“ไม่มีถ่านหินใน 3 ทางเลือกแรก” เครือข่ายเผย SEA ยุทธศาสตร์พลังงานภาคใต้

“ผลการใช้ข้อเท็จจริงในการกำหนดยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าปรากฎผลว่า ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้นั้นไม่มีถ่านหินอยู่ในทางเลือกสามลำดับแรก นั่นหมายความว่าถ่านหินไม่ถูกเลือกให้เป็นพลังงานไฟฟ้าของภาคใต้” เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเปิดเผย

“ความสำเร็จ” เครือข่ายฯ ประกาศ ขณะกรีนพีซยังไม่ฟันธงชัดเจน

(ภาพ : เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน)

เครือข่ายกระบี่ประกาศ “ความสำเร็จ-กระบี่ไม่มีถ่านหิน”

“จากกิจกรรมการนอนตายหน้ากระทรวงท่องเที่ยวเพื่อประท้วงรัฐบาลภายใต้คำขวัญ ‘การท่องเที่ยวตายแล้ว’ เป็นการเปิดฉากการต่อสู้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ศูนย์กลางอำนาจ ต่อจากนั้นมีการอดอาหารประท้วงรัฐบาล 14 วัน เพื่อให้รัฐบาลยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน การยึดประตูทำเนียบรัฐบาลจนนำไปสู่การโดนจับกุมไปขังในค่ายทหาร การอดอาหารประท้วงของพี่น้องกระบี่ร่วมกับพี่น้องเทพาหน้าสำนักงานสหประชาชาติ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดทำการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยพลังงานไฟฟ้าภาคใต้

การเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยพลังงานไฟฟ้าภาคใต้เป็นข้อเสนออันสง่างามของพวกเรา เพราะเป็นการบอกรัฐบาลและสาธารณะว่าหากต้องการยุติความขัดแย้ง ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริง โดยต้องมีกระบวนการนำความจริงมาไว้บนโต๊ะและกำหนดกลไกด้านพลังงานไฟฟ้าจากข้อเท็จจริงเหล่านั้น 

ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลและต่อจากนั้นได้มีกลไกการจัดทำรายงานประเมินเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยพลังงานไฟฟ้าภาคใต้ จนกระทั่งถึงวันนี้ 

ผลการใช้ข้อเท็จจริงในการกำหนดยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าปรากฎผลว่า ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้นั้นไม่มีถ่านหินอยู่ในทางเลือกสามลำดับแรก 

นั่นหมายความว่าถ่านหินไม่ถูกเลือกให้เป็นพลังงานไฟฟ้าของภาคใต้ ผลการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้มิได้ส่งผลต่อพี่น้องกระบี่เท่านั้น แต่ส่งผลทั้งหมดต่อพี่น้องภาคใต้ทุกจังหวัด

วันนี้กระบี่ไม่มีถ่านหิน” ส่วนหนึ่งของคำประกาศ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เมื่อ 28 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

(ภาพ : krabigogreen)

เตรียมมุ่งทิศ กระบี่สีเขียว

“จากการปกป้องภัยคุกคามจนสำเร็จวันนี้เราจะเดินหน้าต่อในการพัฒนาจังหวัดกระบี่ให้เป็นเมืองของคนทั้งโลก เราจะก้าวสู่ยุทธศาสตร์ krabi go green อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยวสีเขียว  อาหารปลอดภัย และสิ่งอื่นที่นำสู่ การ กระจาย เป็นธรรม เติบโต ยั่งยืน  เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือนและเป็นเมืองที่เป็นคำตอบของโลกด้านความยั่งยืน

พี่น้องกระบี่ขอขอบคุณจากหัวใจในเพื่อนมิตรทั้งหลายที่ได้ร่วมกันปกป้องกระบี่จากถ่านหิน ทั้งเพื่อนในภาคใต้ เพื่อนในกรุงเทพ เพื่อนต่างภาค รวมทั้งชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก 

วันนี้เป็นความสำเร็จร่วมกัน ไม่เพียงปกป้องกระบี่จากถ่านหิน แต่เป็นการเปิดพื้นที่ทางนโยบายให้ประชาชนเข้าไปเป็นผู้ร่วมกำหนด ซึ่งนับเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญของความเป็นพลเมือง

เราจะเขียนประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ไปด้วยกันด้วยความต่อเนื่อง เพื่อสร้างเมืองที่ดีให้กับโลกอีกหนึงเมือง นั่นคือ krabi go green” คำประกาศเครือข่ายฯ อีกส่วนระบุ

ดูคำประกาศฉบับเต็ม 

(ภาพ : กฟผ.)

กรีนพีซยังไม่ฟันธงชัดเจน

“หลังจากกระทรวงพลังงานลงนามยุติการศึกษา EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ – เทพา และเริ่มใช้กระบวนการการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ จ.กระบี่ และ อ.เทพา จ.สงขลามีความเหมาะสมหรือไม่ในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ล่าสุด เพจเฟสบุ๊คเครือข่ายหยุดถ่านหินกระบี่ระบุว่า จากการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) ที่ศึกษาโดยมหาวิทยาลัยนิด้า และกระทรวงพลังงานเป็นผู้จัดทำรายงานมีผลการศึกษาออกมาแล้วว่า “กระบี่รอดพ้นจากโครงการถ่านหิน 100 %”  (อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากพลังงานหมุนเวียน โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซฟอสซิลยังคงถูกเสนอให้เป็นทางเลือกของความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้)

ในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ทางเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จึงถือโอกาสประกาศชัยชนะต่อสาธารณะว่า ด้วยพลังประชาชนทำให้วันนี้ กระบี่และอันดามันปลอดภัยจากถ่านหินแล้ว และกำลังจะมุ่งหน้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านกิจกรรมที่ชื่อว่า “วันที่กระบี่ไม่มีถ่านหิน” โดยมีตัวแทนจากเครือข่าย นักวิชาการ นักรณรงค์ ร่วมพูดคุยถึงศักยภาพของกระบี่และอันดามันต่อการเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน” กรีนพีซประเทศไทย เผยแพร่บทความเรื่องนี้ โดยอ้างเพียงคำประกาศของเครือข่ายฯ แต่ไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนถึงท่าทีขององค์กรฯ ว่าจะเรียกสถานการณ์นี้ว่าความสำเร็จหรือไม่

ดูรายงาการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) พลังงานภาคใต้ฉบับเต็ม

(ภาพ : กระทรวงพลังงาน)