12 รูปธรรมข้อเรียกร้อง “จากพีมูฟ ถึงประวิตร วงษ์สุวรรณ”

“จาก 486 โฉนดชุมชนถึง 28 ผู้ต้องหาบางกลอย” รูปธรรมของ 12 ข้อเรียกร้องหลักเชิงนโยบายที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เรียกร้องในการประกาศชุมนุมหน้ายูเอ็นคืออะไร จดหมายจากพีมูฟที่เตรียมยื่นถึงรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ วันนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ในระดับสำคัญ พร้อมข้อเรียกร้องหลัก “ไม่เอา ประชุมออนไลน์”

(ภาพ : พีมูฟ)

12 ข้อเรียกร้อง 12 ประเด็น

1. ให้ท่านยืนยันในการยกระดับการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” ตามข้อเสนอของขปส.ซึ่งได้รับการคุ้มครองพื้นที่ 486 ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลนี้ ให้เป็นหนึ่งในรูปแบบการกำกับดูแลการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินโดยทั่วไป ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) มาตรา10(4) ที่บัญญัติว่า

“กำหนดมาตรการหรือแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ซึ่งรวมถึงรูปแบบการจัดที่ดินในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือรูปแบบในลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คทช.กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การใช้ที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด” 

และขอให้ สำนักงาน คทช.รับพื้นที่โฉนดชุมชนจำนวน 486 ชุมชนที่ยื่นไว้ เพื่อไปตรวจสอบสถานะและความพร้อมเพื่อดำเนินการต่อไป โดยเริ่มจากพื้นที่สมาชิก ขปส.ที่เสนอเป็นพื้นที่การจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนอยู่แล้ว 186 กรณี โดยให้นำผลการประชุมกรณีโฉนดชุมชนตามข้อเสนอข้างต้นเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างหลักประกันในการสานต่อนโยบายโฉนดชุมชนของรัฐบาล ขปส. ขอให้รองนายกมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ขปส.มาเป็นประธานการจัดงาน “มหกรรมโฉนดชุมชน” ณ จังหวัดภูเก็ต โดยให้ทีมเลขานุการ่วมของรัฐบาลและ ขปส.ไปจัดประชุมเพื่อกำหนดเนื้อหา รูปแบบการจัดงาน กิจกรรม วันเวลา และสถานที่ ที่ชัดเจนร่วมกัน

2. ให้เร่งออกพระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรมคดีความที่เกี่ยวกับปัญหาไม้และที่ดินอันเกิดจากการดำเนินการตามนโยบายรัฐ ตามร่างของกระทรวงยุติธรรมที่ผ่านการประชุมรับฟังความเห็น ขปส. ตามบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในระหว่างรอการออกกฎหมายดังกล่าว ขอให้ยุติการดำเนินคดีชาวบ้านและเยียวยาประชาชนให้ได้รับความธรรมและให้กลับไปทำกินในที่ดินเดิมของตนเองได้

3. ให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนเนื้อหาของ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562  และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ให้สอคคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และให้ชะลอการเสนอร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเอาไว้ก่อนจนกว่าจะมีการดำเนินการตามข้อเสนอของ ขปส. และขอให้ยกเลิกคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เรื่อง พื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ (ทุกประเภท) เนื่องจากไม่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

4. กรณีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้นำมติคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2543 มาเป็นนโยบายการแก้ปัญหาชุมชนทั้ง 36 จังหวัด 397 ชุมชน 39,848 หลังคาเรือน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวต้องนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศให้เป็นนโยบายแห่งชาติในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนที่อยู่ในที่ดินของ รฟท. และกรณีการแก้ปัญหาชาวบ้านที่ถูก รฟท. ดำเนินคดี คือ ให้นำมติการประชุมร่วมกันในอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมมาปฏิบัติ คือให้ รฟท. ดำเนินการให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีเช่าที่ดิน รฟท. แบบชั่วคราว (สัญญา 1 ปี) เพื่อให้สิ้นสุดคดีความ โดยอัตราค่าเช่าที่ดินแบบชั่วคราวเป็นอัตราราคาถูก 20 บาทต่อตารางเมตรต่อปี โดยด่วน หากยังไม่สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว ให้ทางอนาบาล ของ รฟท. ได้ไปแถลงต่อศาลถึงแนวปฏิบัติข้างต้นที่ รฟท. จะดำเนินการให้กับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีก่อนเบื้องต้น

5. ขอให้นายกรัฐมนตรี ให้คำรับรอง “ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ…..(ฉบับประชาชน 16,559 รายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการคุ้มครองและปกป้องวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวกะเหรี่ยง 

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ว่าจะกำหนดให้มีกฎหมาย “การส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านสังคมที่รัฐบาลประกาศว่าจะผลักดันให้มี “พระราชบัญญัติเขตส่งเสริมและคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์” ภายในปี 2564 

โดยภายหลังประชาชนได้ยื่นรายชื่อเสนอกฎหมายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564 แล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือที่ สผ 0014/195 ลงวันที่ 14 มกราคม 2565 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ….. ความว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าลักษณะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะได้นำส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ไปให้นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้คำรับรองต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 114 ตามที่ส่งมาด้วย

(ภาพ : พีมูฟ)

6. ข้อเสนอต่อการปฏิรูปที่ดิน ตามกลไกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) มีดังนี้

6.1 ให้ บจธ. ต้องทบทวน ปรับปรุงคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน และบทบาทการทำงานให้มีสัดส่วนของภาคประชาชน ในการมองวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย ในการที่จะเป็นสถาบันกลไกกลางในการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรม อย่างมีส่วนร่วมยึดโยงกับภาคประชาชน ยึดตามหลักเจตนารมณ์การปฏิรูปที่ดินของชุมชน จากประชาชนผู้ริเริ่มและผลักดันให้เกิด สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) อันเป็นกลไกในการดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ตามแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ที่ไม่ใช่ “ธนาคาร”หรือสถาบันทางการเงินที่แสวงหาผลกำไรจากเกษตรกรรายย่อย ผู้ยากไร้

6.2 การพัฒนา สร้างนวัตกรรมรูปแบบกรรมสิทธิ์ในการจัดการที่ดินและถือครองที่ดินใหม่รูปแบบใหม่ๆ เช่น การถือครองที่ดิน ในรูปแบบโฉนดชุมชนภายใต้โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ๕ พื้นที่ ให้เกิดรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างรัฐและองค์กรชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรร่วมกัน

6.3 บจธ. ควรจะต้อง พัฒนาช่องทาง กลไกในเข้าถึง ทั้งการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย (กรณีเร่งด่วนในการเข้าถึงที่ดินและสูญเสียที่ดิน) อีกทั้งแหล่งทุนในการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ผู้ยากไร้ ในการพัฒนาฐานคิดระบบ ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ที่จะช่วยเป็นทุนในการสนับสนุนให้ บจธ. เข้าถึงทุนจากอัตราการถือครองที่กินที่จำกัด นำไปสู่การกระจายที่ดินถึงคนยากไร้ให้สามารถเข้าถึงที่ดินได้

6.4 ให้เร่งดำเนินการจัดซื้อที่ดินในพื้นที่ตามแผนงานระยะสองที่เป็นพื้นที่สมาชิกของ ขปส.

7. ขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ชุมชนในพื้นที่ของ ขปส.ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ทะเบียนบ้าน และที่อยู่อาศัย ได้

8.ขอให้ปรับปรุงองค์ประกอบคณะทำงาน ๒ คณะ เนื่องจากประธานคณะทำงานฯ พ้นจากตำแหน่ง และขอให้เร่งรัดจัดการประชุมคณะทำงานฯ ดังกล่าว เป็นกรณีเร่งด่วน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

8.1 คณะทำงานศึกษาร่างกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ตามคำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่ 2/2564 ลงวันที่ 30 เมษายน 2564

8.2 คณะทำงานแก้ไขปัญหาและศึกษาแนวทางการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตามคำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่ 3/2564 ลงวันที่ 30 เมษายน 2564

9.ข้อเรียกร้องกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก

9.1 ข้อเรียกร้องต่อการจ่ายค่าชดเชย นางกุลปรียา  เสนทา  ตามที่กรมที่ดินทำการรังวัดได้เนื้อที่ 10-2-04.1 ไร่ กรมธนารักษ์รังวัดได้เนื้อที่ 8-3-3.1 ไร่ ไม่เท่ากัน จึงทำให้ได้รับค่าชดเชยตามการรังวัดของกรมธนารักษ์เนื้อที่ 8-3-3.1 ไร่  ขอให้ตรวจสอบเนื้อที่ให้ถูกต้อง

9.2 พื้นที่ของ นางบัวตอง เครือคำวัง เป็นพื้นที่ นส.3 มีเนื้อที่ 17-0-97 ไร่ และนางนภาภรณ์ มูลเจริญพร เป็นเนื้อที่ สค.1 มีเนื้อที่ 4 ไร่ ที่มีพื้นที่ติดกับแปลงการนิคมอุตสาหกรรมเช่า ขอให้ทางราชการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวด้วยเนื่องจากพื้นที่ไม่มีทางเข้าออก

9.3 พื้นที่ของนางจุฑารัตน์ อุ่นเรือน เดิมได้มีการเวนคืนที่ดินไปแล้วและมีเนื้อที่ส่วนที่เหลือบางส่วนที่อาศัยอยู่ด้านในซึ่งไม่มีทางเข้า ออก จึงขอเส้นทางการเข้าออกเพื่อสัญจรเข้าออกที่พักอาศัย

9.4 เดิมในชุมชนมีบ่อทิ้งขยะในพื้นที่ จากการเวรคืนที่ดินทำให้ปัจจุบันชาวบ้านประสบปัญหาการทิ้งขยะ ข้อเรียกร้องต้องการให้ส่วนราชการเร่งหาเนื้อที่เพื่อรองรับขยะในชุมชน

9.5 จากที่มีการเวนคืนพื้นที่โดยกรมธนารักษ์ทำให้ชาวบ้านมีที่ดินไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ ข้อเรียกร้องให้ทางราชการจัดหาที่ดินให้กับราษฎรจำนวน 5 ราย ขอชดเชยที่ดินรายละ 10 ไร่ เพื่อใช้ในการดำรงชีพต่อไป

10. ขอให้รัฐบาลสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินทุกประเภทที่ประชาชนได้รับผลกระทบให้มีแนวทางที่ชัดเจน เช่น ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินรถไฟ ที่ราชพัสดุ ที่ดินในเขตป่า ที่ สปก. และอื่นๆ 

11. แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ กำกับ ขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและ กะเหรี่ยงตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 และ 3 สิงหาคม 2553 

12. กรณีชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยในทุกด้าน ตลอดจนให้ยุติกระบวนการทางคดีของชาวบ้าน 28 คน ชาวบ้านเยาวชน 2 คน และสมาชิกภาคีเซฟบางกลอย 10 คน

(ภาพ : พีมูฟ)

ไม่ประชุมออนไลน์ ข้อเรียกร้องหลัก

“ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) ได้ยื่นหนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ให้เร่งรัดการประชุมเพื่อติดตามแก้ปัญหา ขปส.หลายครั้ง ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ศาลากลางจังหวัดระนอง เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และศาลากลางจังหวัดน่าน เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการดังกล่าว ก็ได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าว และเลื่อนนัดมาหลายครั้ง 

ล่าสุด ขปส.ได้มีหนังสือที่ ขปส.๐๒๗/๒๕๖๔ ถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณฯ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง ข้อเสนอต่อการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ตามที่อ้างถึง ๑.

ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการฯ ได้มีหนังสือ นร ๐๑๐๕.๐๔/ว ๒๔ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๕ แจ้งเรื่อง ขอเปลี่ยนแปลงกำหนดการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ ในวันศุกร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๕ มาเป็นวันจันทร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) ตามที่อ้างถึง ๒. นั้น

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขอเรียนมายังท่านรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานคณะกรรมการดังกล่าวว่า นับจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ บัดนี้ เวลาผ่านมาพอสมควร หากแต่ปัญหาหลายกรณีของ ขปส. ไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะปัญหาอันเกิดจากนโยบายด้านการจัดที่ดินและที่อยู่อาศัยของรัฐ นโยบายทวงคืนผืนป่า การเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคของรัฐ ผลกระทบจากกฎหมายป่าไม้ฉบับใหม่ และคดีความอันเกิดจากนโยบายของรัฐ 

อีกทั้งการแพร่ระบาดโรคโควิด-๑๙ ได้คลี่คลายไปแล้วระดับหนึ่ง ดังที่รัฐบาลได้ประกาศเปิดประเทศ 

ประกอบกับกรณีปัญหาของ ขปส.มีหลายกรณี ดังมีรายละเอียดตามร่างระเบียบวาระการประชุมต้องติดตาม เรื่องสืบเนื่อง และเรื่องเพื่อพิจารณาหลายประเด็น รวมทั้งกรณีเร่งด่วน ขปส.จึงได้ยื่นหนังสือขอให้ท่านจัดประชุมคณะกรรมการดังกล่าว ในรูปแบบปกติ คือขอจัดการประชุมในห้องประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล และให้จัดเวลาการประชุมให้เหมาะสม และสอดคล้องกับกรณีปัญหาที่ต้องติดตามและพิจารณา  

ทั้งนี้ ขปส.ไม่เห็นด้วยต่อการจัดการประชุมแบบออนไลน์ เพราะเกือบหนึ่งปีของการติดตามการแก้ไขปัญหาในรูปแบบออนไลน์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ หน่วยงานไม่กระตื้อรื้อร้น และไม่ดำเนินการตามมติหรือผลการประชุมหลายกรณี

ดังนั้น ณ วันนี้ ขปส. จึงได้เดินทางมาติดตามการแก้ไขปัญหากับรัฐบาล เพื่อให้เกิดหลักประกันและแนวทางการดำเนินทางที่ชัดเจนในทุกเรื่องทุกกรณี” 

หนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่ ขปส.๐๐๑/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง แนวทางและข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ระบุ

โดยหนังสือดังกล่าวได้มีการอ้างถึงหนังสือที่ ขปส.๐๒๗/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ และหนังสือ นร ๐๑๐๕.๐๔/ว ๒๑๙๗ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ พร้อมแนบหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ สผ ๐๐๑๔/๑๙๕ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๕ ด้วย

“ประการสำคัญ ข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น ขปส. ขอให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าวโดยเร่งด่วนและหากได้ข้อยุติตามข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้ว ให้นำผลเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร่งด่วนต่อไป” จำนงค์  หนูพันธ์ุ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าว

กำหนดกิจกรรมการเคลื่อนไหว

“กิจกรรม “พีมูฟทวงสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน” วันที่ 1 หลังแถลงข่าวประกาศปักหลักชุมนุมยาวไม่มีกำหนดที่หน้าองค์การสหประชาชาติ นี่คือกำหนดการกิจกรรมวันแรกของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ และเครือข่าย 

09.00 น. ตั้ง “หมู่บ้านพีมูฟ” ณ องค์การสหประชาชาติ แถลงเคลื่อนพล เดินขบวนมู่ทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึง “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

ชวนล้อมวงคุย “ทำไมพีมูฟต้องมาชุมนุม” พูดคุยกับตัวแทนชาวบ้านแต่ละเครือ ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังตัวจริงเสียงจริง” ตัวแทนพีมูฟเปิดเผยกิจกรรมในวันที่ 20 มกราคม 2565 ณ องค์การสหประชาชาติ และ ทำเนียบรัฐบาล 

 

ประมวลภาพการชุมนุมพีมูฟ 20 ม.ค. 2565

(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)
(ภาพ : พีมูฟ)