เปิด 5 เทรนด์ “อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว-ยั่งยืน”

ยักษ์ธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย “CPAC” เผย 5 เทรนด์ “อุตสาหกรรมก่อสร้างยั่งยืน” ความท้าทายจากกระแสโลก ที่วงการอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเลี่ยงไม่ได้

(ภาพ : CPAC)

13% GDP โลก-ชะลอตัวช่วงโควิด

“อุตสาหกรรมก่อสร้างถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอ้างอิงจากรายงาน McKinsey

ซึ่งระบุว่าการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมก่อสร้างโลกมีมูลค่าถึง 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นสัดส่วนสูงถึง 13% ของจีดีพีโลก แต่ก็มีอัตราการเติบโตที่ไม่หวือหวาเท่าไหร่นัก

อย่างไรก็ตามตั้งแต่มีการระบาดของ โควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างชะลอตัวลง และต้องมีปรับตัวอย่างหนัก โดยปัจจุบันได้มีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์และพัฒนาเพื่อใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง 

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนแรงงานหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อน-ระหว่าง-และหลังการก่อสร้าง CPAC Green Solution ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ไม่หยุดนิ่งที่พัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการให้แก่ทุกกลุ่มลูกค้าทั้งในปัจจุบันและ อนาคต

พร้อมรวบรวมเทรนด์ในอุตสาหกรรมก่อสร้างโลกที่กำลังมาแรงในช่วง 2 – 3 ปีข้างหน้า มาอัปเดตเพื่อเป็นไอเดียและยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับ 5 เทรนด์อุตสาหกรรมก่อสร้างโลกที่แรงไม่หยุด การออกแบบการสร้างในโลกเสมือนจริง (Virtual Design and Construction – VDC) ตลาดการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Modular construction) โดรนก่อสร้าง เทคโนโลยี 3D Printingและวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Building Materials)” รายงานข่าวจาก CPAC เปิดเผย

(ภาพ : CPAC)

1. การออกแบบการสร้างในโลกเสมือนจริง (Virtual Design and Construction – VDC)

“เป็นเทรนด์ที่มาแรงมากทั่วโลกเพราะนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องการขาดแคลนแรงงานแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำงานซ้ำที่เกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งปกติจะสูงถึง 30% ของต้นทุนการก่อสร้างรวม

โดยเครื่องมือที่ได้ความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร หรือ Building InformationModeling (BIM) จาก รายงานของ ReportLinker

บริษัทวิจัยทางการตลาดจากประเทศฝรั่งเศสระบุว่า ตลาด BIM ในปี 2563(2020) มีมูลค่าประมาณ 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ – 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะหยุดชะวักเนื่องจากโรคระบาด

โควิด-19 อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าตลาด BIM จะฟื้นตัวและมีอัตราเติบโตต่อปี 14.5% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างโลกจากนี้ต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า ในส่วนของประเทศไทยเองก็มีการเร่งพัฒนาบุคลากรในด้าน VDC เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” CPAC ระบุ

(ภาพ : CPAC)

2. ตลาดการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Modular construction)

“แม้ว่าการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปจะมีการพัฒนามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตลาดนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองและอุตสาหกรรม เพราะข้อดีหลักของการก่อสร้างแบบ Modular คือสามารถที่วางแผนควบคุมต้นทุน และระยะเวลาในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างจนกระทั่งจบงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถออกแบบได้อย่างนอกกรอบกว่าการสร้างแบบดั้งเดิมมาก

โดยรายงานของ Straits Research บริษัทวิจัยชั้นนำของโลก คาดว่าตลาดการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปของโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 2.71แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2573 (2030) เพิ่มขึ้นจาก 1.38 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 (2021) โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 8% ต่อปีระหว่าง 2656 – 2573 (2022 – 2030)” CPAC ระบุ

(ภาพ : CPAC)

3. โดรนก่อสร้าง 

“เป็นอีกเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการร่างพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว การถ่ายภาพทางอากาศ รวมถึงถูกนำมาใช้ในงานต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง มีการประมาณการคร่าว ๆ กันว่า “โดรนก่อสร้าง” ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรในไซต์ก่อสร้างในแต่ละปีได้ถึง 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในประเมินปริมาณสต็อกวัสดุที่ต้องใช้ในการก่อสร้างได้อย่างแม่นยำมากขึ้นถึง 61% 

นอกจากนี้ “โดรนก่อสร้าง” ยังถูกนำมาต่อในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่นสิ่งที่ CPAC Green Solution กำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นในงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยและโรงงานต่างๆ ฯลฯ ยังมีการใช้เพื่อสำรวจภูมิประเทศใต้น้ำโดยใช้คลื่นเสียง เพื่อออกแบบติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่สามารถใช้แรงงานมนุษย์ได้” CPAC ระบุ

(ภาพ : CPAC)

4. เทคโนโลยี 3D Printing 

“เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้คู่กับเทคโนโลยีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น BIM หรือแม้แต่โดรน ล่าสุดนักวิจัยจาก Imperial College London และ Empa ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ร่วมกันพัฒนาโดรนชนิดพิเศษที่มีฟังก์ชัน 3D Printing ในตัว เพื่อใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมอาคาร ระบบนี้จะบินโดรนหลายตัวพร้อมกันในครั้งเดียวเพื่อทำงานจากแบบพิมพ์เขียว (Blueprint) เดียวกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของฝูงผึ้ง 

ทั้งนี้ตลาด 3D Printing Construction โลกมีมูลค่าประมาณ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564(2021) และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตรายปีประมาณ 101% ตั้งแต่ปี 2665 -2573 (2022 – 2030) 

Straits Research ระบุว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด และถือเป็นผู้นำตลาดการผลิต 3D Printing ของโลกด้วย 

โดยในรายงานยังระบุอีกว่า อุปสงค์ (Demand) จากอาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันตลาดในภูมิภาคนี้ รวมถึงการเติบโตของตลาด BIM ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันในความต้องการ 3D Printing สูงขึ้นตามด้วย” CPAC ระบุ

(ภาพ : CPAC)

5.วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Building Materials)

“เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาวะโลกร้อนนับเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ผู้พัฒนาโครงการไม่สามารถเมินเฉยต่อการเลือกวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้

ในวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเองก็มีการสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างในไทยเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก โดยเน้นวัสดุที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนมีการทำการวิจัยและพัฒนาด้านวัสดุเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

และจากการสำรวจของ Transparency Market Research ระบุว่าตลาดวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลกมีมูลค่า 2.64 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 (2020) และคาดว่าตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีมูลค่าสูงถึง 9.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2574 (2031)

โดยปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้บริโภคเองและนโยบายของภาครัฐ ทั้งนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันตามเทรนด์โลก โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งธุรกิจและสังคมในวงกว้าง

นอกจากนี้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยทั้งภาครัฐและเอกชนควรให้ความสำคัญกับการเร่งผลิตบุคลากร โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร (BIM) เพื่อรองรับความต้องการ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต” CPAC ระบุ