“สูงกว่าค่าแนะนำ WHO 4 เท่า” PM2.5 ไทย 2564 เฉลี่ย-รายจังหวัด กรีนพีซเผย

“เป็นสาเหตุสำคัญทำให้คนไทย 31 จังหวัดรวม 29,000 คนเสี่ยง ตายก่อนวัยอันควร” ผลวิเคราะห์ข้อมูล IQAir กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุภาพรวมสถานการณ์มลพิษอากาศของไทยในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมคาดการณ์ผลกระทบ หากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างมีนัยสำคัญ

“รัฐต้องเร่งปลดระวางถ่านหิน-ฟอสซิล เพิ่มสัดส่วนพลังงงานสะอาดโดยเร็วที่สุด” กรีนพีซเสนอ พร้อมแถลงเปิดตัว “รายงานภาระชีวิตจากมลพิษทางอากาศของประเทศไทยปี 2564

(ภาพ : กรีนพีซ)

ยังสูงกว่าระดับแนะนำ WHO 4 เท่า 

บางจังหวัด 6 เท่า-กรุงเทพฯ เกินทุกเดือน

“จากการวิเคราะห์ข้อมูล IQAir ของ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM2.5 ประจำปี 2564 รายจังหวัดของประเทศไทย อยู่ในระดับสูงเกินค่าแนะนำคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลกถึง 4 เท่า โดยหากความเข้มข้นของค่า PM2.5 ในประเทศไทยเป็นไปตามค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO จำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษ PM2.5 จะมีแนวโน้มลดลงถึงร้อยละ 77

รายงานระบุว่า ปี 2564 ความเข้มข้นของค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ทุกเดือน โดยเฉลี่ยสูงกว่าค่าแนะนำคุณภาพอากาศเฉลี่ยรายปีของ WHO และสูงจากค่าเฉลี่ยรายปีของค่าแนะนำของ WHO ถึง 9 เท่าในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดในรอบปี 

นอกจากนี้ รายงานยังพบอีกว่า มลพิษทางอากาศอาจมีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 4,400 คนในเขตเมืองเมื่อปีที่ผ่านมา และอาจทำให้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สูงขึ้นร้อยละ 13  เมื่อเทียบกับการที่พื้นที่ดังกล่าวมีอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์

ขณะเดียวกัน จากทุกจังหวัดที่ทำการศึกษา พบว่าระดับมลพิษทางอากาศมีมากที่สุดอยู่ในจังหวัดแพร่ ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย โดยค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ต่อปีในจังหวัดดังกล่าวเกินเกณฑ์ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของประเทศไทย และเกินเกณฑ์ค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลกมากกว่า 6 เท่า อีกทั้งบางจังหวัดในประเทศไทยยังไม่มีสถานีวัดคุณภาพอากาศเพียงพอที่จะรวมเข้าไปอยู่ในการศึกษาวิจัยนี้ได้

ทั้งนี้ มลพิษทางอากาศยังถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็นเกือบร้อยละ 50ของการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 ตลอดทั้งปี โดยในช่วงเวลา 3 เดือนนี้ สภาพอากาศ ไฟป่า และการเผาในพื้นที่การเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ทำให้มลพิษทางอากาศรุนแรงขึ้น นอกเหนือจากการปล่อยมลพิษทางอากาศจากการจราจรบนท้องถนน อุตสาหกรรม และกิจกรรมการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ” อัลลิยา เหมือนอบ ผู้ประสานงานรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน กรีนพีซ ประเทศไทย แถลงวันนี้ (2 มิ.ย. 2565)

จากการวิเคราะห์ข้อมูล IQAir ของ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ในปี 2564 ฝุ่น PM2.5 เป็นตัวการที่อาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในประเทศไทยราว 29,000 ราย อีกทั้งรายงานยังพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศต่อประชากรในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีจำนวนมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน การใช้ยาเสพติด และการฆาตกรรมรวมกัน

“ในปี 2564 มลพิษทางอากาศอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันดับต้น ๆ ในประเทศไทยและความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ต่อปีนั้น สูงกว่าค่าแนะนำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้อย่างมาก ความมุ่งมั่นและเจตจำนงที่จะทำตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาลคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้อากาศสะอาด รวมถึงยุทธศาสตร์และมาตรการการปฎิบัติตามค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO ภายใต้กรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจน” อัลลิยา เหมือนอบ ผู้ประสานงานรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าว

(ภาพ : กรีนพีซ)

ทำ 29,000 คนไทยใน 31 จังหวัดเสี่ยง “ตายก่อนวัยอันควร”

“ผลวิเคราะห์พบว่า ในปี 2564 ฝุ่น PM2.5 เป็นตัวการที่อาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในประเทศไทยราว 29,000 ราย อีกทั้งรายงานยังพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศต่อประชากรในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีจำนวนมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน การใช้ยาเสพติด และการฆาตกรรมรวมกัน

ในปี 2564 มลพิษทางอากาศอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันดับต้น ๆ ในประเทศไทยและความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ต่อปีนั้นสูงกว่าค่าแนะนำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้อย่างมาก ความมุ่งมั่นและเจตจำนงที่จะทำตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาลคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้อากาศสะอาด รวมถึงยุทธศาสตร์และมาตรการการปฎิบัติตามค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO ภายใต้กรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจน

รายละเอียดของระเบียบวิธีวิจัยซึ่งใช้ในการประเมินจำนวนการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่มีสาเหตุเกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 สั่งสมเป็นเวลานานสามารถดูได้ <ที่นี่> การประเมินดำเนินการโดยใช้การวัดคุณภาพอากาศระดับภาคพื้นดินในปี 2564 ร่วมกับตัวเลขสถิติประชากรในแต่ละพื้นที่กับข้อมูลด้านสาธารณสุขทั่วประเทศของไทย จากนั้น ก็นำแบบจำลองความเสี่ยงทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับข้อมูลเหล่านี้เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในเชิงปริมาณจากการสัมผัสฝุ่นพิษ PM2.5 ในแต่ละสถานที่ต่อไป” อัลลิยา กล่าว

(ภาพ : กรีนพีซ)

จี้รัฐบาล “ปลดระวางเชื้อเพลิงฟอสซิล”

“เราต้องการให้รัฐบาลปลดระวางการใช้ถ่านหินและเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น ๆ แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ยั่งยืนและเป็นธรรม และจัดการแก้ไขหมอกควันพิษข้ามแดน รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มลพิษทางอากาศเป็นฆาตกรเงียบ และเราไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป” ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการ กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าว

(ภาพ : กรีนพีซ)

เปิดตัว “รายงานภาระชีวิตจากมลพิษทางอากาศของประเทศไทยปี 2564”

“รายงานฉบับนี้มีเนื้อหาประเด็นหลัก ดังนี้

1.ในปี 2564 คุณภาพอากาศของไทยเป็นอย่างไร?

ในปี 2564 ความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 เฉลี่ยรายปีที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดตามรายงานนี้ มีค่าระหว่าง 12.7 ถึง 31.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยต่อปีของ PM2.5 ที่ถ่วงน้ำหนักตามจำนวนประชากรทั้งหมด หรือคือปริมาณการได้รับสัมผัสเฉลี่ยต่อประชากรจะอยู่ที่ 21.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่าความเข้มข้นตามค่าแนะนำคุณภาพอากาศโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงสี่เท่า

2. มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร?

ในปี 2564 ประเมินว่าผลกระทบจากการสัมผัสกับ PM2.5 ในระยะยาวเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรถึง 29,000 คน โดยประเมินเฉพาะจังหวัดในงานวิจัยนี้

หากความเข้มข้นของ PM2.5 ในพื้นที่เหล่านี้เป็นไปตามค่าแนะนำของ WHO จำนวนผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากมลพิษ PM2.5 จะลดลงถึงร้อยละ 77หรือสามารถรักษาชีวิตได้มากถึง 22,000 คนในแต่ละปี

3. การเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศมากน้อยอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับสาเหตุอื่น?

คาดว่ามีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 29,000 คนในปี 2564 อันเนื่องมาจากมลพิษ PM2.5 ในจังหวัดต่าง ๆ ตามรายงานฉบับนี้ ซึ่งเมื่อคิดต่อจำนวนประชากรแล้ว อัตราการเสียชีวิตจาก PM2.5 สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน การใช้ยาเสพติด และการฆาตกรรมในประเทศไทยรวมกัน

4. มลพิษทางอากาศเลวร้ายที่สุดในช่วงเวลาใดของปี?

การรับสัมผัส PM2.5 ในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม คิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของการรับสัมผัส PM2.5 ทั้งหมดของประชาชนในปี 2564 ในช่วงเวลาสามเดือนนี้สภาพอากาศที่ปิดและความชุกจากการเผาในภาคเกษตรได้ซ้ำเติมปัญหาคุณภาพอากาศที่เกิดจากการปลดปล่อย PM2.5 จากการจราจรบนท้องถนน อุตสาหกรรม และการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น ๆ อันเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

5. เราจะแก้ปัญหาคุณภาพอากาศในประเทศไทยได้อย่างไร?

รัฐบาลไทยต้องให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามค่าแนะนำคุณภาพอากาศฉบับใหม่ของ WHO โดยมียุทธศาสตร์และแผนการดำเนินการที่ระบุเวลาชัดเจน เช่น การควบคุมและกำจัดแหล่งกำเนิด PM2.5 ด้วยการเลิกใช้ถ่านหินและเชื้อเพลิงฟอสซิล และเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามดินแดน นำการออกแบบเมืองยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปธรรม และกำหนดมาตรฐาน PM2.5 ของประเทศให้เป็นไปตามแนวทางของ WHO เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน

สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.greenpeace.org/thailand/publication/23793/climate-airpollution-cost-estimate-report/” กรีนพีซ ระบุ