สร้างป่าสไตล์เกาหลีใต้ ตอนที่ 3

GreenJust : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

(ภาพ : forest.go.kr)

1.

เครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการดำเนินงานของรัฐบาลคือกฎหมาย ดังนั้น การสร้างป่าและบริหารจัดการป่า จำเป็นจะต้องมีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ตั้งอยู่บนเจตนารมณ์ที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งเนื้อหาของกฎหมายจะต้องกำหนดแนวทางหรือวิธีการอย่างชัดเจนและมีความเป็นธรรม ทั้งในด้านการให้อำนาจและการกำหนดหน้าที่แก่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็จะต้องคุ้มครองหรือมอบสิทธิให้แก่ประชาชนด้วย  

สำหรับตอนนี้ ผมจะทำการสำรวจระบบกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ของเกาหลีใต้ ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างและบริหารจัดการป่าไม้ของประเทศเกาหลี ซึ่งมีกฎหมายครอบคลุมตั้งแต่การปลูก การดูแลแลรักษา การใช้ประโยชน์ การสนับสนุนกิจการค้าขายไม้และของป่า รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีความยั่งยืน จนทำให้สังคมโลกยอมรับว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้างป่าและบริหารจัดการป่ามากที่สุดในโลก

(ภาพ : forest.go.kr)

2.

หลังผ่านสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ (1950 – 1953) ประธานาธิปดี ปาร์ค ชุง ฮี เห็นว่าเกาหลีใต้มีความบอบช้ำหลายด้าน ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรม ปัญหาภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ภัยแล้ง การกัดเซาะหน้าดินอย่างรุนแรงที่นำไปสู่ปัญหาดินถล่ม และไม้ฟืนเชื้อเพลิงที่ขาดแคลนอย่างหนัก ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า เขาจึงตัดสินใจว่าต้องเริ่มฟื้นฟูป่าไม้เร่งด่วน ด้วยความมุ่งมั่นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเพื่อลูกหลานในอนาคต

สาเหตุที่ประธานาธิบดีปาร์ค จุง ฮี ให้ความสนสนใจการฟื้นฟูป่าไม้อย่างมาก เพราะเขามองว่า ทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นต่อคนรุ่นถัดไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพที่ดีของคน คุณภาพชีวิตของสัตว์ ความหลากหลายของระบบนิเวศ และช่วยลดความรุนแรงของภัยพิบัติด้านต่างๆ ที่สำคัญคือ เชื่อว่าการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นป่าจะทำให้ชาวบ้านได้ประกอบอาชีพจากป่าเหล่านั้น และจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งทำให้สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ อันจะเป็นพื้นฐานทำให้ประเทศก้าวข้ามความยากจนได้

นอกจากนี้ แนวคิดในการจัดการป่าของเกาหลีใต้ ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า จะประสบความสำเร็จในการสร้างป่าได้ จำเป็นต้องมีระบบกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ให้การบริหารจัดการป่ามีความยั่งยืน ทั้งยังจะเป็นหลักประกันให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างป่าเพื่อความสมดุลระหว่างสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

(ภาพ : forest.go.kr)

3.

จากตารางข้างบนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกแบบและพัฒนาระบบกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับป่าไม้ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้ป่าให้เป็นประโยชน์ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

อีกทั้งเมื่อระบบการบริหารจัดการเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 1994 มีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายใหม่ ซึ่งนำมาสู่แนวคิด “การจัดการป่าอย่างยั่งยืน” เพื่อรองรับแผนป่าไม้แห่งชาติ ที่สำคัญคือในปี 2001 มีการบัญญัติกฎหมายแผนงานด้านป่าไม้ ซึ่งมีแนวคิดพื้นฐานว่า การอนุรักษ์ผืนดินและทรัพยากรจากป่า อันเป็นทรัพยากรที่มีจำเป็นต่อการพัฒนา และเป็นปัจจัยในการดำรงอยู่ของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากป่า นอกจากนี้กฎหมายฉบับนี้ก็ยังกำหนดให้รัฐบาลจะต้องทบทวนแผนป่าไม้แห่งชาติทุกๆ 10 ปี เช่น แผนฉบับที่ 4 (1998 – 2007) วางแนวคิดคือ พัฒนาหลักเกณฑ์และเป้าหมายในการจัดการป่าอย่างยั่งยืนของประเทศ และการบังคับใช้กฎหมาย สำหรับแผนฉบับที่ 5 (2008 – 2017) กำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศชาติเอาไว้ว่า “สวัสดิการสีเขียวอย่างยั่งยืน” (Sustainable Green Welfare) 

การประกันความเป็นเจ้าของป่าให้แก่ประชาชน เป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญที่ทำให้ประชาชนมีแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการสร้างป่าของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้ออกกฎหมายเพื่อสร้างความชัดเจนและประกันสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินที่นำไปเข้าโครงการปลูกสร้างป่า สิทธิในการใช้ป่า และสิทธิในทรัพย์สิน กล่าวคือ

1) สิทธิและความเป็นเจ้าของที่ดินทุกประเภทของเกาหลีใต้ ถูกบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ 

2) มีกฎหมายสำหรับเป็นมาตรการเฉพาะ คือ กฎหมายแพ่งและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาข้อพิพาทและการจดทะเบียนเปลี่ยนมือ 

3) พ.ร.บ. ส่งเสริมและจัดการทรัพยากรป่าไม้ บัญญัติจำแนกประเภทของป่าตามความเป็นเจ้าของ คือ ป่าของรัฐบาล ซึ่งมีประเทศเป็นเจ้าของ, ป่าสาธารณะ เป็นเจ้าของโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น, และป่าของเอกชน ครอบครองเป็นเจ้าของโดยบุคคล โดยรัฐบาลเห็นว่าการปกป้องทรัพย์สิน, สิทธิในการใช้ประโยชน์ และการแก้ไขปัญหาความข้อพิพาท เป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงในการจัดการป่าไม้ เนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่ในป่าจะทำหน้าที่จัดการป่าอย่างยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อสิทธิในการเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์จากป่าได้รับการรับรองเท่านั้น

ด้วยผลของกฎหมายที่รับรองสิทธิของเอกชนในการเป็นเจ้าของป่า ทำให้ในปี 2012 รัฐบาลเป็นเจ้าของป่าเท่ากับ  24.2% ท้องถิ่นเป็นเจ้าของ 7.7% และเอกชนเป็นเจ้าของป่าในสัดส่วนมากที่สุด คือ 68.1%

(ภาพ : forest.go.kr)

4.

ระบบกฎหมายยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ในสังคม กรณีป่าไม้และฐานทรัพยากร ระบบกฎหมายก็คือเครื่องมือคุ้มครองและจัดสรรผลประโยชน์ในทรัพยากรป่าไม้ให้แก่กลุ่มและภาคส่วนต่างๆ ในสังคม โดยเนื้อหาของกฎหมายนั้นจะบ่งบอกได้ว่า รัฐกำลังคุ้มครองผลประโยชน์ของใคร เช่น ข้าราชการ นายทุน หรือประชาชน นอกจากนี้ยังสามารถบ่งบอกแนวคิดเบื้องหลังกฎหมาย คือ เป็นกฎหมายแบบอำนาจนิยมหรือเสรีนิยม มีความก้าวหน้าหรือล้าหลัง 

ผมคิดว่าระบบกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ของเกาหลีใต้มีความน่าสนใจหลายประการ กล่าวคือ 

ประการแรก มีแนวความคิดพื้นฐานที่เชื่อว่าการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นป่า จะทำให้ชาวบ้านได้ประกอบอาชีพจากป่าเหล่านั้น และจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อันจะเป็นพื้นฐานทำให้ประเทศก้าวข้ามความยากจนได้ โดยไม่มุ่งอนุรักษ์แบบปลอดคน 

ประการที่สอง เนื้อหาของกฎหมายมีความก้าวหน้าและมีความเป็นธรรม สามารถรองรับกับความเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ ตัวกฎหมายไม่เป็นปฏิปักษ์กับประชาชนในท้องถิ่น 

ประการที่สาม เป็นเครื่องประกันความเป็นเจ้าของป่าให้แก่ประชาชน พร้อมๆ กับส่งเสริมและสนับสนุนให้รัฐบาลและประชาชนสร้างรายได้จากป่า อันเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนนำที่ดินของตนเองไปเข้าร่วมโครงการสร้างป่าของรัฐบาล  

ประการที่สี่ มีการจัดทำแผนการบริหารจัดการป่าระยะยาวอย่างชัดเจนและทันสมัย ทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายบริหารจัดการป่าได้อย่างมีเอกภาพ สำหรับเจ้าของป่าสามารถออกแบบและพัฒนาการจัดการและใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ