เสือโคร่ง-ปลาเสือตอ-ปากน้ำโพ : การอยู่รอดของสองสายพันธุ์

กรมอุทยานฯ จับมือจังหวัดนครสวรรค์เล็งใช้ “ปากน้ำโพ” เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์อนุรักษ์เสือโคร่งและปลาเสือตอ สองสปีชีส์สำคัญที่ต่างอยู่ในวิกฤตและต้องการการอนุรักษ์ 

“มีความหวัง แต่ยังอีกไกลกว่าจะไปถึง” เสียงสะท้อนจากวงคุยนัดแรกของงาน “สองเสือปากน้ำโพ 2022 : Let’s Save 2 Tigers… Together” กิจกรรมแรกที่จังหวัดจัดเมื่อ 6-8 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

เพราะความท้าทายสำคัญของการอยู่รอดของทั้งสองเสือ เกี่ยวข้องโดยตรงกับขนาดและคุณภาพของ “บ้าน” หรือแหล่งที่อยู่อาศัยของทั้งสองสายพันธุ์ซึ่งหมายถึง “ผืนป่าแม่วงก์และบึงบอระเพ็ด” ด้วย

(ภาพ : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร)

วิกฤต “บ้าน” เสือโคร่งไทย กับผืนป่าปากน้ำโพ

เสือโคร่งยังคงเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เผชิญวิกฤตในเชิงจำนวนที่ลดลงต่อเนื่องเช่นเดียวกับทิศทางจำนวนเสือโคร่งระดับโลก แม้ในไทยจะเริ่มเห็นทิศทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย อีกวิกฤตสำคัญของเสือโคร่งคือขนาดและความอุดมสมบูรณ์ของป่าซึ่งเป็นทั้งบ้านและแหล่งอาหารของสายพันธุ์นักล่าสายพันธุ์นี้ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่นำมาสู่ข้อเสนอล่าสุดของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่นำเสนอร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์ ที่จะให้ผืนป่าปากน้ำโพเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของแผนการอนุรักษ์เสือโคร่งในประเทศไทย พร้อมแนวคิดเชื่อมผืนป่าแม่วงก์เข้ากับผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง 

“แนวโน้มประชากรเสือโคร่งทั่วโลกยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ในหลาย ๆ ประเทศ ประชากรเสือทั่วโลกประเมินไว้ที่ 4500 ตัว ในไทยประเมินไว้ว่ามีประชากรเสือทั้งหมด 148-189 ตัว

ในปัจจุบันเรามีเสือโคร่งทั้งหมด 11 ตัวในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 

เสือเป็นสัตว์ที่ต้องการพื้นที่หากินที่ใหญ่มาก ศักยภาพของพื้นที่จึงต้องมีขนาดใหญ่ พร้อมทั้งมีแหล่งอาหาร ที่สำคัญต้องมีการป้องกันที่ดี ไม่ให้มีการล่าเสือโคร่งเกิดขึ้น” ดร.รุ้งนภา พูลจำปา มูลนิธิกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลประเทศไทย (WWF) กล่าวถึงสถานการณ์ล่าปัจจุบันของสายพันธุ์เสือโคร่งในไทย

“เสือจะเป็นตัวบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่า ความอุดมสมบูรณ์ของประชากรเหยื่อของเสือโคร่งและเป็นบ่งบอกความพิเศษของระบบนิเวศที่ราบริมลำธารหรือระบบนิเวศทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งที่เหมาะต่อการตั้งถิ่นฐานของเสือโคร่ง” กรมอุทยานระบุถึงนัยสำคัญของการมีอยู่ของสายพันธุ์เสือโคร่ง ผ่านวิดิทัศน์นำเสนอในงาน “สองเสือปากน้ำโพ 2022 : Let’s Save 2 Tigers… Together” 

“ทุกระบบนิเวศจะมีสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่ ที่ไหนมีเสือเยอะ ความอุดมสมบูรณ์จะสูง มีผู้ล่าก็ต้องมีผู้ถูกล่า” จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว

“เสือเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า จากจุดนี้เราเลยเอามาเป็นจุดที่จะทำให้คนมาอนุรักษ์ป่ามากขึ้น เกิดเป็นการท่องเที่ยวป่าในรูปแบบใหม่ การท่องเที่ยวอย่ายั่งยืน แล้วด้วยความที่งบของกระทรวงทรัพยากรที่จะเอามาดำเนินการในด้านมี้มีน้อย ดังนั้นทางจังหวัดเลยเข้ามาช่วยกรมอุทยานในการฟื้นฟูป่าโดยหยิบเอาเรื่องเสือโคร่งเข้ามาเป็นจุดเด่น 

ถ้าป่าแม่วงศ์จะสมบูรณ์ถึงความเป็นมรดกโลกซึ่งเป็นความคาดหวังและคงเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด เราจะต้องมีเสือโคร่งซักประมาณ 40 ตัว นั่นก็เป็นเป้าหมายในการทำโครงการเสือโคร่งขึ้น” ชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวระหว่างเปิดงานฯ 

(ภาพ : siamfish)

วิกฤต “บ้าน” สายพันธุ์ปลาเสือตอ กับแหล่งน้ำปากน้ำโพ “บึงบอระเพ็ด”

เช่นเดียวกับเสือโคร่ง สายพันธุ์ปลาเสือตอกำลังประสบวิกฤตแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมลงตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตสายพันธุ์เสือตอยังอยู่ในจุดที่ต้องการการเพาะพันธุ์เข้ามาช่วยให้สายพันธุ์นี้อยู่รอด

“ปลาเสือตอเดิมจะพบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งรวมถึงบึงบอระเพ็ดด้วย ปลาเสือตอลายใหญ่เป็นปลากินเนื้อที่พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ปัจจุบันไม่มีรายงานการพบเจออย่างเป็นทางการในบึงบอระเพ็ด 

ปลาเสือตอเป็นปลาที่ต้องการคุณภาพน้ำที่ดีมาก ๆ ในการใช้ชีวิต ถ้าคุณภาพน้ำของบึงบอระเพ็ดเสื่อมโทรมจะมีผลต่อคุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อม จะส่งผลกระทบไม่ใช่แค่ต่อปลาเสือต่อแต่ยังต่อปลาชนิดอื่น ๆ ด้วย” กรมอุทยานฯ กล่าว

“นครสวรรค์เราเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน มารวมกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา สิ่งหนึ่งที่เราได้ประสบคือคุณภาพน้ำ น้ำท่วม ภัยแล้ง ในส่วนของบึงบอระเพ็ดที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หากบึงบอระเพ็ดไม่สามารถรักษาระบบนิเวศและคุณภาพน้ำไว้ได้ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ก็คงจะหมดไป

ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของบึงบอระเพ็ดอย่างหนึ่งก็คือ ปลาเสือตอ ความมุ่งหวังร่วมกับชาวนครสวรรค์ว่า ซักวันหนึ่ง ปลาเสือตอจะต้องกลับไปแหวกว่ายในบึงบอระเพ็ด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายคุณภาพน้ำและระบบนิเวศจะต้องกลับมาเหมือนอย่างที่เคยเป็น” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าว

“ปลาเสือตอมีไม่มีอยู่ที่คุณภาพของน้ำ เรื่องใหญ่ก็คือจะทำอย่างไรให้ระบบคุณภาพน้ำดี ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่กับหลายภาคส่วน” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำ

“ปลาเสือตอมี 5 ชนิดที่อยู่ในสกุล Datnioides คือ 1. ปลาเสือตอลายใหญ่ ซึ่งหายไปจากธรรมชาติในไทยแล้ว 2. ปลาเสือตอลายเล็กที่พบในลุ่มน้ำโขง 3. ปลาเสือตออินโดนีเซีย 4. ปลาเสือตอปาปัวนิวกินี 5. ปลากระพงลาย โดยที่สามชนิดหลังไม่พบในไทย

สาเหตุหลักของการสูญพันธ์ุคือการที่บึงบอระเพ็ดเสื่อมโทรมลง ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การถูกจับมากเกินไป” ” บุรฉัตร จันทการนนท์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมุทรปราการ กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดของสายพันธุ์ปลาเสือตอ

(ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดนครสวรรค์)

ข้อเสนอ สองเสือ

หยุดการล่าด้วยการลาดตระเวณเชิงคุณภาพ และเพิ่มพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า คือสองข้อเสนอสำคัญสำหรับการอนุรักษ์เสือโคร่งจากเวทีฯ “แนวทางขับเคลื่อนการอนุรักษ์เสือโคร่งและปลาเสือตอในยุคหลัง COVID-19 DISRUPTION” เมื่อ 7 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมเจ้าพระยาคอนเวชั่นฮอล มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา อ.เมือง นครสวรรค์

“กิจกรรมหลัก ๆ 4 ด้านที่เราทำเพื่อช่วยให้ประชากรของเสือโคร่งเพิ่มขึ้นคือ 1. การสำรวจ วิจัยประชากรเสือโคร่ง 2. ปรับปรุงพื้นที่ แหล่งอาหาร ปล่อยสัตว์กีบสู่ธรรมชาติ 3. สนับสนุนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ 4. ประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึกอนุรักษ์” รุ้งนภา จาก WWF เสนอ

ขณะที่ข้อเสนอสำคัญสำหรับปลาเสือตอคือ การหาทางเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของสายพันธุ์นี้

“ในปัจจุบันปลาเสือตอลายใหญ่ กรมประมงยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ ส่วนปลาเสือตอลายเล็ก กรมประมงและเอกชนเพาะพันธุ์ออกมาได้แล้วแต่ยังไม่มากนัก” บุรฉัตร จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมุทรปราการ กล่าว

เสือโคร่งจากภาพกล้องจับภาพสัตว์ ทีมวิจัยเสือโคร่ง มีนาคม 2565 (ภาพ : กรมออุทยานฯ)

ความท้าทาย

สองความท้าทายของการอนุรักษ์เสือโคร่งคือ การเพิ่มจำนวนเสือโคร่งในธรรมชาติซึ่งยังต้องพึ่งการศึกษาวิจัยอีกมากควบคู่กับการหยุดการล่า อีกความท้าทายคือการขยายผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งให้มาครอบคลุมเป็นผืนเดียวกับป่าแม่วงก์ ซึ่งต้องการการดำเนินการตามขั้นตอนและใช้เวลาและการตัดสินใจทางนโยบายอีกไม่น้อย

“สำหรับทาง WWF คิดว่าโครงการที่เรากำลังทำอยู่เกี่ยวกับการอนุรักษ์เสือโคร่งก็จะยังคงดำเนินการต่อไป รวมไปถึงตอนนี้ทางกรมอุทยานฯ มีแผนที่จะผนวกอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และคลองลานเข้ากับมรดกโลกทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ก็เป็นเป้าหมายอนาคตในการอนุรักษ์ผืนป่าในภาพรวม” รุ้งนภากล่าว

ขณะที่ความท้าทายสำหรับสายพันธุ์ปลาเสือตอ นอกจากเรื่องการจัดการด้านแหล่งที่อยู่อาศัย “คุณภาพน้ำและปัญหาในพื้นที่บึงบอระเพ็ด” แล้ว ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิค “เรื่องสายพันธุ์และเทคนิคการเพาะพันธุ์ที่ได้ประสิทธิผล”

“บึงบอระเพ็ดเคยมีอาณาเขต 250,000 ไร่ เมื่อปี 2473 ต่อมาปี 2480 เหลือ 130,000 เนื่องจากมีการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน การจะเอาปลาเสือตอเข้าไปปล่อยก็เป็นการไม่เกิดประโยชน์

ส่วนสาเหตุที่ไม่มีการพัฒนาเรื่องการเพาะเลี้ยง ดร.วชิระ ได้อธิบายไว้ว่าเป็นเพราะความสับสนในเรื่องของประกาศกระทรวงที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของชื่อวิทยาศาสตร์ ปลาเสือตอที่กำหนดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาเสือตออินโดนีเซียไม่ใช่ปลาเสือตอไทย

ปี 2513-2515 ที่มีการนำปลาเสือตอลายใหญ่มาทำการวิจัยและเพาะเลี้ยงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นปี 2516 ปลาเสือตอลายใหญ่หายไปจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาทำให้ไม่สามารถหาพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้” ดร.วชิระ กว้างขวาง ประมงจังหวัดนครสวรรค์

“การอนุรักษ์ปลาเสือตอโดยธรรมชาติคงไม่ทันแล้ว ณ วันนี้ที่กฎกระทรวงประกาศตรงกับชื่อวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่มีความสับสน 

ปัจจุบันมีผู้ครอบครองปลาเสือตอที่ถูกกฎหมาย 394 ราย ซึ่งผมมองว่าจริง ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 3000 ราย จะทำยังไงให้กว่า 3000 ถูกกฎหมาย เพราะถ้ามีผู้ขั้นทะเบียนอย่างถูกต้องเราจะมีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นตัวอย่างกว่า 3000 ตัวอย่าง เราอาจจะหาได้ว่าตัวอย่างไหนมีความใกล้เคียงกับสายพันธุ์ไทยมากที่สุด” ดร.วชิระ จากประมงจังหวัดนครสวรรค์ กล่าว

“ปลาเสือตอลายใหญ่มีลักษณะคล้าย ๆ กับปลาเสือตออินโดนีเซีย แต่ถือว่าเป็นคนละชนิดกัน (หากจะหาความเป็นไปได้ที่จะมีพ่อแม่พันธุ์ปลาเสือตอใหญ่ไทยมาเพาะเลี้ยง) พบว่ามีปลาเสือตอที่มาจากทะเลสาบเขมรมีความคล้ายกับปลาเสือตอใหญ่ไทย แต่สันนิษฐานว่าจะเป็นคนละสายพันธุ์กัน

แนวทางในการอนุรักษ์ปลาเสือตอของกรมประมงคือ ขั้นแรกทำการวิจัย หาวิธีเพาะพันธุ์ให้ได้โดยขอความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังจากเพาะพันธุ์สำเร็จค่อยปล่อยลงพื้นที่ที่ประกาศเป็นแหล่งอนุรักษ์ 

คาดว่ามีชนิดที่ใกล้เคียงกับปลาเสือตอลายใหญ่ของไทยในเขมร ถ้าฟื้นฟูเราคงต้องขอพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์มา โดยวิทยาการของกรมประมงอาจจะประสบความสำเร็จในการเพาะ หลังจากที่ได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์แล้วต้องนำมาเลี้ยงในมีความสมบูรณ์ในไข่และน้ำเชื้อ หาวิธีเพาะและการอนุบาล สุดท้ายหาพื้นที่อนุรักษ์ที่ห้ามให้มีการจับปลาเลย” บุรฉัตร จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมุทรปราการ กล่าว

ปลาเสือตอลายใหญ่ ณ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด 2556 (ภาพ : SnapBass OutdoorLife)