“ผันน้ำยวม” วิวาทะร้อนข้ามกำแพงห้องประชุมอภิปรายงบ สภาฯ วันนี้

“เมกะโปรเจกต์ 1.7 แสนล้านบาท ผันน้ำยวม” กลายเป็นวิวาทะร้อนระหว่างใน-นอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วันนี้ (31 พ.ค. 2565) ระหว่าง “สส.วีระกร-ชาวบ้านลุ่มน้ำยวม” ในประเด็นว่าด้วย “ข้อมูลโครงการ”

ขณะที่ “วีระกร คำประกอบ” ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายผลักดันโครงการผันน้ำยวม “เมกะโปรเจกต์ 1.7 แสนล้านบาท” ของรัฐบาลด้วยข้อมูลชุดหนึ่ง “น้ำในอ่างภูมิพลน้อยเพราะฝายแม้ว-เอ็นจีโอสิ่งแวดล้อมเถียงสู้เหตุผลไม่ได้เลยหันไปอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน-ชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่ไม่ได้ค้าน-ดึงน้ำจากสาละวินมาเติมไม่มีปัญหา”

เครือข่ายกะเหรี่ยง-คนลุ่มยวมในพื้นที่-ที่จะได้รับผลกระทบ ตอบโต้ “ไม่จริง-เอาข้อมูลมาจากไหน-ไม่เคยเห็นหัววีระกรในพื้นที่”

(ภาพ : ข่าวสด)

สส.วีระกรอภิปรายในสภา “ดันผันน้ำยวม”

“กรณีของกรมชลประทาน สิ่งที่ยังขาดคือเรื่องน้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพล เนื่องจากแม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำน้อยลงทุกวัน เพราะมีฝายแม้ว ประตูน้ำเก็บน้ำไว้มากมาย ดังนั้นน้ำจึงไหลลงแม่น้ำปิงน้อย โดยในช่วง 10 ปีทีผ่านมาปริมาณน้ำจึงมีเพียง 40% ของอ่างเก็บน้ำภูมิพลเท่านั้น ซึ่งเก็บได้ 13,500 ล้าน ลบ.ม. ยังขาดอีก 8,000 กว่าล้าน ลบ.ม.

อยากขอร้องว่า โครงการที่ชลประทานศึกษาไว้แล้ว ทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จแล้ว มาเจอเอ็นจีโอแต่เอ็นจีโอก็สู้ไม่ได้ เลยหนีไปหาสายสิทธิมนุษยชนโดยทำหนังสือมายังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สนทช.)เพื่อขอให้ชะลอโครงการโดยอ้างกะเหรี่ยงปกาเกอะญอไปโน่นเลย ซึ่งจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย

ทางท่านกะเหรี่ยงผมได้ไปคุยกับท่านแล้ว มี 30 หลังคาเรือน หมู่บ้านท่าเรือ อ.แม่สามแลบ ไปคุยแล้วครับ เขาไม่ได้ขัดข้องเลย คนขัดข้องคือเอ็นจีโอไม่กี่คน ที่พยายามไม่ให้เกิด ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่อยากให้เกิดเพราะเป็นผลงานที่แกจะไปโชว์ต่างประเทศได้ อันนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาทำอาชีพอะไร ผมก็ไม่ทราบ แต่เรียนว่าเราต้องทำ น้ำต้นทุนหากไม่เกิดไม่ได้

เราจะได้น้ำจากการผันน้ำยวมประมาณ 2,000 ล้านต่อปี นั่นคือเฟสที่ 1 เรายังสามารถจะดึงน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาร่วมอีกด้วยโดยอยู่ห่างไปแค่ 10 กิโลเมตร ทำระบบท่อส่งมาที่ประตูน้ำที่เราปิดที่มาน้ำยวม เพราะเรามีประตูสูบน้ำอยู่แล้ว ถ้าเราทำการผันน้ำยวมเราต้องมีสถานีสูบน้ำเป็นหลักอยู่แล้ว สถานีสูบน้ำ 6 หัวสูบๆ ละ 54 เมกกะวัตต์ ส่งน้ำได้ทั้งปีเอาน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาเฉพาะในหน้าน้ำ มาเติมก็ไม่มีปัญหา” “

วีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วันนี้

(ภาพ : สำนักข่าวชายขอบ)

เครือข่ายคนลุ่มยวมโต้ “ไม่จริง-เอาข้อมูลมาจากไหน”

“หลังการอภิปรายของนายวีระกร ได้เกิดปฎิกริยาอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะประชาชนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งได้จะได้รับผลกระทบจากโครงการผันแม่น้ำยวมลงสู่เขื่อนภูมิพล” สำนักข่าวชายขอบรายงาน เช่นเดียวกับ อีกหลายสื่อส่วนกลาง รวมถึงสยามรัฐ พร้อมเสียงสัมภาษณ์จากพื้นที่ที่กำหนดให้ก่อสร้างและจะได้รับผลกระทบจากโครงการผันน้ำยวมที่รัฐบาลกำลังผลักดัน 

“ในฐานะคนกะเหรี่ยงปกาเญอ คนแม่น้ำยวม เห็นว่าการทำโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพูดคุยหารือกับประชาชนในพื้นที่ การที่ส.ส.อภิปรายว่าไปคุยกับชาวบ้านท่าเรือ แต่เท่าที่ตนทราบนั้นชาวบ้านพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เจอกับนายวีระกรเลย ไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมาจากไหน 

โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม มีชุมชนที่จะได้รับผลกระทบอย่างน้อย 46 หมู่บ้าน ในเขตป่า 3 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงใหม่ และอาจกระทบรวมถึงพื้นที่ใน จังหวัดลำพูนด้วย ซึ่งสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะก่อสร้างพาดผ่าน ประชาชนใน จ.ลำพูน เขารู้ข้อมูลนี้หรือไม่

อภิปรายในสภา คุณพูดเฉพาะอ่างเก็บน้ำเขื่อนน้ำยวม แต่เมื่อชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบสอบถามกรมชลประทานว่าน้ำจะท่วมถึงแค่ไหน เจ้าหน้าที่กรมชล และมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ตอบไม่ได้ ไหนจะผลกระทบจากการขุดเจาะอุโมงค์ 62 กิโลเมตร ผ่านป่าต้นน้ำ ป่าอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ทำไมไม่พูดถึง” สะท้าน ชีวะวิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน และชาวบ้านอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าว

“ผมเป็นผู้นำในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นว่า ส.ส.คนที่อภิปรายมาพบประชาชนที่จะได้รับผลกระทบในพื้นที่แต่อย่างใด 

ที่ชาวบ้านห่วงคือ ผลกระทบจะเกิดขึ้นมาก บ้านแม่เงามีประชากร 70 กว่าหลังคาเรือน จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำยวม สถานีสูบน้ำที่สบเงา อุโมงค์ส่งน้ำ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (ที่สส.) บอกว่ากระทบ 30 ราย ไม่แน่ใจว่านับรวมชาวบ้านครบแล้วหรือไม่ ทั้งบ้านท่าเรือ และหมู่บ้านอื่นๆ ตลอดแม่น้ำยวม ยังมีอีกมากที่จะได้รับผลกระทบ” ดวงจันทร์ คำทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแม่เงาเชื้อสายกะเหรี่ยง ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

“ผลกระทบที่เกิดจากโครงการผันน้ำยวมไม่ใช่แค่ 30 หลังคาแน่ๆ เท่าที่ทราบในเขต อ.อมก๋อย ก็มีหลายสิบหมู่บ้านที่จะได้รับผลกระทบจากการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เช่น บ้านกะเบอะดิน ตุงลอย ผาแดง หลายหมู่บ้านก็ไม่ได้มีชื่อรวมอยู่ใน อีไอเอ” ชัยยาพงษ์ ดอนไพรวงศ์ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่  กล่าว

“ได้ฟังนายวีระกรอภิปรายแล้วเหมือนเป็นเวทีเยินยอรัฐบาลมากกว่าจะอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ โดยผู้อภิปรายไม่หาความรู้ว่าโครงการที่มีผู้ทักท้วงคัดค้านนั้นเป็นเพราะเหตุผลอะไร โดยเฉพาะกรณีโครงการผันน้ำยวม 

ผมเห็นว่าการอภิปรายงบประมาณอย่างสร้างสรรค์ คือทำให้เป็นงบประมาณจากล่างขึ้นบน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างทั่วถึง 

ส.ส.จะทำอะไรไม่ได้หากไม่เข้าไปอ่าน พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งปีนี้งบประมาณสูงถึง 3.18 ล้าน โดยควรจะให้กระจายไม่กระจุก” มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลเชื้อสายกะเหรี่ยง กล่าว

“โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล(แนวส่งแม่น้ำยวม) เป็นโครงการของกรมชลประทาน ที่สร้างเขื่อนและสถานีสูบน้ำส่งน้ำจากแม่น้ำยวมใน อำเภอสบเมย โดยสร้างอุโมงค์ทะลุผืนป่าในเขตอุทยานฯและป่าสงวน 6 แห่งผ่านอำเภออมก๋อยไปทะลุที่บ้านแม่งูด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่  โดยล่าสุดรายงงานการศึกษาแนวทางร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน(PPP)ระบุว่าโครงการนี้คาดว่าจะมีมูลค่าโครงการตลอดอายุงาน 1.7 แสนล้านบาท” สำนักข่าวชายขอบ ระบุ