เห็นชอบ “เป้าหมายกรุงเทพฯ เศรษฐกิจ BCG – ขับเคลื่อนจัดตั้ง FTAAP”

ที่ประชุมรัฐมนตรีเขตเศรษฐกิจเอเปคเห็นชอบ “Bangkok Goals on BCG Economy” เตรียมยื่นต่อที่ประชุมผู้นำเอเปคเสาร์นี้ 

“เห็นพ้องร่วมกับขับเคลื่อนความร่วมมือเอเปคไปสู่การจัดตั้ง FTAAP ในอนาคต” มติที่ประชุม ว่าด้วยข้อหารือเรื่อง “FTAAP” เขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก (หากผลักดันสำเร็จ) รมว.พาณิชย์แถลงเย็นวันนี้ (17 พ.ย. 2565)

(ภาพ : APEC 2022 Thailand)

มติ Bangkok Goals on BCG 

วันนี้ (17 พ.ย. 2565) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในที่ประชุมเอเปค 2022 ช่วงเช้า ที่ประชุมรัฐมนตรีเขตเศรษฐกิจเอเปค เห็นชอบ เอกสาร “Bangkok Goals on BCG Economy” (เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) และมีแผนที่จะเสนอให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคให้ความเห็นชอบต่อไปในวันเสาร์นี้ (19 พ.ย. 2565) จากการเปิดเผยของเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 

โดยอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุม 21 รัฐมนตรีเขตเอเปคใช้เวลากล่าว 3 ชั่วโมงในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืน การมีส่วนร่วม และเห็นชอบร่วมกันในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ในการสรุปการเจรจาเอกสาร “Bangkok Goals on BCG Economy” 

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปคในช่วงเช้าเป็นช่วงการประชุม “การเติบโตอย่างสมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน” (Balanced, Inclusive and Sustainable Growth) ซึ่งมีดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้นำในการหารือ

“ในช่วงเช้าเราพูดถึงเรื่องความยั่งยืน เราเน้นหนักมาก ๆ ในเรื่อง Bio-Circular-Green economy จึงเป็นที่มาให้รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในสิ่งที่เราเจรจากันมาก็คือ Bangkok Goals on BCG economy ซึ่งทุกเขตเศรษฐกิจให้การสนับสนุน และยอมรับ

แต่ผมขอเรียนว่าเรื่อง BCG ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ การที่เราสามารถที่จะสรุปเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วย BCG economy ได้ ผมถือว่าเป็นหน้าแรกเท่านั้นเองของหนทางที่ไทย และประเทศในเอเชียแปซิฟิกจะต้องเดินต่อไป

เพราะฉะนั้น BCG ไม่ใช่คาถาศักสิทธ์อะไรที่ออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ เรายังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” เชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการประชุมในช่วงเช้า

สำหรับร่างเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ จะประกอบไปด้วย 4 เป้าหมาย และ 4 แนวทางขับเคลื่อน โดย 4 เป้าหมาย คือ 

  1. การจัดการกับปัญหาสภาพภูมิอากาศ/การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ให้เป็นศูนย์
  2. การค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน
  3. การบริหารจัดการทรัพยากรยั่งยืนและอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ
  4. การลดและบริหารจัดการของเสีย

และ 4 แนวทางขับเคลื่อนคือ

  1. กรอบระเบียบและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสม
  2. การเสริมสร้างศักยภาพ
  3. สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  4. เครือข่ายสำหรับความร่วมมือทุกภาคส่วน
เชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ภาพ : The Reporters)

มติ “FTAAP”

สำหรับการประชุมช่วงที่ 2 ในบ่ายวันนี้จะเป็นการประชุมเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการค้า โดยใช้ชื่อช่วงว่า  “การค้าและการลงทุนที่เปิดกว้างและยั่งยืน” (Open and Sustainable Trade and Investment) 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะหารือในช่วงที่ 2 นี้จะเกี่ยวกับ “เขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก หรือ Free Trade Area of the Asia-Pacific หรือ FTAAP” ซึ่งจะเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้นำในการหารือ

“มีมติจากที่ประชุมรัฐมนตรีเขตเศรษฐกิจเอเปคเห็นพ้องร่วมกับขับเคลื่อนความร่วมมือเอเปคไปสู่การจัดตั้ง FTAAP ในอนาคต” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุม

“ที่ประชุมมีการหารือถึงหัวข้อหลักของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open. Connect. Balance.”

โดยในวาระการพิจารนา 3 หัวข้อ “Open. Connect. Balance.” มีการแยกประชุม สำรับหัวข้อ Open มีข้อสรุป 6 ประเด็นคือ

1. ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปค เห็นพ้องร่วมกันในเรื่องการเปิดกว้างทั้งทางด้านการค้า การลงทุน เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่การผลิตสามารถทำงานได้

2. เห็นพ้องร่วมกันที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจเอเปคไปสู่การจัดตั้ง FTA เอเปคต่อไปในอนาคต

3. ที่ประชุมสนับสนุนการค้าระบบพหุภาคี โดยให้มีองค์การการค้าโลกเป็นศูนย์กลาง และเร่งหาข้อสรุปประเด็นที่ยังค้างอยู่ในที่ประชุม WTO ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนประมง และประเด็นที่ยังค้างค้าอื่น ๆ  รวมถึงเสริมประเด็นใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ WTO ให้เกิดขึ้นต่อไป

4. เอเปคเห็นชอบร่วมกันให้การเร่งสร้างขีดความสามารถด้านบริการของกลุ่มสมาชิกเอเปค ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว ขนส่ง และโลจิสติกส์

5. ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปคเห็นพ้องร่วมกันในการผลัดดัน และเปิดโอกาสให้ สตรี micro sme และกลุ่มเปาะบาง ได้เข้ามามีบทบาท และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งการใช้ประโยชน์จาก Digital economy มากขึ้น

6. เอเปคเห็นพ้องสนับสนุนแนวคิดการค้าสู่ความยั่งยืน ทั้งสินค้าและบริการ นั่นหมายความว่าสนับสนุนทั้งการผลิต แปรรูป การตลาด ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” รมต.จุรินทร์กล่าว

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ภาพ : APEC 2022 Thailand)