รั่วอีกรอบ น้ำมันดิบกลางทะเลระยอง จากแหล่งเดิม SPRC – คพ.แถลงพรุ่งนี้

5,000 ลิตร เหตุบริษัทเข้าไปตรวจสอบท่ออ่อนจุดรั่วเดิม ทำน้ำมันดิบที่ค้างท่อไหลสู่ทะเล พบคราบ 3 ไมล์จากจุดเดิมห่างฝั่ง 20 กม. คณะกรรมการจังหวัดแถลง “มั่นใจคุมได้ ไม่เข้าฝั่ง กำลังโปรยสารเคมี” ด้านบริษัท SPRC แถลง “เป็นแค่ฟิล์มน้ำมัน”

เครือข่ายทสม.ระยองตั้งข้อสังเกตุ “SPRC ทำโดยพลการ ไม่แจ้งคณะกรรมการฯ ก่อนดำเนินการ จนทำให้เกิดเหตุ” ด้านอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเผย “SPRC ขอใช้สารเคมี Dispersant กำจัดน้ำมันในอัตรา 1:1 มากเกินจำเป็น ยังไม่อนุมัติ” เผยกำหนดแถลงความคืบหน้าการจัดการพรุ่งนี้

(ภาพ : GISTDA)

รั่วซ้ำ 5,000 ลิตร ห่างฝั่ง 20 กม. 

“เวลาประมาณ 09.00 น. ได้รับแจ้งจาก บริษัท SPRC ว่าได้เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลซ้ำอีกจุดเดิมที่มีการรั่วไหลกลางทะเลเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่ของ SPRC ได้มีการยกท่ออ่อนจุดที่รั่วไหลขึ้นมาตรวจสอบ แต่พบว่ามีน้ำมันดิบค้างท่ออยู่ จำนวน 5,000 ลิตร เกิดรั่วไหลลงทะเล แต่เป็นน้ำมันที่ไม่หนาแน่นเหมือนครั้งที่ผ่านมา จุดที่พบคราบน้ำมันอยู่ห่างทุ่นขนถ่ายน้ำมันประมาณ 3 ไมล์ทะเล และอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 20 กม.”

พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เปิดเผยข้อมูลเหตุน้ำมันรั่วระหว่างการแถลงข่าวในฐานะ “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปริมาณการรั่วไหลของน้ำมัน บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ SPRC” เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (10 ก.พ.) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยอง กรณีมีน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล หมู่บ้านสบาย สบาย หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง 

(ภาพ : prachachat.net)

“มั่นใจคุมได้ ไม่เข้าฝั่ง กำลังโปรยสารเคมี” จังหวัดแถลง

“เบื้องต้นทางบริษัทได้ระดมเรือ จำนวน 9 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ เข้าควบคุมสถานการณ์ โปรยสารเคมีสลายคราบน้ำมันดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเอาอยู่ ไม่พัดเข้าฝั่งแน่นอน” รองผู้ว่าพิรุณกล่าวในการแถลงข่าว

“ตอนนี้ยังตอบไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้ระยะเวลากี่วันในการควบคุมสถานการณ์ ทางบริษัทฯ ได้มีการนำเรือไปยังสถานที่เกิดเหตุ 9 ลำ และคาดว่าน่าจะใช้สารเคมี dispersant ในการสลายคราบน้ำมัน ในส่วนสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว” พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองให้สัมภาษณ์ ประชาชาติออนไลน์

(ภาพ : ThaiPBS)

ลำดับเหตุการณ์ 

01.00 น. เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากเรือประมงพื้นบ้านเล็กออกไปเก็บอวนกลางทะเลว่าพบว่าที่จุดเกิดเหตุน้ำมันรั่วทุ่นลอย (SPM) เจอเรือกำลังวางบูมล้อมไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรกัน จากการเปิดเผยของประธานเครือข่ายฯ สุรินทร์ สินรัตน์ (มติชนออนไลน์)

09.20 น. ตัวแทนจากบริษัท SPRC ได้แจ้งให้ชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ว่าเกิดการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากท่อใต้ทะเลของ SPRC ในจุดเดิม ณ บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จังหวัดระยองอีกครั้ง โดยเบื้องต้นคาดว่ามีปริมาณ 5,000 ลิตร 

รายงานข่าวเปิดเผยว่า หนังสือแจ้งผู้ว่าฯระยองของ SPRC ระบุรายละเอียดว่า เหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น พบฟิล์มน้ำมันดิบ (สีน้ำเงิน) บริเวณทิศเหนือ ห่างจากทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล ประมาณ 3 ไมล์ จากนั้นบริษัทได้ประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำมันรั่วไหล Tier 1 น้ำมันรั่วไหลขนาดเล็กไม่เกิน 20 ตัน พร้อมได้ส่งทีมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และร้องขอกำลังทางเรือและอากาศสยาน จากกองทัพเรือ ภาค 1 เข้าไประงับเหตุอย่างรวดเร็ว

12.00 น. เรือตกปลาโทรมาแจ้งเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง ว่าเจอคราบน้ำมันลอยมาทางที่วางบูม เข้ามายังเรือที่เขากำลังตกปลา กังวลว่าคราบน้ำมันจะพัดเข้าหาดแม่รำพึง 

เครือข่ายฯ ได้โทรสอบถามผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (ผอ.สทร.) ว่าบริเวณทุ่นลอย (SPM) จุดน้ำมันรั่วจากท่ออ่อนใต้น้ำมีกิจกรรมอะไร ได้รับคำตอบว่า มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทออกไปเก็บท่อน้ำมันจุดที่รั่วเพื่อเอาขึ้นมา และมีน้ำมันที่ค้างอยู่ในท่อดังกล่าวไหลออกทะเล มีการเก็บกู้คราบน้ำมันที่ไหล จึงได้แจ้งให้ทราบว่าคราบน้ำมันมุ่งหน้าเข้ามาทางหาดแม่รำพึง ต.ตะพง จากนั้นได้สอบถามไปยังนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แจ้งว่ายังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้าไปทำอะไร เพราะขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน (มติชนออนไลน์)

14.00 น. SPRC แจ้งที่ประชุม “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปริมาณการรั่วไหลของน้ำมัน บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ SPRC” ณ ศูนย์บัญชาการฯ ว่าเมื่อเวลา 09.20 น.วันนี้ (10 ก.พ.) บริษัทได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากท่ออ่อนใต้น้ำของทุ่นลอย (SPM) ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้ขึ้นมาตรวจสอบและหาสาเหตุ มีการตรวจพบคราบน้ำมันห่างจากทุ่นลอยประมาณ 3 ไมล์ คาดการณ์เบื้องต้นว่ามีปริมาณน้ำมันรั่วไหล 5,000 ลิตร

16.00 น. พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง ในฐานะคณะกรรมการฯ และพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เปิดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนถึงเหตุน้ำมันรั่วซ้ำวันนี้ ที่ศูนย์บัญชาการฯ

(ภาพ : SPRC)

SPRC แถลง “5000 ลิตร-เป็นฟิล์มน้ำมัน-คุมได้แล้ว” 

บริษัท SPRC ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 01 ต่อเหตุน้ำมันรั่วซ้ำครั้งนี้ เมื่อเวลา 17.00 น. เนื้อหามีรายละเอียดดังนี้

“พบฟิล์มน้ำมันบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือ จุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM)

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.20 น. บริษัทฯ พบฟิล์มน้ำมันประมาณ 5,000 ลิตร ระหว่างการเตรียมการเคลื่อนย้ายท่ออ่อนที่อยู่ใต้ทะเล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

ในทันทีที่เกิดเหตุ บริษัทฯ ได้ระดมทีมเพื่อควบคุมสถานการณ์ตามแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งหยุดกิจกรรมบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล ตามขั้นตอนความปลอดภัย บริษัทฯ ได้ดำเนินการโดยได้นำทุ่นกักน้ำมัน (boom) กักคราบฟิล์มน้ำมันไว้ และมีการฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบฟิล์มน้ำมัน ในขณะนี้บริษัทฯ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

บริษัทฯ ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทัพเรือ ภาค 1, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล), ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมสิ่งแวดล้อม (EMCC), กรมควบคุมมลพิษ, กรมเจ้าท่าระยอง, ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว (EIC), และสำนักงานท่าเรือมาบตาพุด ในการให้ความร่วมมือเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ 

หากมีความคืบหน้า บริษัทฯ จะรายงานสถานการณ์ให้ทราบโดยเร็วที่สุด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาสแกน QR code หรือ ติดต่อ ศูนย์สื่อสาร โทร: 038-699090 (24 ชม.)” แถลงการณ์ระบุ

(ภาพ : SPRC)

“SPRC ทำโดยพลการ จนเกิดเหตุ?” เครือข่ายฯ ทสม. ถาม

“ในความเห็นส่วนตัวผม จากการที่บริษัทเข้าไปดำเนินการรื้อ ถอด ซ่อม หรือถอดชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่อน้ำมันรั่วขึ้นมา ควรจะได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งขึ้นมา ซึ่งท่านได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเรื่องน้ำมันรั่ว เพราะฉะนั้นท่านเป็นผู้มีอำนาจสั่งการที่ใครจะเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่ในทะเลจนถึงชายหาดแม่รำพึง

เท่าที่ทราบ ที่มีการเข้าไปเก็บท่อยางขึ้นมาแล้วเกิดน้ำมันรั่วไหลลงทะเลซ้ำอีกครั้ง ไม่มีการแจ้งหรืออนุญาตมาก่อนล่วงหน้า ขอให้แสดงความรับผิดชอบด้วยว่ากระทำละเมิดคำสั่ง น่าจะเป็นการทำผิดกฎหมาย”สุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง ให้ความเห็นกับ “มติชนออนไลน์”

ใช้สารเคมี Dispersant เกินจำเป็น – คพ.ยังไม่อนุมัติ

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า เบื้องต้นมีการรายงานตัวเลข 5,000 ลิตร โดยพื้นที่เกิดเหตุจุดเดิมของบริษัทสตาร์ปิโตรเลี่ยมฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขระบบท่อที่เกิดการรั่วไหลรอบก่อน โดยบริษัทฯประสานขอใช้ Dispersant จำนวน 5,000 ลิตร

“การขอใช้สาร Dispersant จำนวน 5,000 ลิตร เท่ากับถือเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 1 ในการนำไปย่อยสลาบคราบน้ำมัน ถือว่าสูงเกินความจำเป็น ทำให้คพ.ยังไม่อนุมัติใช้สารดังกล่าว” อธิบดีคพ.กล่าว

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสยังรายงานอีกว่า มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันใต้ทรายจากการพลิกและขูดหน้าทรายทำความสะอาดหาดแม่รำพึง น้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่พบตะกอนสีดำที่ชายหาดกินรี และหลังวิหารหลวงพ่อดำ จ.ชลบุรี พิสูจน์โยงน้ำมันรั่วมาบตาพุด จ.ระยอง

ด้าน คพ. ได้กำหนดแถลงข่าว “การประชุมหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา กรณีน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง” ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.30 น ณ ห้องประชุม 101 ชั้น 1 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม