้นตอนไว้แล้วว่า การชุมนุมของผู้ชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ โดยจัดพื้นที่เฉพาะลานคนเมือง ซึ่งตำรวจนครบาลมีเงื่อนไขไว้แล้วว่า หากจะเคลื่อนออกไปไหนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อภาพลักษณ์ของประเทศในช่วงการประชุมเอเปค จึงไม่อยากให้เคลื่อนขบวนไปจุดอื่น โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางที่จะผู้ชุมนุมใช้ ถือเป็นเส้นทางที่สุ่มเสี่ยง แม้ไม่ใช่เส้นทางที่ตรงไปยังศูนย์ประชุมสิริกิติ์

เป็นไปตามที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงข่าว ซึ่งทางตำรวจนครบาลจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ ต่อไป ณ ตอนนี้ยังไม่มีการข่าวแจ้งว่าผู้ชุมนุมจะเคลื่อนตัวมาที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งตามหลัก หากจะมีการชุมนุมในที่ต่างๆ ต้องมีการแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตการชุมนุมล่วงหน้าก่อน 24 ชั่วโมง หากกะทันหันเป็นอำนาจที่ผู้บังคับการจะควบคุมเหตุการณ์ ล่าสุด ยังคงวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปกติ

(กรณีสลายการชุมนุมทำให้มีผู้บาดเจ็บ) จะขอไปตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน 

กรณีที่สื่อมวลชนเข้ามาติดตามการทำข่าวการชุมนุมว่า จะต้องมีการจัดระเบียบสื่อมวลชน โดยในกรณีที่สื่อมวลชนมีมากกว่าผู้ชุมนุมจะจัดระเบียบได้ยาก เจ้าหน้าที่ทำงานยากเพราะสื่อมวลชนจะพยายามจะอยู่หน้าผู้ชุมนุม สื่อมวลชนก็ต้องระมัดระวังและช่วยตัวเองด้วย ในกรณีที่เกิดการปะทะตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมสถานการณ์” ผบ.ตร. กล่าว

ภาพ : ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“เสียใจ-คงต้องมีการทบทวนมาตรการ” ผู้ว่าฯ กทม.

“เสียใจกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ถนนดินสอ ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้บาดเจ็บ 

คงต้องมีการทบทวนอีกครั้งในคราวหน้าถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมต้องการส่งสารกับผู้ที่มาประชุมว่า อาจจะต้องจัดตัวแทนจากการชุมนุมมารับสารของผู้ชุมนุม แทนที่จะให้ผู้ชุมนุมเดินไปที่ประชุม โดยกทม. อาจจะเป็นตัวกลางในการติดต่อ หรือไม่ก็เป็นการจัดตัวแทนพบกันระหว่างผู้ชุมนุน และผู้มาประชุม” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมาหานคร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ภาพ : ดาวดิน สามัญชน

“ผู้ชุมนุมมีสิทธิ-รัฐใช้อำนาจล้นเกิน-น่าขายหน้า” สส.ก้าวไกล

“กรณีการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นที่ถนนดินสอ เมื่อ 18 พ.ย. 2565 เกี่ยวกับการประกาศให้ศูนย์ประชุมสิริกิติ์เป็นสถานที่ตามความในมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ชุมนุม ซึ่งในมาตรา 8 กำหนดไว้แค่ว่าการชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้าออก หรือทำให้ใช้สถานที่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนสามารถไปถึงได้ แต่ถ้ายังจัดการให้มีการประชุมต่อไปได้ ประชาชนก็มีสิทธิที่จะชุมนุมได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ม็อบ18 พฤศจิกา 65 คือตำรวจไปตั้งแนวขวางและสลายการชุมนุมตั้งแต่บริเวณลานคนเมือง และถนนราชดำเนิน ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์ประชุมฯ เกือบ 10 กิโลเมตร ผู้ชุมนุม ณ ตอนนั้นไม่ได้มีความใกล้เคียงกับการจะทำให้การประชุมจัดต่อไม่ได้เลย ทั้งยังปรากฏภาพตำรวจเตะผู้ชุมนุม ใช้ปืนกระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมระยะประชิดโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า

สิ่งที่สร้างความอับอายขายหน้าต่อชาวโลกมากที่สุด จึงไม่ใช่การที่มีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนในนานาอารยประเทศเขาทำกันได้ แต่คือการใช้อำนาจอย่างล้นเกินของรัฐบาลเพื่อกดขี่ผู้เห็นต่างนั่นเอง” รังสิมันต์ โรม กล่าวผ่านโพสต์เฟสบุ๊ค

ภาพ : คปอ.

3 เครือข่าย-สื่อ แถลง “ประณาม”

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ออกแถลงการณ์การณ์ประนามการสลายการชุมนุมของตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จนทำให้เกิดการบาดเจ็บของผู้ชุมนุม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แถลงการณ์กล่าวถึงอาการล่าสุดของ พายุ บุญโสภณ ผู้ปฏิบัติงานเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ดวงตาข้างขวา

“พวกเราในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ขอสดุดีการต่อสู้ของกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 ที่มุ่งหวังสร้างสังคมไทยให้เกิดความเท่าเทียม เป็นธรรม ปลอดพ้นจากอำนาจทุนผูกขาด และรัฐเผด็จการอำนาจนิยม ขอสดุดีการต่อสู้ของพายุ บุญโสภณ ผู้ปฏิบัติงานที่เอาการเอางาน พร้อมแบกรับภารกิจในทุกสถานการณ์ที่ยากลำบาก” แถลงการณ์กล่าว

รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2565 ประนามความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากรัฐบาล ที่แสดงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง 

“การกระทำทั้งหมดเป็นการใช้อาวุธ และใช้กำลังสลายการชุมนุม ที่ละเมิดต่อกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง และหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลัง และอาวุธโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทั้งยังละเมิดกฎหมายภายในประเทศ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ. พ.ศ.2558 เป็นต้น  และยืนยันว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่มีเจตนาที่จะทำลายการประชุมเอเปค” แถลงการณ์ระบุ

ภาพ : แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ด้านองค์กรสื่อ “The MATTER” ได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุเจ้าหน้าที่ทำร้ายนักข่าว พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาบุคคลมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“จากกรณีที่นักข่าวของ The MATTER ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้กระบองฟาด เมื่อล้มลงยังถูกเตะเข้าที่ศีรษะ ทั้งที่ใส่ปลอกแขนและพูดยืนยันตัวว่าเป็นสื่อมวลชนหลายครั้ง โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้พูดว่า “พวกกูเนี่ยของจริง มึงจำไว้” ระหว่างลงพื้นที่รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 ที่บริเวณถนนดินสอ ใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เหตุเกิดเวลาประมาณ 12.45 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565

ในเหตุการณ์บริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีกรณีนักข่าวพลเมืองของ The Isaan Record ถูกทำร้ายร่างกายและจับกุมตัว รวมถึงช่างภาพ Reuters ถูกของแข็งปามาจากฝั่งเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา”

ภาพ : The MATTER