สร้างป่า สไตล์เกาหลีใต้ (1)

GreenJust : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน Hallasan National Park(ภาพ : chilloutkorea.com)

1.

คนไทยจำนวนมากนิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคนจำนวนมากเช่นกันที่ตั้งใจไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามตระการตา เช่น ป่าอุทยานที่มีต้นไม้หลากสีสัน ทุ่งดอกไม้ผืนใหญ่ ภูเขาเขาดอกไม้ป่า สวนพฤกษศาสตร์ที่บรรยากาศน่ารักบริเวณใกล้เมือง หรือที่พักที่ซ่อนตัวอย่างสงบอยู่ในป่า เมื่อค้นหาคำว่า “เที่ยวป่าในเกาหลีใต้” จะพบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันลือชื่อจำนวนมาก

นานแล้วที่ผมเห็นการโชว์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันน่าหลงใหลของเกาหลีใต้ ผมเองก็อยากไปเที่ยวสักครั้งเหมือนกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาส ผมสงสัยมากว่าทำไมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเกาหลีใต้ถึงได้ดูยิ่งใหญ่ มีสีสันและรู้สึกเหมือนมีอะไรน่าค้นหา และใครเป็นเจ้าของ จนทำให้คนจำนวนมากอยากไปสัมผัส แม้กระทั่งผมที่อยู่กับป่ามาโดยตลอดยังอยากไปเลย กลางปีที่แล้วผมจึงทุ่มเทเวลาร่วมหนึ่งเดือนเศษ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการป่าของเกาหลีใต้ ซึ่งจากการค้นข้อมูลผมพบว่ามีการทำข้อมูลเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษจำนวนมาก ทั้งข้อมูลที่ทำโดยฝ่ายรัฐบาลและงานศึกษาทางวิชาการ ซึ่งผมคิดว่าการทำข้อมูลของเขาน่าสนใจมาก เวลาศึกษาแล้วทำให้เราได้เรียนรู้และเกิดความคิดว่า การจัดการป่าที่ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้นั้นเป็นไปได้จริง

ผมคิดว่าการสร้างป่าของประเทศเกาหลีใต้ เป็นกรณีตัวอย่างที่ประเทศไทยเราควรศึกษาเรียนรู้อย่างยิ่ง ดังนั้น ผมจึงถือโอกาสรวบรวมและวิเคราะห์เอามาทยอยลงในคอลัมน์นี้ โดยจะแยกเอามาลงครั้งละหนึ่งหัวข้อ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นรายละเอียดสำหรับคนที่อยากศึกษาเรียนรู้แบบลงลึก และจะทำให้แต่ละตอนไม่ยาวเกินไป

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (ภาพ : https://national-parks.org)

2.

จากประเทศที่เคยเกิดวิกฤตป่าเสื่อมโทรมและถูกทำลายจนจะหมดประเทศ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง หน้าดินถูกกัดเซาะและชะล้างอย่างหนัก บางแห่งกลายเป็นภูเขาทะเลทรายแห้งกรัง แต่เมื่อรัฐบาลหันมาลงมือพลิกฟื้นผืนป่าอย่างเอาจริงเอาจัง ใช้ระเวลาเวลาจริงๆ เพียงไม่กี่ปีก็สามารถสร้างผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลได้ โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างกว้างขวาง 

ป่าเป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคน การจะบริหารจัดการป่าให้ประสบความสำเร็จได้ จึงต้องตั้งอยู่บนแนวคิดที่ถูกต้อง ชัดเจน ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แนวความคิดพื้นฐานในการจัดการป่าของเกาหลีใต้ จึงอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า จะสร้างป่าเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์ และใช้เป็นฐานทรัพยากรในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในประเทศ การบริหารจัดการป่าจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ จำเป็นต้องทำให้เกิดการประสานและเกิดความร่วมมือกัน ระหว่างระบบกฎหมายและหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง และออกแบบเครื่องมือทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งรูปแบบของกฎหมาย หน่วยงาน และแผนเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนให้การบริหารจัดการป่ามีความยั่งยืน เพื่อเป็นหลักประกันที่จะทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้ป่าสร้างความสมดุลระหว่างสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจได้จริง

3. 

ข้อมูลเกี่ยวกับป่าโดยภาพรวมของเกาหลีใต้ มีความน่าสนใจดังนี้คือ

ปัจจุบันประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีสัดส่วนพื้นที่ป่ามากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ทั่วประเทศมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 98,730 ตารางกิโลเมตร โดย 70% ของพื้นที่ประเทศมีสภาพเป็นภูเขา 20% ของพื้นที่ประเทศ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และมีพื้นที่ป่าปกคลุม 63.7% ของพื้นที่ประเทศ (ประเทศไทยมี 31%)

ในอดีต พื้นที่ป่าของประเทศเกาหลีใต้เคยถูกทำลายจนถึงขั้นวิกฤติในช่วงที่ถูกญี่ปุ่นยึดครอง ต่อเนื่องถึงสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1910 – 1945) โดยในปี 1945 พื้นที่ป่าของเกาหลีใต้ถูกทำลายมากถึง 180,000 เฮกตาร์ และเมื่อถึงปี 1956 พื้นที่ปาถูกทำลายราว 686,000 เฮกตาร์ ซึ่งสาเหตุหลักของการตัดไม้ทำลายป่าในสมัยนั้นคือ ความต้องการไม้ฟืนมาเป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหารและให้ความอบอุ่นในบ้าน เนื่องจากประเทศเกาหลีใต้มีฤดูหนาวที่หนาวจัดและยาวนาน รวมทั้งการขยายพื้นที่เพื่อการเกษตรแบบเลื่อนลอยไม่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับหน่วยงานที่ดูแลป่าไม้ในสมัยนั้นก็ยังมีบทบาทไม่ชัดเจน อ่อนปวกเปียก 

สถิติอันน่าทึ่งของเกี่ยวกับพื้นที่ป่าของเกาหลีใต้คือ สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ที่เหลืออยู่ประมาณ 35% ของพื้นที่ประเทศ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็น 64% ของพื้นที่ประเทศได้ภายในระยะเวลา 60 ปี (1952-2012) ทั้งยังเพิ่มความหนาแน่นของต้นไม้ต่อพื้นที่ได้ถึง 14 เท่า ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันเกาหลีใต้มีประชากรเพิ่มขึ้นสองเท่า และเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นถึง 300 เท่า จากสถิติรายได้ประชาชาติ (GDP) เท่ากับ 67 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี เป็น 23,837 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีในปัจจุบัน

เมื่อปี 2010 ประเทศเกาหลีใต้มีพื้นที่ป่าทั้งหมด 6,386,000 เฮกตาร์ (39,912,500 ไร่) หรือเท่ากับ 63.7% ของพื้นที่ประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าที่สามารถใช้สอยได้ 4,860,000 เฮกตาร์ คิดเป็น 76.3% ของพื้นที่ป่า นอกนั้นเป็นพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์   

สัดส่วนการเป็นเจ้าของป่าของเกาหลีใต้ จำแนกได้ดังนี้คือ รัฐบาลเป็นเจ้าของป่าประมาณ 1.54 ล้านเฮกตาร์ หรือเท่ากับ 24.2% ของพื้นที่ป่า, ท้องถิ่นเป็นเจ้าของป่า 488,000 เฮกตาร์ หรือ  7.7% ของพื้นที่ป่า, และเอกชนเป็นเจ้าของป่า 4.34 ล้านเฮกตาร์ หรือ 68.1% ของพื้นที่ป่า 

แผนที่ป่าไม้เกาหลีใต้ (ภาพ : googlemap)

4.

แนวคิดการสร้างและบริหารจัดการป่าของเกาหลีใต้แตกต่างจากของไทยอย่างมาก ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เป้าหมายในการสร้างป่า ซึ่งเกาหลีใต้มีเป้าหมายหลักคือสร้างป่าเพื่อใช้เป็นทรัพยากรในการรักษาระบบนิเวศน์ และสร้างงาน สร้างอาชีพ จะเห็นว่าเกาหลีใต้มีพื้นที่ป่าท่ามารรถใช้ประโยชน์ได้มากถึง 76.3 % ประการที่สองคือ การกระจายอำนาจในการเป็นเจ้าของป่า จะเห็นว่ารัฐบาลกลางโดยกรมป่าไม้เกาหลีใต้เป็นเจ้าของป่าเพียง 24.2% เท่านั้น ในขณะที่ท้องถิ่นเป็นเจ้าของ 7.7 % และเอกชนเป็นเจ้าของมากที่สุดคือ 68.1% ซึ่งมีความแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยประเทศไทยนั้นมีแนวคิดพื้นฐานคือ อนุรักษ์ป่าแบบปลอดคนทั้งประเทศ หรือไม่ก็เป็นสวนป่าพาณิชย์ของเอกชนที่มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย อีกทั้งเป็นระบบรวมศูนย์อำนาจในการเป็นเจ้าของป่า โดยรัฐบาลกลางเป็นเจ้าของป่ามากกว่า 95% 

หากมองในเชิงโครงสร้าง จะเห็นชัดเจนว่าการใช้แนวคิดในการสร้างป่าแบบกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ และมีเป้าหมายสร้างป่าเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่คนในประเทศของเกาหลีใต้ ทำให้ประเทศประสบความสำเร็จในการสร้างพื้นที่ป่า จนทำให้ทั่วประเทศมีพื้นที่ป่าจำนวนมหาศาล ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับประเทศไทย ที่ใช้แนวคิดอนุรักษ์แบบปลอดคนและรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด ชาวบ้านในชนบทกลายเป็นศัตรูของหน่วยงานด้านป่าไม้ ผลที่ได้คือพื้นที่ป่ากลับลดลงเหลือน้อยนิดและไม่สามารถสร้างเพิ่มได้อีกต่อไป