“รอดุลยพินิจอัยการ” คืบหน้าคดี 29 ชาวบางกลอย

คณะกรรมการอิสระฯ บางกลอย เผยความคืบหน้าล่าสุดการดำเนินคดี 29 ชาวบางกลอย “ขึ้นกับดุลยพินิจอัยการ”

ผู้แทนสำนักนายกฯ ตอบหลังรับหนังสือภาคีSaveบางกลอย “ไม่ได้นิ่งนอนใจ-อาจมีข้อจำกัดทางกฎหมายบ้าง” 

ด้านภาคีSave บางกลอยยืนยัน “ต้องไม่ฟ้อง ขอคำตอบใน 30 วัน – พร้อมเคลื่อนไหว” 

ภาพ : พชร คำชำนาญ

 

ไม่ได้นิ่งนอนใจ–อาจมีข้อจำกัดบ้าง

“รัฐบาลและคณะกรรมการอิสระฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการเรื่องนี้ อาจมีข้อจำกัดทางกฎหมายบ้าง แต่สามารถจบลงได้ที่การเจรจา พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา

1. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือไปยังอธิบดีอัยการภาค 7 เจ้าของสำนวน เพื่อแจ้งมติคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อความช่วยเหลือทางคดี โดยทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565

2.สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือ (กองทุนยุติธรรม)

3. คณะกรรมการอิสระฯ ทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ในการดำเนินการตามกรอบช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับเงื่อนไขในการดำรงชีวิตของชาวบางกลอยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ” 

มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งตัวแทนภาคีSAVEบางกลอยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีบางกลอย รายงานข่าวเปิดเผย 

ภาพ : พชร คำชำนาญ

คดีบางกลอย “ขึ้นกับดุลยพินิจอัยการ”

“เบื้องต้น คณะกรรมการอิสระฯ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทำการส่งหนังสือแจ้งไปถึงอัยการแล้ว ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการ

โดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระฯ คนที่ 1 ระบุว่า ตามกรอบการดำเนินงาน 3 ข้อนี้ พนักงานสามารถใช้ดุลยพินิจได้ โดยความเคารพดุลยพินิจของพนักงานอัยการ” รายงานข่าว ระบุ

ภาพ : วิสาหกิจชุมชนม่อนเเจ่ม

ยันต้องไม่ฟ้อง ขอคำตอบใน 30 วัน – พร้อมเคลื่อนไหว

“ขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาหาแนวทางให้พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีต่อชาวบ้านบางกลอยทั้ง 29 ราย 

เนื่องจากเราเห็นว่าการสั่งฟ้องดำเนินคดีชาวบางกลอยซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมที่เคยอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นมาก่อน ปัจจุบันชาวบ้านมีความเป็นอยู่อย่างยากไร้ เพราะขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและไม่มีที่ดินทำกินที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาหาแนวทางให้ความช่วยเหลือชาวบ้านกลอยให้ได้รับความเป็นธรรม และให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ต่อไป 

และขอให้ท่านชี้แจงผลการดำเนินการดังกล่าวแจ้งกลับมายังภาคีSaveบางกลอยเป็นลายลักษณ์อักษรตามที่อยู่ข้างต้น ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือฉบับนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านด้วยดี”

ทั้งนี้หากยังมีการสั่งฟ้องชาวบ้านบางกลอยทั้ง 29 คน ทางภาคีSAVEบางกลอยพร้อมจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง” ส่วนหนึ่งของจดหมายทางภาคีSAVEบางกลอยระบุ

“แม้การดำเนินกิจกรรมภาคีSaveบางกลอยวันนี้จะผ่านไปด้วยดี แต่เรายังต้องจับตาสถานการณ์กันต่อไปอย่างใกล้ชิดและไม่นิ่งนอนใจ พร้อมจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหากคดีความยังเดินหน้า 

และ เรายืนยันว่าอัยการไม่ควรสั่งฟ้อง เพื่อคืนความเป็นธรรม คืนความเป็นคนให้พี่น้องเสียที แค่นี้ก็ใช้ชีวิตกันอย่างลำบากแสนสาหัสอยู่แล้ว” พชร คำชำนาญ สมาชิกภาคีSAVEบางกลอย กล่าว