กมธ.กัดเซาะแถลง “โยธาฯ สร้างข้อมูลเท็จ” กรณีกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง

กมธ.กัดเซาะ “ก้าวไกล” แถลง “โยธาฯ สร้างข้อมูลเท็จ” กรณี “ลอก-ตัดแปะ รายงานฯ กำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง” จี้ มท. รับผิดชอบด้วยการลาออก

ด้านอธิบดีกรมโยธาฯ แถลงอย่างเป็นทางการ “ยันผิดพลาดแค่ตอนส่งผิดไฟล์ – ทุกโครงการกำแพงกันคลื่นทำถูกต้องตามหลักการและกฏหมาย-ประกาศจัดเวทีรับฟังความเห็นอีกครั้ง 11 มิ.ย.”

บริษัทที่ปรึกษา STS ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการระบุ “ยอมรับความผิดพลาดเรื่องการเผยแพร่-ขอโทษ-ยันรายงานมีคุณภาพ”

(ภาพ : แนวหน้า)

กมธ.กัดเซาะ “ก้าวไกล” แถลง “โยธาฯ สร้างข้อมูลเท็จ” 

ที่รัฐสภา วันนี้ (18 พ.ค. 2565) ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ และกัญจน์พงศ์  จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลในฐานะอนุกมธ. ได้จัดการแถลงข่าว “กรณีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination: IEE) เรื่อง การสร้างเขื่อนกันคลื่นโครงสร้างแข็ง ที่หาดแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” โดยได้มีการคัดลอกรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นในลักษณะตัดแปะเนื้อหาจากจังหวัดสงขลาเข้ามาใส่

“มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ซึ่งบริษัทที่รับงานจากกรมโยธาธิการฯ นั้นเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับงานจากกรมโยธาธิการฯมาโดยตลอด ทั้งบริษัทเดิมและบุคคลที่เกี่ยวข้องเดิมรวมถึงเอกสารรายงานที่เขียนหน้าปกนั้น ได้ระบุว่า เป็นเอกสารฉบับหลัก ไม่ใช่ร่างรายงาน ในส่วนของหน้าปกเขียนไว้ว่า เป็นโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเล หมู่ที่ 5 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ในเนื้อหารายงานนั้นกลับเป็นข้อมูลของจังหวัดสงขลา 

การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการตัดแปะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขาดความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก และการทำข้อมูลที่ผิดพลาดกับงานในระดับประเทศที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งถือว่า เป็นการสร้างข้อมูลเท็จ ทั้งนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ และเครือข่ายคนรักชายหาดได้แสดงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว” ประเสริฐพงษ์แถลง

(ภาพ : แนวหน้า)

จี้ “ระงับโครงการฯ ทั้งหมด-รมว.มท.ลาออก”

“ขอเรียกร้องให้นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการฯ แสดงสปิริต ไม่ใช่การแถลงข่าวเพื่อบิดเบือนอีก และฝากไปถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ให้ลาออก เนื่องจากพล.อ.อนุพงษ์เคยตอบกระทู้ตนในสภามาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2564 ว่า หากโครงการใดๆ ที่ไม่ผ่านกรรมการจังหวัด จะไม่ทำเขื่อนแข็ง 

แต่ขอยืนยันจากการเข้าพื้นที่ของตนในฐานะกมธ.ศึกษาปัญหาชายฝั่ง เมื่อวันที่ 4-5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง มี 2 โครงการที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากกรรมการจังหวัด ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แก่โครงการสร้างเขื่อนที่หาดคุ้งวิมาน ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี และโครงการสร้างเขื่อนที่หาดดวงตะวัน ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ที่มีลักษณะเดียวกัน โดยจะมีการอ้างเฉพาะการประชุมของกรมเจ้าท่าและการแบ่งงานในจังหวัดตนไม่ได้

ขอเรียกร้องไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งระงับโครงการทั้งหมด เจ้าหน้าที่กรมโยธาฯ ที่ขาดความรู้ในการตรวจรับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในกรมโยธาฯ ที่ยังไม่มีวิศวกรชายฝั่งในหน่วยงาน จ้างแต่บริษัทที่ปรึกษาเดิมๆ” ประเสริฐพงษ์ กล่าวในการแถลงข่าว

(ภาพ : สารคดี / dpt.go.th)

โยธาแถลง “ทำถูกต้องตามหลักการ-กฎหมาย ทุกโครงการ”

ช่วงบ่ายวันนี้ (18 พ.ค. 2565) พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้แถลงอย่างเป็นทางการ กรณี “ลอก-ตัดแปะ รายงานผลกระทบ IEE โครงการกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง” ผ่านข่าวเพื่อสื่อมวลชนยัน “ผิดพลาดแค่ตอนส่งผิดไฟล์ – ทุกโครงการกำแพงกันคลื่นทำถูกต้องตามหลักการและกฏหมาย” พร้อมประกาศจัดเวทีรับฟังความเห็นอีกครั้ง 11 มิ.ย.

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในรูปแบบการใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลอย่างเป็นระบบโดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติที่ยึดหลักวิชาการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลพื้นฐานและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจริงทุกพื้นที่ 

บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเริ่มจากหน่วยงานระดับท้องถิ่นเสนอขอโครงการมายังกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญตามระดับความรุนแรงซึ่งต้องสอดคล้องกับข้อมูลของกรมทรัพยากรและชายฝั่งทะเล 

จากนั้นจะว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) จากพื้นที่จริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่สะท้อนสภาพปัญหา สำหรับนำมากำหนดแผนงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังผลกระทบในระยะยาวหลังก่อสร้างเสร็จ 

อีกทั้งกำหนดให้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย๒ ครั้ง เพื่อนำข้อคิดเห็นไปทบทวนปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่” พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แถลงผ่านข่าวสำหรับสื่อมวลชน วันนี้ (18 พ.ค. 2565) ผ่านนข่าวสำหรับสื่อมวลชนเผยแพร่ช่วงบ่ายวันนี้

(ภาพ : dpt.go.th)

แจงกรณี “หาดแม่รำพึง” ผิดพลาดแค่ตอนส่งไฟล์

“ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กลุ่ม Save หาดแม่รำพึงบางสะพาน กลุ่ม Beach for life ระบุ รายงานผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ในประเด็นหัวข้อสาธารณสุขเป็นข้อมูลของจังหวัดสงขลา โดยลอกการศึกษาของพื้นที่อื่นมาใส่ในรายงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่นั้น 

กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วขอเรียนชี้แจงว่า โครงการฯ ดังกล่าวได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทเอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 – 2562 ซึ่งได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลพื้นฐาน และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากพื้นที่จริงในทุกขั้นตอน 

แต่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในการจัดส่งไฟล์รายงานการศึกษาฯ ซึ่งเป็นฉบับ (ร่าง) โดยมิได้ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยสำหรับรายงานผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหาดแม่รำพึงฉบับ (จริง)ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ทุกประการ 

ในการนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องขอโทษในความคลาดเคลื่อนดังกล่าวและขอขอบคุณกลุ่ม Save หาดแม่รำพึงบางสะพาน และกลุ่ม Beach for lifeเป็นอย่างสูงที่ร่วมตรวจสอบรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” แถลงการณ์ระบุ

(ภาพ : GreenNews)

ประกาศจัดเวทีรับฟัง 11 มิ.ย.

“ซึ่งกรมโยธิการและผังเมือง ได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 13.00 น ณ อาคารอเนกประสงค์ ที่ว่าการอําเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

จึงขอเชิญชวน กลุ่ม Save หาดแม่รำพึงบางสะพานกลุ่ม Beach for life และองค์กรเครือข่ายต่างๆ ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมฯ ในวันดังกล่าว 

เพื่อให้ได้ข้อสรุปรูปแบบโครงการก่อสร้างและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่  ก่อให้เกิดประโยชน์ในภาพรวม บนพื้นฐานที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์ จากพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลอย่างเต็มศักยภาพและเท่าเทียมกัน 

ท้ายนี้ ประชาชนหรือองค์กรเครือข่ายใดที่ต้องการข้อมูลรายงานผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) ภายใต้โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง สามารถติดต่อได้ที่สำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง (กลุ่มงานพัฒนาพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำและริมทะเลทั่วประเทศ) หมายเลขโทรศัพท์ 02-299-4720” อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แถลง

ทั้งนี้ ช่วงเที่ยงวันนี้ (11..30) รองอธิบดีกรมโยธาฯ พงษ์นรา เย็นยิ่งได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews ต่อกรณีนี้เช่นกัน โดยได้เปิดเผยรายละเอียดการดำเนินโครงการนี้ ชี้แจงกรณี “ลอก-ตัดแปะ รายงานฯ กำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง” รวมถึงภาพรวมนโยบาย-งบประมาณโครงการกำแพงกันคลื่นภายใต้การดำเนินการของกรมโยธา รวมถึงปัญหาและทิศทางอนาคตของโครงการกำแพงกันคลื่น (ดูย้อนหลัง)

STS แถลงขอโทษ

วันนี้เช่นกัน บริษัทที่ปรึกษา STS Engineering Consultants ผู้จัดทำรายงานผลกระทบโครงการฯ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการระบุ “ยอมรับความผิดพลาดเรื่องการเผยแพร่-ขอโทษ-ยันรายงานมีคุณภาพ” รายละเอียดดังนี้

(ภาพ : STS)