เปิด “รายงาน CHIA เหมืองกะเบอะดิน” ก่อนวงถกสาธารณะพรุ่งนี้ที่ ม.เชียงใหม่

(ภาพ : TheCitizenPlus)

CHIA กะเบอะดิน

“รายงานการศึกษาชิ้นนี้ คือส่วนหนึ่งในศักยภาพสำคัญของคนกะเบอะดิน ในการร่วมสร้างเครื่องมือการประเมินผลกระทบโดยชุมชน ที่ประยุกต์ใช้การประเมินผลกกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชน (Community Health Impact Assessment หรือ CHIA)

โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนท้องถิ่นในการค้นหา รวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์สรุปประเด็นสำคัญอย่างรอบด้านบนฐานของความรู้ในหลายมิติ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อ เคารพต่อ องค์ความรู้ขของชุมชนท้องถิ่น (Traditional knowledge / local knowledge) 

ที่ยึดโยงแนบแน่นกับระบบนิเวศของตัวเอง การยืนยันหลักการสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูย ธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายสาธารณะ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับพันธสัญญา หรือข้อตกลงระดดับสากลที่ประเทศไทยร่วมลงนาม

รายงานการศึกษาประกอบด้วยเนื้อหา 5 บท ได้แก่ 1) “กะเบอะดิน ดินแดนมหัศจรรย์” (ข้อมูลพื้นฐานพื้นที่และความสำคัญในมิติต่างๆ)  2) “ชีวิตกับ 7 ลำน้ำ” 3) คำถามขของชุมชนต่อรายงานอีไอเอ (รายงงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม” 4) ชุมชนกับการประเมิน 7 ผลกระทบ (จากโครงการหากเกิดขึ้น) และ 5) “โครงการเหมืองแร่อมก๋อย: ความผิดพลาดที่สวนกระแสโลกกำลังจะบอกอะไร” ส่วนหนึ่งของบทสรุปผู้บริหาร ในรายงาน CHIA กะเบอะดิน

อ่านรายงานฉบับเต็ม : https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2022/03/4a161fc8-kabuedin-chia-final-version.pdf

 

เปิดรายงานฯ สู่สาธารณะ ก่อนยื่นฟ้องศาลปกครอง

พรุ่งนี้ (3 เม.ย. 2565) ณ ลานหน้าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยลัยเชียงใหม่ เวลา 16.30 – 20.45 น เครือข่ายภาคีปกป้องอมก๋อยประกาศจัดเวทีเปิดข้อมูลรายงาน CHIA กะเบอะดินขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสาธารณะ ก่อนการยื่นฟ้องศาลปกครอง ให้เพิกถอนอีไอเอโครงการเหมืองอมก๋อย

สามารถติดตามรับชมออนไลน์ได้ทาง https://www.facebook.com/KaberdinWonderland

“รายงานอีไอเอได้จัดทำขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด และยังพบข้อพิรุธหลายประการ รายงานฉบับนี้ได้ แสดงให้เห็นการละเมิดสิทธิของพี่น้องอมก๋อยที่ได้รับผลกระทบและไม่ครอบคลุม ประเด็นต่างๆ ที่พี่น้องมีความกังวลรวมถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตความ เป็นอยู่ ถ้าโครงการยังเดินหน้าต่อไปจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิโดยเฉพาะสิทธิขั้น พื้นฐาน เช่น การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิการใช้ทรัพยากร รวมถึง สิทธิการมี อากาศสะอาดหายใจและสิทธิการเข้าถึงน้ำสะอาด 

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา พวกเราได้ทำการต่อสู้เพื่อหยุดเหมืองแร่อมก๋อย ในทุกโอกาสที่เราสามารถทำได้ พวกเราคัดค้านการสร้างเหมืองแร่ถ่านหินโดยใช้ เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย รวมทั้งการจัดทำคู่มือการประเมินผลกระทบ สุขภาพชุมชน หรือ CHIA เพื่อยืนยันความไม่ถูกต้องของการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือ EIA พวกเรามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อโครงการเหมืองแร่ถ่าน หิน และพวกเราจะต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ” พรชิตา ฟ้าประทานไพร, เยาวชน ชุมชนอมก๋อย

ด้วยความที่ชาวบ้านมีความกังวลเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย  ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับชุมชน ขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นความบกพร่องของรายงานอีไอเอ รายงานฉบับชุมชนนี้ได้รับ การสนับสนุนจากองค์กรประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนและ ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการศึกษาและจัดทำรายงานอ้างอิงจากหลักฐาน ที่มีและมีการวิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์ ชาวบ้านอมก๋อยต้องการให้เกิดการทำอี ไอเอใหม่ที่โปร่งใสกว่าเดิมและเป็นไปตามหลักการมาตรฐานสากล” เครือขายฯ กล่าว

เครือข่ายภาคีปกป้องอมก๋อย ประกอบด้วยชาวชุมชนกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ 14 องค์กร-เครือข่าย คือ เครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR) เอิร์ทไรท์อินเตอร์เนชั่นแนล(EarthRights International) ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ (CAN) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมชาวไทยภูเขาในประเทศไทย กรีนพีซ ประเทศไทย(Greenpeace Thailand) เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง (IMN) มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) และห้องทดลองนักกิจกรรม (Act Lab

(ภาพ : TheCitizenPlus)