เครือข่ายผู้ชุมนุมโต้รองนายกฯวิษณุ “บิดเบือนข้อเรียกร้องเพื่อ?”

คำ่วานนี้ ((25 พ.ค.65) เครือข่ายค้านร่างกฎหมายคุมการรวมกลุ่มประชาชน “ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มประชาชน” ตอบโต้ “รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม” คำถามหลัก “บิดเบือข้อเรียกร้องเพื่ออะไร?”

บิดเบือนข้อเรียกร้อง ?

วานนี้ ( 25  พ.ค.65) ที่บริเวณหน้ายูเอ็น ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มประชาชนได้ปักหลักชุมนุมยืดเยื้อเป็นวันที่ 3 พร้อมจัดกิจกรรรมตลอดบ่ายจนถึงเย็น โดยเวทีกิจกรรมได้เริ่มด้วยการเล่าข่าวเด็ด ตอบโต้กรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการออกมาคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้กับสื่อมวลชนจนทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนถึงข้อเรียกร้องของขบวนฯ ที่เรียกร้องให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบเรื่องต่อร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มเมื่อวานนี้ 

“เมื่อวานนี้หลังจากที่พวกเราไปยื่นหนังสือเพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มฯ แต่เราก็ได้รับคำตอบว่าข้อเสนอของเราได้รับการรับฟัง แต่ไม่ได้รับการยกเลิก เราก็เลยปักหลักชุมนุมยืดเยื้อถึงวันนี้ 

แต่สิ่งที่น่าสนใจเมื่อวานนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกว่า เขาไม่ได้ห้ามชุมนุม แต่ต้องแจงเงินสนับสนุนจากต่างประเทศจึงทำให้องค์กรที่รับเงินจากต่างประเทศมีความกังวล หากเป็นกิจการภายในประเทศเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว หากมีการสนับสนุนจากต่างประเทศต้องรายงานการรับเงินจากต่างประเทศ 

จึงอยากถามพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในขบวนฯว่ามีความเห็นอย่างไรจากวานนี้ที่ นายวิษณุ เครืองาม แถลงข่าว เรื่องการรับเงินทุนจากต่างประเทศจนต้องมีกฎหมายใหม่ออกมาควบคุมหรือไม่ ทำร้ายประเทศร้ายแรงอย่างไร” สุภาภรณ์ มาลัยลอย ตัวแทนขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน กล่าว

ไม่จริง ทำเพื่ออะไร ?

“การแถลงข่าวของนายวิษณุ เครืองาม ที่ระบุว่า เราออกมาชุมนุม เพราะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะห้ามพวกเราไม่ให้ชุมนุม ซึ่งเป็นการบิดเบือน เพราะเราไม่เคยเรียกร้องเรื่องที่จะห้ามชุมนุมเลย เราไม่ได้ขอชุมนุม เราออกมาคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการรวมกลุ่มทั้งฉบับและทุกฉบับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีจุดอ่อนที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนในหลายเรื่อง ขอเรียกร้องเรานั้น 3 ข้อ นั้นชัดเจน” ภรณ์ทิพย์ สยมชัย ตัวแทนจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย กล่าว

“กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม อ้างว่าจะใช้ตรวจสอบองค์กรที่รับเงินต่างประเทศอย่างเดียว ไม่ได้ตรวจสอบองค์กรไทยนั้นไม่เป็นความจริง 

เพราะในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เขียนชัดเจนว่าตรวจสอบองค์กรทุกองค์กรที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และส่วนตัวนั้นการรับเงินทุนต่างประเทศก็ไม่ใช่ความผิดหรืออาชญากรร้ายแรง จนต้องร่างกฎหมายใหม่ออกมาควบคุม และในข้อเท็จจริงองค์กรทุกองค์กรจะต้องมีการส่งงบประมาณ งบดุลให้ทางราชการทุกปีตามกฎหมาย แต่ที่กฎหมายฉบับนี้ทำ คือ การพยายามสอดไส้ควบคุมประชาชนและตั้งชื่อให้คนเข้าใจผิด แบ่งแยก ให้ไม่เข้าใจเรา” ทันตา เลาวิลาวัลย์ ตัวแทนมูลนินิธิเอ็มพาวเวอร์ กล่าว

“ยังมีประเด็นที่เรามีความกังวลเพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจ เจ้าหน้าที่ พม. ที่เป็นนายทะเบียนสามารถตัดสินเองได้ว่าใครผิดใครถูก องค์กรไหนผิดองค์กรไหนถูก โดยใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ พม. เอง โดยไม่ต้องมีหมายศาล ไม่ต้องสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม เขาสามารถสั่งปิดองค์กรเราได้ และยุติกระบวนการทำงานของพวกเราได้ 

และถึงแม้ พม. จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หากเราไม่เห็นด้วย ให้เราสามารถใช้สิทธิในการอุทธรณ์ได้ แต่ทำไมต้องผลักภาระให้เรา ทั้งๆที่พวกเรามีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอยู่แล้ว และร่างกฎหมายนี้ไม่ชอบธรรม จึงทำให้เราต้องมาชุมนุมคัดค้านในครั้งนี้” ชูศรี โอฬาร์กิจ ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย 

“การที่นายวิษณุ เครืองาม ออกมาให้สัมภาษณ์ก็เข้าข้างแต่ตัวเอง และมีแต่ปิดกั้นพวกเรา ชาวบ้าน นายวิษณุ ต้องมานั่งฟังเราที่นี่ เพราะพวกเราเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ เราออกมาต่อสู้และปกป้องป่าไม้จากนายทุน เหมืองหิน โดยการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อปกป้องป่าไม้ไม่ให้ถูกลอบทำลาย แต่เราก็ยังถูกควบคุม รวมทั้งสมาชิกของเราก็ถูกลอบสังหาร ซึ่งที่ผ่านมาการรวมกลุ่มของพวกเราก็สามารถที่จะปกป้องป่าไม้และหยุดเหมืองหินที่จะมาทำลายทรัพยากรในพื้นที่ของเราได้ 

อยากถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ออกกฎหมายควบคุมนายทุนที่มาทำร้าย ทำลายพวกเราบ้าง แต่กลับมาออกกฎหมายที่มาสร้างภาระ ควบคุม และจำกัดสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มของพวกเรา” แม่บัวลอง นาทา จากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ผาจันไดกล่าว

ในตอนท้ายผู้ดำเนินรายการได้เปิดให้ขบวนฯที่เข้าร่วมเวทีร่วมกันติดสติ๊กเกอร์ให้คะแนนคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่มประชาชนฉบับนี้ โดยผู้เข้าร่วมเวทีทั้งหมดได้เดินไปสติ๊กเกอร์ในช่องตัดคะแนนของรัฐบาลทุกคน ในขณะที่ช่องให้คะแนนรัฐบาลไม่มีใครนำสติ๊กเกอร์ดังกล่าวไปติดเลย

“การปักหลักชุมนุมวันที่  3 หน้าสำนักงานยูเอ็น จัดกิจกรรมคึกคักชวนวิษณุดีเบต หลังอ่านจากรายงานข่าวแล้วรองนายกฯให้ข้อมูลคาดเคลื่อน บิดเบือนข้อเท็จจริงข้อเรียกร้องของขบวนฯให้ยกเลิกมติครม บางส่วนร่วมกิจกรรมเดินจากหน้าเรือนจำคลองเปรมถึงศาลอาญาเพื่อรณรงค์ให้มีการปล่อยเยาวชนที่ถูกจับกุมคุมขังในมาตรา 112 พร้อมจัดเวทีเสวนาในหัวข้อภาคประชาชนทำงานอย่างไรทำไมต้องรับเงินทุนต่างประเทศ

ตลอดบ่ายยังมีการตั้งบูธกิจกรรมจากองค์กรไอลอร์ วาดภาพเหมือนของผู้เข้าร่วมงาน บูธกิจกรรมเขียนจดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ และมีการนำเล่นเกมส์ถอดรหัสร่างกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่ม กิจกรรมรู้จักมาตรา และเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำ นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงกิจกรรมเดินไปเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำโดยได้ตั้งขบวนจากหน้าเรือนจำคลองเปรมไปยังศาลอาญารัชดา และยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ NPO101 ภาคประชาชนทำงานอย่างไรทำไมต้องรับทุนต่างประเทศอีกด้วย” รายงานข่าวระบุ