แถลงฟ้องสาธารณะ “SEAจะนะ สภาพัฒน์ ส่อมีปัญหาคณะกก.กำกับ”

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเปิดแถลงสาธารณะ 3 ประเด็นข้อกังวลต่อการดำเนินการจัดทำ SEA (การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ของสภาพัฒน์ฯ

ชี้นักวิชาการที่ถูกเลือกเข้าไปเป็นคณะกรรมการกำกับทิศ SEA บางคนคุณสมบัติ-ประวัติทางวิชาการมีปัญหา รับไม่ได้ และ สัดส่วนนักวิชาการ “รับใช้รัฐ-ทุน” มากจนทำให้คณะกรรมการฯ ไม่น่าเชื่อถือ

เสนอ ผู้จัดทำ SEA ควรเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่เข้าใจบริบทพื้นที่ มากกว่าบริษัทที่ปรึกษาเอกชน

(ภาพ : สื่อเถื่อน ข่าว)

ยึดตามข้อตกลงกับรัฐบาล ธ.ค. 64

“ตามที่สภาพัฒนาการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับและการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 

เพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นแล้วนั้น ถือเป็นการดำเนินการเบื้องต้นตามข้อตกลงที่พวกเราทำไว้กับรัฐบาล ในช่วงที่เดินทางไปเสนอให้แก้ไขปัญหาจากโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เมื่อเดือนธันวาคม 2564” 

ตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น อ่านแถลงการณ์ที่ออกร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน สังคม จังหวัดสงขลา เรื่อง “ข้อเสนอแนะต่อสภาพัฒน์ ต่อการดำเนินการจัดการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาล” บ่ายวันนี้ (2 พ.ย.2565)

(ภาพ : สื่อเถื่อน ข่าว)

คุณสมบัติบางคนใน “คณะกรรมการกำกับ” ไม่ผ่าน?

“ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดของคำสั่ง ทั้งตัวคณะกรรมการและบทบาทหน้าที่ ตามหนังสือแต่งตั้งดังกล่าวแล้ว ทำให้มีข้อห่วงกังวลหลายประการ ที่อาจจะทำให้กระบวนการจัดทำประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานทางวิชาการ และอาจนำไปสู่การไม่ยอมรับผลการศึกษาในอนาคตได้

จึงขอตั้งข้อสังเกตุและขอเสนอแนวทาง เพื่อให้มีการปรับปรุงการดำเนินการดังนี้ 

1.พบว่าคุณสมบัติของคณะกรรมการกำกับบางท่าน ไม่อาจเป็นที่ยอมรับเพราะมีประวัติทางวิชาการที่ไม่สง่างาม ทั้งยังเคยถูกร้องเรียนต่อพฤติกรรม และทัศนคติในการพิจารณาประเด็นสาธารณะที่เอนเอียงไปตามฐานความเชื่อแห่งตนมากกว่าเหตุผล และข้อเท็จจริงซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานแห่งจรรยาบรรณ 

ทั้งที่พวกเราพยายามเน้นย้ำว่า คณะกรรมการกำกับจะต้องเลือกสรรจากนักวิชาการที่มีความรู้ความเข้าใจ ยึดหลักการดำเนินงานทางวิชาการอย่างเที่ยงตรงและต้องเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย เพราะมิเช่นนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและความน่าเชื่อถือของกลไกการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์” เครือข่ายฯ แถลง

(ภาพ : สื่อเถื่อน ข่าว)

สัดส่วนนักวิชาการรับใช้รัฐ-ทุนมาก ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ?

“2. สภาพัฒน์ฯ ต้องตระหนักว่าการดำเนินงานของกรรมการกำกับในกลไกการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์นั้น เกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชนชาวจะนะและภาคีฯ เพื่อแสวงหาคำตอบในการคลี่คลายความขัดแย้ง ให้เป็นไปตามหลักการทางวิชาการ ด้วยการใช้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน มาพิจารณาหาแนวทางการพัฒนา

โดยหลักการเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของประชาชนว่า ต้องการใช้แนวทางวิชาการอันเที่ยงตรง แต่กลไกที่เกิดขึ้นกลับพบว่ามีการนำนักวิชาการที่ทำงานรับใช้รัฐและกลุ่มทุนมาร่วมอยู่ในคณะกรรมการกำกับถึง ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ คณะกรรมการชุดนี้จึงมีรอยแผลแห่งความไม่น่าเชื่อถือประทับอยู่

เครือข่ายจึงขอเรียนแจ้งให้สาธารณะรับทราบไว้ ฉะนั้นคณะกรรมการกำกับทิศจะต้องดำเนินการตามเอกสารข้อเสนอของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นอย่างเคร่งครัด ด้วยการนำเสนอกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ทั้งหมดต่อประชาชน ต่อการดำเนินการและรับฟังความเห็นของประชาชนในทุกขั้นตอน” เครือข่ายฯ แถลง

(ภาพ : สื่อเถื่อน ข่าว)

ผู้จัดทำควรเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ไม่ใช่บริษัทที่ปรึกษาเอกชน

“3. การคัดเลือกผู้ทำการศึกษา ที่สภาพัฒน์จะต้องไม่ลืมข้อเรียกร้องของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่ได้เสนอไว้กับรัฐบาลตั้งแต่ต้นว่า จะต้องให้สถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานทางวิชาการ และมีความเข้าใจสภาพพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานีเป็นอย่างดีได้เป็นผู้จัดทำ SEA 

โดยระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ควรเป็นสภาบันการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น ซึ่งต้องไม่ใช่บริษัทเอกชนที่ขาดพื้นฐานการทำงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ถูกกำหนดเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้จัดทำ” เครือข่ายฯ แถลง

(ภาพ : สื่อเถื่อน ข่าว)

ประกาศจับตาใกล้ชิด

“เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเห็นได้ถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของสภาพัฒนาการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีความพยายามดำเนินการทุกอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อให้กระบวนการจัดทำ SEA ดำเนินไปอย่างดีที่สุด และให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายร่วมกัน 

ถึงกระนั้นก็ตามพวกเรายังมีข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะดังที่ได้นำเรียนไปแล้ว ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เลขาธิการสภาพัฒนาการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อให้กระบวนการการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้นต่อไป

พร้อมกันนี้ เราขอประกาศว่า เราจะเฝ้าติดตามการทำงานของสภาพัฒน์ และคณะกรรมการกำกับ SEA อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลได้ทำข้อตกลงไว้กับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นอย่างเคร่งครัด กระบวนการ” เครือข่ายฯ แถลง

โครงการเมืองต้นแบบ 4 หรือโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ผุดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 ครม.อนุมัติให้มีการขยายโครงการฯ ไปสู่เมืองที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้อำนาจของรัฐบาล คสช. อนุมัติโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมอบอำนาจให้ ศอ.บต. เป็นผู้ดำเนินการเมื่อปี 59 

โครงการนี้ใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน และ ต.สะกอม อ.จะนะ จำนวน 16,753 ไร่ ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยอ้างว่าจะจัดสรรพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม 6 ประเภท คือ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา 4,253 ไร่ พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก 4,000 ไร่ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า 4,000 ไร่ จำนวน 4 โรง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ 2,000 ไร่ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า 2,000 ไร่ และพื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย 500 ไร่

โครงการนี้ของรัฐบาลได้รับการต่อต้านจากคนในพื้นที่ในนาม เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น โดยมีการเคลื่อนไหวคัดค้านหลากหลายรูปแบบทั้งในพื้นที่รวมถึงการชุมนุมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในรอบปีที่ผ่านมา จนที่สุดเกิดเป็นข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลที่จะใช้ SEA เป็นทางออกการแก้ปัญหาร่วมกัน และให้สภาพัฒน์ฯ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ 

นำมาสู่การติดตามอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบการดำเนินการของสภาพัฒน์ฯ ในการจัดทำ SEA ในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดของเครือข่ายฯ และการแถลงสาธารณะวันนี้

(ภาพ : เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น)

“หยุดดันนิคมฯจะนะผ่าน ศอ.บต.-ต้องรอผล SEA เท่านั้น” เครือข่ายจะนะแถลง