ผลผู้แทนไทยร่วม 3 ประชุมสากล “สารเคมี-ของเสียอันตราย” 3 อนุสัญญาฯ

เผยผลการเข้าร่วม 3 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายภายใต้ 3 อนุสัญญา ณ สมาพันธรัฐสวิส ของคณะผู้แทนประเทศไทย

3 การประชุมดังกล่าวคือ การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 15 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 10 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 10 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-17 มิถุนายน 2565 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส 

จากการรายงานของ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ที่เข้าร่วมการเจรจาพร้อมประธานอนุกรรมการ 3 อนุสัญญาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการฯ ผู้แทนกระทรวงกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(ภาพ : PCD)

“เพิ่มรายการ E-waste ที่ต้องขออนุญาติก่อนข้ามแดน”

ผลประชุมรัฐภาคีฯ อนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 15

“ที่ประชุมรัฐภาคีฯ อนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 15 มีมติข้อตัดสินใจสำคัญ คือ การเพิ่มรายการของเสียประเภทซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีส่วนประกอบของสารอันตรายสูง เป็นของเสียที่ต้องได้รับอนุญาตจากประเทศต้นทางและปลายทางก่อนการเคลื่อนย้ายข้ามแดน 

การรับรองหลักเกณฑ์ด้านเทคนิคเรื่องการเผาของเสียอันตรายในเตาเผาอุตสาหกรรม การกำจัดด้วยระบบฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาล การจัดการของเสียปรอท และของเสีย POPs (สารมลพิษตกค้างยาวนาน) และการปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านเทคนิคสำหรับการจัดการยางรถยนต์ใช้แล้ว แบตเตอรี่ตะกั่วกรด และของเสียพลาสติก เพื่อให้รัฐภาคีใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการจัดการของเสียชนิดนั้น ๆ” อรรถพล กล่าว 

(ภาพ : PCD)

“เลื่อนพิจารณา เพิ่มรายการสารเคมีที่ต้องแจ้งล่วงหน้า”

ผลอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 10

“ในส่วนของการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 10 ได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย (ดร. พาลาภ สิงหเสนี) เป็นกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาทบทวนสารเคมี มีการเลื่อนวาระการพิจารณาเพิ่มรายการสารเคมีในภาคผนวก 3 ซึ่งประเทศผู้ส่งออกต้องแจ้งให้ประเทศปลายทางทราบล่วงหน้า 

และเลื่อนการพิจารณาวาระข้อเสนอของประเทศกลุ่มแอฟริกาที่ขอสนับสนุนด้านการเงินเป็นพิเศษไปในการประชุมรัฐภาคีครั้งต่อไป“ อรรถพลกล่าว

(ภาพ : PCD)

“เพิ่ม PFHxS ในภาคผนวก เอ”

ผลประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มสมัยที่ 10

“สำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มสมัยที่ 10 ได้บรรจุสารเปอร์ฟลูออโรเฮกเซนซัลโฟนิก (PFHxS) เพิ่มเติมในภาคผนวก เอ โดยไม่มีข้อยกเว้นพิเศษ ซึ่งภาคีสมาชิกต้องเลิกใช้และกำจัดให้หมดไป รวมถึงประเทศไทย

คณะผู้แทนไทยได้แสดงจุดยืนของประเทศและให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 อนุสัญญา ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายและการดำเนินการที่สำคัญของรัฐบาล อาทิ การห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ การจำกัดการนำเข้าเศษพลาสติกเพื่อสนับสนุนการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศ 

การพิจารณาลดการใช้สารที่มีความอันตรายสูง สารที่มีฤทธิ์ตกค้างยาวนาน และสารทำลายชั้นบรรยากาศ สำหรับการประชุมรัฐภาคีของ 3 อนุสัญญา ครั้งถัดไป มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 ณ เครือรัฐบาฮามาส” หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเปิดเผย