เร่งตั้ง “กรมโลกร้อน”-ประกาศ BCG เป็นวาระไทยในเอเปค”

ใกล้วันประชุมเจรจาโลกร้อน COP27 รัฐบาลประยุทธ์ขยับเคลื่อนไหวต่อเนื่องเรื่องการดำเนินการจัดการลดโลกร้อน 

ล่าสุดปลัดทส.สั่งเร่งดำเนินการตั้งหน่วยงานใหม่ “กรมโลกร้อน” หวังเข้าครม.เร็วที่สุด 

ขณะนายกฯ ประยุทธ์ประกาศ “BCG เป็นคำตอบสมดุลจัดการโลกร้อน-เศรษฐกิจ เป็นวาระไทยในการประชุมเอเปคที่กำลังจะมาถึง

(ภาพ : Malachi Brooks)

ประยุทธ์ย้ำ “BCG คำตอบโลกร้อนและเศรษฐกิจ-ทิศไทยในเอเปค”

วันนี้ (2 พ.ย 65) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในปาฐกถาพิเศษ วาระเป็นประธานงานประชุม Global Compact Network Thailand Forum (GCNT 2022) หัวข้อ “เร่งหาทางออกของภาคธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนและวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ” ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (UNCC) ห้อง Conference Room 1 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ภาพ : TNN)

“การเข้าร่วมการประชุม GCNT ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญและเป็นช่วงของการเตรียมตัวก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC 2022) โดยไทยได้ผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเปคในยุคหลังวิกฤตโควิด – 19 เพื่อให้ทุกประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน สมดุล และครอบคลุมมากขึ้น ภายใต้หัวข้อหลัก “Open. Connect. Balance.” 

หนึ่งในวาระสำคัญที่มุ่งผลักดัน คือ การสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อมและการขับเคลื่อนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลไทยยืนยันถึงเจตนารมณ์ “ความมุ่งมั่นและการลงมือทำของไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค เพื่อลดสภาวะโลกร้อนและความเสียหายต่อธรรมชาติ” โดยภาคเอกชน และ สหประชาชาติเป็นภาคีสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของไทย

ไทยตระหนักดีว่าการลดภาวะโลกร้อนมิใช่เพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤติธรรมชาติเท่านั้น แต่เพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วย ซึ่งได้เสนอหลักการ “การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG” ที่คำนึงถึงการพัฒนาเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเยียวยารักษาธรรมชาติอย่างมีสมดุล เป็นหัวใจของเอกสารผลลัพธ์ของเอเปค ที่เรียกว่า “เป้าหมายกรุงเทพว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว” 

โดยเศรษฐกิจ BCG เป็นรูปแบบที่ไทยได้เริ่มแบ่งปันกับประชาคมโลกเพื่อเป็นหนทางสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างงาน สร้างรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชน 

รวมทั้งผลักดันให้ใช้แนวคิด BCG มาส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อาทิ การฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การจัดการป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้ประชาชนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย” นายกฯ กล่าว

จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ภาพ : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

สั่งเร่งกระบวนการตั้ง “กรมโลกร้อน” 

รายงานข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ได้สั่งเร่งการดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อรับมือและจัดการวิกฤตโลกร้อน “กรมโลกร้อน” หรือชื่ออย่างเป็นทางการ “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม”

โดยได้มีการจัดการประชุมคณะทำงานแบ่งส่วนราชการภายในกรมเพื่อรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา ระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวง (ทส.) รวมถึง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และสำนักงบประมาณ ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงฯ และผ่านระบบ Video Conference 

“เป็นความสำคัญและโอกาสที่ดีในการปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการกระทรวงฯ เพื่อรองรับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นวาระสำคัญของโลก 

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ จึงจะเป็นการตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ 

จากการร่วมกันพิจารณารายละเอียดคำชี้แจงประกอบการขอปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. ร่าง กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. และ ร่าง กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. 

ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รับคำแนะนำจากสำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. และสำนักงบประมาณ ไปปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้มีความสมบูรณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น 

ก่อนเสนอขอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) เพื่อเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป ควบคู่กับการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ปลัด ทส. กล่าว

ปัจจุบันหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีทั้งหมด 10 ส่วนราชการ 

3 องค์การรัฐวิสาหกิจและ 2 องค์การมหาชน (โครงสร้างดังภาพ)

โครงสร้างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ภาพ : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)