น้ำโขงอีสานแล้งเร็ว-ใสผิดปกติ สาหร่ายน้ำจืดบูม-กระทบประมง

เครือข่ายคนลุ่มโขงอีสานเผย ระดับน้ำโขงลดเร็วผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์แพร่ขยายของสาหร่ายน้ำจืด หรือไก (เทา) เป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำและชาวประมงในหลายพื้นที่ เตรียมจัดเวทีหาทางรับมือ ข้อมูลอุทกวิทยาระบุระดับน้ำโขง “น้อยผิดปกติ”

(ภาพ : คสข.)

แล้งเร็วผิดปกติ

“เทียบกับปีที่แล้ว น้ำโขงมันลดลงเร็วขึ้น ปีนี้เริ่มแห้งลงในเดือนมกราคม  ปีที่แล้วถ้าระดับนี้ก็เดือนมีนาคมตอนที่เราเจอกัน” อ้อมบุญ ทิพย์สุนา ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) เปิดเผยถึงสถานการณ์แม่น้ำโขงในจังหวัดหนองคายเมื่อ 18 มกราคม 65 ที่ผ่านมา

“น้ำโขงปีนี้แห้งเร็วกว่าทุกปี เท่าที่สังเกตดูเพราะว่าทุกปีน้ำจะไม่แห้งเร็วขนาดนี้ ปีนี้แห้งเร็ว ทุกปีน้ำลดระดับนี้จะเป็นเดือนมีนาคม เมษายนเลยนะ แต่ปีนี้แห้งเร็วมาก” ชาญชัย ดาจันทร์ ชาวบ้าน ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย รายงานสถานการณ์ในจังหวัดเลย

(ภาพ : คสข.)

สาหร่ายน้ำจืดบูม

“ที่หนองคาย หลังน้ำโขงลดระดับเร็วกว่าปกติ พบว่ามีสาหร่ายน้ำจืดที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า “เทา” หรือ “ไก” จำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อวิถีชาวบ้านและพรานปลาในชุมชนทำให้เครื่องมือประมงเสียหาย คือพอน้ำโขงเริ่มแห้ง เริ่มลดลง เทาก็เกิดจำนวนมาก 

ปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน เคยเกิดขึ้นและได้รับความสนใจอย่างมากครั้งแรก ช่วงปลายปี 2562 ที่มีคำเรียกว่า “โขงสีคราม” ซึ่งคาดว่าเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนเหนือประเทศไทยขึ้นไป และต่อมาก็ยังมีความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำขึ้น-ลง ที่คาดเดาได้ยาก ไม่เป็นไปตามฤดูกาลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านตลอดริมฝั่งโขงยังมีการบันทึกเรื่องราวและส่งเสียงสะท้อนผลกระทบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึง 

ชาญชัย อธิบายว่าผลกระทบจากน้ำโขงใสอีกครั้งในเดือนมกราคม 2565 ว่ายังส่งผลให้สัตว์น้ำหลายชนิดไม่สามารถออกสู่แม่น้ำโขงได้เช่นเดิม

“น้ำโขงใสแบบนี้ก็จะทำให้เกิดเทาแล้วก็จะไปขวางทางปลา หอย ปู ปลา ก็ออกไปเติบโตในแม่น้ำโขงไม่ได้ มันก็ตาย ซึ่งมันเป็นความกังวลอย่างมาก เพราะขนาดน้ำเหลือเท่านี้ กุ้ง หอย ปู ปลา ก็ตายไปเยอะแล้ว และถ้าน้ำลดลงไปกว่านี้ก็น่าจะเสียหายไปมากว่านี้อีก”

ข้อมูลอุทกวิทยาระบุระดับน้ำโขง “น้อยผิดปกติ”

รายงานสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของระดับในลุ่มน้ำโขงของกลุ่มอุตุและอุทกวิทยาประยุกต์ ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ประจำวันที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 07.00 น. เปิดเผยว่า ระดับน้ำโขงที่วัดได้ 5 ใน 6 สถานีในประเทศไทย อยู่ในระดับ “น้อยผิดปกติ” (เชียงแสน หนองคาย นครพนม มุกดาหาร และโขงเจียม) ขณะที่อีก 1 สถานีคือที่สถานีเชียงคานอยู่ในระดับ “เฝ้าระวังน้ำน้อย” เชียงคาน

โดยระดับน้ำทั้ง 6 สถานีต่ำกว่าระดับน้ำวิกฤตในช่วง 10.45 – 12.53 เมตร (รายละเอียดในตาราง)

“สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของระดับในลุ่มน้ำโขงประจำวันที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 16:00 น.

เปรียบเทียบกับข้อมูล ณ วันที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 07:00 น. พบว่า สถานีเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ระดับน้ำทรงตัว สถานีหลวงพระบาง (ลาว) ระดับน้ำทรงตัว 

สถานีบ้านปากฮัง (ลาว) ตั้งอยู่บนลำน้ำโขงท้ายเขื่อนไซยะบุรี ก่อนถึงสถานีเชียงคาน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 0.18  เมตร สถานีเชียงคาน จังหวัดเลย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 0.19  เมตร สถานีหนองคาย จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำทรงตัว สถานีมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ระดับน้ำทรงตัว    

สถานีบ้านแก่งโดน (ลาว) ไหลลงแม่น้ำโขงบริเวณระหว่างสถานีมุกดาหารและสถานีโขงเจียม ระดับน้ำทรงตัว สถานีโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ำทรงตัว ระดับน้ำท้ายเขื่อนปากมูล แม่น้ำมูล ไหลลงแม่น้ำโขงบริเวณสถานีโขงเจียม ระดับน้ำทรงตัว และสถานีปากเซ (ลาว) ระดับน้ำทรงตัว    

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเครือข่ายแม่น้ำโขงได้โปรดแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้รับทราบโดยทั่วกัน และติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขงรวมถึงป้องกันผลกระทบความเสียหายต่อทรัพย์สินจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำอย่างฉับพลันในช่วงฤดูแล้ง” ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติรายงาน

ชาญชัย ดาจันทร์ ชาวบ้าน ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย (ภาพ : ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม)
พรภิมล จันหอม ชาวบ้านคกเว้า อ.ปากชม  จ เลย (ภาพ : ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม)

กระทบชาวประมง

พรภิมล จันหอม ชาวบ้านคกเว้า อ.ปากชม  จ เลย ที่ครอบครัวมีรายได้จากการหาปลา บอกว่า ระดับน้ำโขงที่ลดลงอย่างรวดเร็วและเกิดสาหร่ายเทาจำนวนมากก็ทำให้เครื่องมือประมงเสียหายและขาดทุน

“ส่วนใหญ่เลยคือคนหาปลา เพราะน้ำแห้งที่อยู่อาศัยของปลาเปลี่ยน ปลาหายาก การเดินเรือของคนหาปลายากขึ้น เพราะน้ำลด มีโขดหินโผล่มากขึ้น คนทำเกษตรริมโขงก็พอ ๆ กัน เพราะน้ำในการเกษตรก็เป็นปัญหา เนื่องจากน้ำลดเร็ว เกษตรริมโขงก็ใช้น้ำไม่ทัน เรากะระยะเวลาที่จะใช้น้ำปลูกพืช แต่ระดับน้ำที่ขึ้น-ลง ผิดฤดูก็ทำให้สิ่งมีชีวิตก็ปรับตัวไม่ทัน 

อย่างครอบครัวมีอาชีพหาปลา ปลาก็หายไปกว่าครึ่งหนึ่ง อุปกรณ์หาปลาก็เสียหาย เพราะมีเทามาติดตาข่าย เวลาน้ำไหลพัดมาก็มีแรงต้านเยอะ ตาข่ายก็ถูกน้ำพัดขาดเสียหาย ก็ทำให้เราขาดทุน แทนที่จะมีรายได้มาใช้ในครอบครัว” พรภิมล กล่าว

อ้อมบุญ ทิพย์สุนา ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (ภาพ : คสข.)

เตรียมจัดเวที หาทางรับมือ

“ทางชุมชนน้ำโขงภาคเหนือเขายังมีลู่ทางเอา “เทา” หรือ “ไก” ทำอาหาร แปรรูปขาย แต่ทางอีสานไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์มากเท่าไรนัก เอาไปรับประทานก็ไม่มาก 

ก่อนนี้ก็เคยมีความพยายามลองเอาไปทำปุ๋ย เอาไปเลี้ยงสัตว์บ้าง แต่ก็ยังน้อยอยู่เพราะยังไม่มีความรู้เรื่องนี้ คาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะส่งตัวอย่างไกหรือเทา ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูว่าเป็นประเภทไหน เป็นชนิดใด แล้วจะเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง” อ้อมบุญกล่าว

ตัวแทนเครือข่ายฯ ตั้งข้อสังเกตุว่าปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน เป็นเพียงผลกระทบหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังมีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างฉับพลันซึ่งเครือข่ายชาวบ้านริมฝั่งโขงมองว่า เป็นผลกระทบจากการมีเขื่อนในตอนบนของแม่น้ำโขง ทำให้กระแสน้ำไม่ได้ไหลอย่างอิสระ 

“ผลกระทบจากน้ำโขงเปลี่ยนแปลง ตอนนี้มันเยอะมาก บางทีคนริมโขงอย่างเราก็เหนื่อยมาก ไม่รู้จะไปยังไงต่อแล้ว

เครือข่ายฯ มองว่าจำเป็นต้องสื่อสารเพื่อส่งสัญญาณไปยังผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อหวังให้มีการร่วมแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดผลกระทบทั้งต่อวิถีชาวบ้านและระบบนิเวศลุ่มน้ำโขง 

โดยในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ จะมีวงเสวนา “สถานการณ์และทางแก้ไข ไกน้ำโขงเหนือและอีสาน” ร่วมกับสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต โฮงเฮียนแม่น้ำของ สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง (Mekong Community Institute – MCI) และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.)” อ้อมบุญ กล่าว

วลัยลักษณ์ ชมโนนสูง ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม / TheCitizenPlus รายงาน

 

(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)
(ภาพ : คสข.)