ไฟเขียว “โพแทช อุดร” 3.6 หมื่นล้าน-แก้ปุ๋ยขาด กลุ่มสวล.อุดรเตรียมยื่นค้าน

ที่ประชุมครม. 28 มิ.ย. “เห็นชอบ” โครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี เตรียมเร่งออกประทานบัตรให้เริ่มดำเนินการเร็วสุดใน 6 เดือน คาดช่วยแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลน

รมว.อุตสาหกรรมเผย “เตรียมออกประทานบัตร” ขณะรองโฆษกสำนักนายกฯ แถลง “ศึกษาแล้ว ทั้ง EIA – SEA -“จัดเวทีรับฟังแล้ว – คนค้านแค่ร้อยเดียว – เตรียมให้บริษัทจ่ายค่าชดเชย 1,200 ล้าน” 

ด้านกลุ่มสิ่งแวดล้อมอุดรเตรียมยื่นคัดค้าน ยันกระบวนการที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนผู้ลงทุน ไม่สามารถตอบเรื่องผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรให้เป็นรูปธรรม ให้รอผลยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

.
(ภาพ : APPC)

“เตรียมออกประทานบัตร” รมว.อุตสาหกรรม

“ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ โครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ โดยขั้นตอนจากนี้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะไปเร่งออกประทานบัตรต่อไป โดยโครงการนี้ เชื่อว่า จะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยให้กับเกษตรกร

ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และส่วนราชการตามกฎหมายแล้ว รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ซึ่งก็พบว่าเป็นไปตามข้อกำหนด จึงได้เสนอเข้ามาในครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

หลังผ่านการเห็นชอบจากครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะไปเร่งออกประทานบัตร ซึ่งภาคเอกชนก็อยากทำไห้เร็ว คาดว่า อย่างเร็วที่สุดภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปีก็คงเริ่มต้นดำเนินการได้ ซึ่งเหมืองแร่แห่งนี้มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 2 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี นั้น ถือเป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ โดยเหมืองดังกล่าว มีแผนการผลิต 2 ล้านตันต่อปี โดยประเมินว่า จะมีปริมาณการผลิตตลอดอายุโครงการ 25 ปี อยู่ที่ 33.67 ล้านตัน 

เบื้องต้นมีมูลค่าการลงทุนของโครงการประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมา บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ยื่นขอประทานบัตรไปแล้ว” ” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย

(ภาพ : INNNEWS)

“ศึกษาแล้ว ทั้ง EIA และ SEA” โฆษกสำนักนายกฯ แถลง

“ครม.ได้รับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หลังได้รับสิทธิสำรวจแร่โพแทชในจังหวัดอุดรธานี เพื่อดำเนินการขอประทานบัตรจากกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป สำหรับการดำเนินงานของบริษัท เอเชีย แปซิฟิคฯ ที่ผ่านมาประกอบด้วย

1.รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เช่น การควบคุมวิธีการทำเหมืองให้มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ให้เกิดการทรุดตัวที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างที่อยู่อาศัยบนผิวดิน และมาตรการการจัดการกองเกลือ ฝุ่นเกลือ และน้ำเค็มของโครงการ

2.การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ทางตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง  63% เลือกที่จะให้มีการพัฒนาโครงการทำเหมืองบางพื้นที่อย่างมีเงื่อนไข กล่าวคือ มีมาตรการเพื่อลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน มีการจัดสรรค่าภาคหลวงแร่มาใช้พัฒนาชุมชนอย่างเหมาะสม และผู้ได้รับผลกระทบจะต้องได้รับค่าชดเชยที่เหมาะสม” รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง

(ภาพ : APPC)

“จัดเวทีรับฟังแล้ว – คนค้านแค่ร้อยเดียว

เตรียมให้บริษัทจ่ายค่าชดเชย 1,200 ล้าน” 

“3.การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 

โดยล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.2559 จัดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 2,000 คน มีผู้ไม่เห็นด้วยประมาณ 100 คน แต่ไม่ได้เป็นการลงมติ จึงไม่มีผลต่อการพิจารณาดำเนินโครงการ 

และในปี 2562 คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทนได้พิจารณากำหนดกรอบวงเงินค่าทดแทนกรณีมีการทำเหมืองใต้ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเอเชีย แปซิฟิคฯ เป็นผู้รับผิดชอบ” รองโฆษกฯ กล่าว

(ภาพ : APPC)

“จะลดการนำเข้าปุ๋ย” เหตุผลครม.รับหลักการ

“สำหรับ พื้นที่เหมืองแร่โพแทช ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิคฯ  ที่ได้สำรวจแล้วมีจำนวน 4 แปลง อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่เหมืองใต้ดินประมาณ 26,446 ไร่ และพื้นที่บนดินประมาณ 1,681 ไร่ 

หากเหมืองแร่โพแทชเปิดดำเนินการได้ คาดการณ์ว่าจะสามารถสกัดโพแทชเซียมคลอไรด์ได้ประมาณ 2 ล้านตันต่อปี จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าแร่โพแทชเพื่อใช้ผลิตปุ๋ยจากต่างประเทศได้ 

ปัจจุบันไทยนำเข้าแร่โพแทชประมาณปีละ 800,000 ตัน มีมูลค่านำเข้าสูงถึง 7,600-10,000 ล้านบาท 

ทั้งนี้ มีอีก 2 บริษัทที่ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแล้ว คือ บริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) จังหวัดชัยภูมิ และบริษัท ไทยคาลิ จำกัด จังหวัดนครราชสีมา แต่ยังไม่ได้เปิดการทำเหมือง” รองโฆษกฯ แถลง

(ภาพ : TheIsaanRecord)

กลุ่มสิ่งแวดล้อมอุดรเตรียมยื่นคัดค้าน

รายงานข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้เตรียมเดินหน้ายื่นหนังสือร้องคัดค้านพร้อมด้วยสำเนารายชื่อผู้คัดค้านโครงการเหมืองแร่โพแทช 2,586 ราย ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

“20 มิ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มฯ ได้ยื่นหนังสือร้องคัดค้านการออกประทานบัตรเหมืองแร่โพแทชของ บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่นจำกัด จังหวัดอุดรธานี ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี โดยมีเจษฎา ปานะถึก ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้รับเรื่องแทน เนื่องจากมีความกังวลว่า รัฐบาลมีนโยบายจะผลักดันโครงการเหมืองโพแทชอุดรธานีอีกครั้ง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพง

โดยกลุ่มได้ระบุถึงความจำเป็นที่ต้องออกมายืนหนังสือคัดค้านครั้งนี้ เพราะกระบวนการที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนผู้ลงทุน ไม่สามารถตอบเรื่องผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรให้เป็นรูปธรรม และกระบวนการการมีส่วนร่วมไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ได้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 กลุ่มอนุรักษ์จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด” รายงานข่าวระบุ