“ลอก-ตัดแปะ” รายงานโครงการ 97 ล้าน “กำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง”

กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพานเผยความผิดปกติ ข้อมูล “รายงานผลกระทบโครงการกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง ประจวบฯ มูลค่า 97 ล้าน” เป็นข้อมูลจ.สงขลา 12 หน้า ส่อ “ลอก-ตัดแปะรายงาน” และ “อาจไม่มีการศึกษาในพื้นที่จริง”

กลุ่มอนุรักษ์เผย “ต้นตอใหญ่ ไม่มีการทำอีไอเอ”จี้หน่วยงานรับผิดชอบร่วมตรวจสอบ รวมถึงสตง. ปปช.

พบข้อมูลผิดปกติ

เปิดเผยวันนี้ (16 พ.ค. 2565) ว่าพบความผิดปกติ “ลอก-ตัดแปะ-ข้อมูลคนละจังหวัด” ข้อมูลรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(IEE)โครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะที่ 1 ซึ่งจะสร้างกำแพงกันคลื่นความยาว 966 เมตร ด้วยงบประมาณ 97,000,000 บาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง

“ประชาชนกลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน ได้ทำหนังสือขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารการดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะที่ 1 ความยาว 966 เมตร งบประมาณ 97,000,000 บาท  โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง 

หลังจากได้รับรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(IEE) จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในรายงาน พบว่า ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จังหวัดประจวบฯ มีข้อความและข้อมูลในบทที่ 3 ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน หน้าที่ 3-218 ถึง 3-230 จำนวน 12 หน้านั้น เป็นข้อมูลของจังหวัดสงขลาทั้งหมด แต่อยู่ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบฯ” กลุ่มฯ ระบุ

ชี้ “ลอก-ตัดแปะรายงาน” “อาจไม่มีการศึกษาในพื้นที่จริง”

“รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึงนั้น จัดทำโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งว่าจ้างบริษัทเอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของกรมโยธาธิการฯ ดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2562 

เมื่อได้เห็นข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลจังหวัดสงขลา ทั้งๆที่เป็นรายงานการศึกษาของหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบฯ กว่า 10 หน้านั้น สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการตัดแปะข้อมูล ลอกการศึกษาจากพื้นที่อื่นมาใส่ในรายงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ สะท้อนความไม่โปร่งใส่ในการดำเนินการศึกษาและการดำเนินโครงการของกรมโยธาธิการ 

เรามีข้อสังเกตต่อว่า อาจเป็นไปได้ว่าในรายงานฉบับนี้ อาจมีข้อมูลในส่วนที่สำคัญเกี่ยวกับการวิเคราะห์และออกแบบโครงการที่ลอกข้อมูลจากพื้นที่อื่นๆมาใส่โดยไม่ได้ทำการศึกษาในพื้นที่โครงการจริงๆ ซึ่งทำให้รายงานฉบับนี้ของกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ไม่มีความชอบธรรม” กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึงบางสะพาน ระบุผ่านโพสต์เพจ Beach for life

(ภาพ : thecitizen.plus)

เผย “ต้นตอใหญ่ ไม่มีการทำอีไอเอ”

“กรณีการตรวจสอบรายงานการศึกษา IEE กำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง โดยภาคประชาชน แล้วพบว่า ข้อมูลที่ระบุในรายงานเป็นการคัดลอก ตัดแปะข้อมูลจากพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของพื้นที่นั้น สะท้อนให้เห็น ความไม่โปรงใส่ และไม่ชอบธรรมในการดำเนินโครงการของกรมโยธาธิการในกรณีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นในพื้นที่ชายหาดแม่รำพึง 

กรณีนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นนั้นไม่ต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทำให้ขาดการตรวจสอบข้อมูลในรายงานการศึกษา เพราะปกติแล้วหากโครงการในลักษณะนี้ต้องทำรายงาน EIA ก็จะผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในด้านความถูกต้องของการศึกษา ทำให้ความรอบครอบในการดำเนินโครงการ 

แต่เมื่อไม่ต้องทำ EIA ทำให้รายงานแบบกรณีหาดแม่รำพึง นั้น ไม่ต้องผ่านกระบวนการติดตรวจ ตรวจสอบความถูกต้องจากหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ 

ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ คือ ปัญหาของการที่โครงการกำแพงกันคลื่นไม่มีการทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และในกรณีหาดแม่รำพึง กรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่ควรที่จะดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นต่อไป เนื่องจากรายงานการศึกษาของกรมโยธาธิการนั้น มีข้อผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด” อภิศักดิ์ ทัศนี กลุ่ม Beach for life ให้ความเห็น 

(ภาพ : Beach for life)

จี้หน่วยงานรับผิดชอบร่วมตรวจสอบ รวมถึง สตง. ปปช.

“หลังจากนี้ กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึง จะเร่งตรวจสอบรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นในโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบฯ ต่อไป 

และหวังว่าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณและการดำเนินโครงการของรัฐ อาทิเช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรรมาธิการ และ ปปช. หรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตรวจสอบโครงการนี้ของกรมโยธาธิการและผังเมืองอย่างใกล้” อภิศักดิ์ จาก กลุ่ม Beach for life กล่าว

12 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา นราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ ตัวเเทนกลุ่ม Saveหาดแม่รำพึงบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือถึง คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรเเละสิ่งเเวดล้อม และคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองเเละการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่อาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้กรมโยธาธิการเเละผังเมืองต้องยกเลิกโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

“โครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง ไม่มีความจำเป็นในการดำเนินโครงการ อีกทั้งโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อชายหาด ทำให้ชายหาดหายไป เเละโครงการดังกล่าวนั้นกรมโยธาธิการฯ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเเก่ประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

ผ่านมาเกือบ 1 เดือนเเล้วที่กลุ่ม Save หาดแม่รำพึงบางสะพานร้องขอข้อมูลรายการการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเบื้องต้นต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ เเต่ไร้ความคืบหน้าในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร” จดหมายระบุ

โดยในการยื่นหนังสือถึง กมธ.ที่ดินฯ มี ส.ส.นิติพล ผิวเหมาะ โฆษกประจำ กมธ.ที่ดินฯ มารับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มฯ พร้อมระบุว่า กรรมาธิการจะเรียกกรมโยธาธิการฯ มาชี้เเจงข้อมูลต่อกรรมาธิการโดยเร็วที่สุด

จับตา กรมโยธาฯ “อาจแค่สั่งแก้ แม้ทุจริต”

“รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ( IEE ) โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดแม่รำพึง 564 หน้า ทุจริตอย่างน้อยก็ หน้า 3-218 ถึง 3-230 ราว 13 หน้า เพราะเอาข้อมูลของจังหวัดสงขลาทั้งดุ้นมาแสดงแทนที่จะเป็นข้อมูลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทราบว่าบริษัทที่ปรึกษาที่ทำรายงานเล่มนี้ ทำรายงานกำแพงกันคลื่นในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย จึงพอจะเดาได้ว่า บริษัทได้เอาข้อมูลรายงานจากกำแพงกันคลื่นของสิงหนครมาก็อปแปะใส่ในเล่มกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึงแบบเนียนๆ ราวกับคิดว่าจะไม่มีคนอ่าน

ประเด็นสำคัญก็คือ ข้อมูลอื่นอีกห้าร้อยหน้าในรายงานเล่มนี้ จะเชื่อได้ไหม มีการเก็บข้อมูลจริงไหม เอาข้อมูลจากที่อื่นมาแปะอีกไหม ใครจะรู้ ใครจะตรวจสอบ แต่การที่มีข้อมูลสงขลาปรากฏในรายงานหาดแม่รำพึงก็สะท้อนถึงความไม่สุจริตแล้ว และความน่าเชื่อของข้อมูลทั้งเล่มหมดไปแล้ว

กรมโยธาธิการในฐานะเจ้าของงบประมาณ เป็นผู้เสียหาย จะทำอย่างไรกับรายงานฉบับนี้ เพียงแค่ส่งกลับไปให้แก้คงไม่ใช่มั้ง หลักฐานชัดว่ามีการคัดลอกข้อมูลโดยไม่ชอบ คงต้องทิ้งรายงานชิ้นนี้และฟ้องเอาเงินคืนจากบริษัทให้เป็นตัวอย่างใช่ไหม ภาษีประชาชนนะครับที่จ่ายไป กรมโยธาธิการจะจัดการอย่างไร ตอบด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมลอกข้อมูลแบบตัดแปะ กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีการลอกข้อมูลของแม่เมาะลำปางมาแปะบอกว่าเทพามีป่าเต็งรัง กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่วพัทลุงก็ลอกข้อมูลเพชรบูรณ์ เขียนชัดว่าพัทลุงมีมะขามหวาน กรณีหาดแม่รำพึงเอาข้อมูลสาธารณสุขสงขลามาใส่แทนข้อมูลประจวบฯแบบดื้อๆเลย

ที่บริษัทกล้าลองก็อปแปะก็เพราะที่ผ่านมา ทำแล้วไม่เคยถูกส่วนราชการลงโทษไง แค่ให้กลับไปแก้และเขียนมาใหม่ เรื่องนี้จึงต้องถามกรมโยธาธิการว่า “ครั้งนี้จะทำอย่างไรกับรายงานชิ้นนี้และบริษัทนี้”

ขอบคุณ namming apisak ที่ออกมาแฉเรื่องนี้และส่งรายงาน 564 หน้ามาให้อ่าน”

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ และหนึ่งในนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและสุขภาพ ภาคใต้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ก 

(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)
(ภาพ : กลุ่มSaveหาดแม่รำพึงบางสะพาน)