“บ้านพักสีขาว” ที่ปางอุ๋ง

GreenJust : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน (ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

1.

ผมขับรถไปถึงหน้าหมู่บ้านปางอุ๋ง มีราวกั้นถนนและเจ้าหน้าที่ รปภ. คอยโบกรถให้เลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถและบอกว่าให้ลงไปคัดกรองก่อนเข้าไป ผมเลี้ยวรถไปจอดตามที่ รปภ.ชี้ แล้วเดินไปยังซุ้มคัดกรองโควิด แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนและวัดอุณหภูมิ เสร็จแล้วก็เดินผ่านกลางหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังอ่างเก็บน้ำ 

เดินจากปากทางเข้าหมู่บ้านยาวไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าวัด บรรยากาศค่อนข้างเงียบ ร้านค้าสองข้างทางมีคนเพียงประปราย มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ตั้งอยู่ติดถนน นอกจากนี้มีห้องพักแบบโฮมสเตย์กระจัดกระจาย

จนถึงวัดก็สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำปางอุ๋งอยู่ถัดไปไม่ถึง 100 เมตร สันอ่างยาวจรดสองฝั่งเขา รอบอ่างเป็นป่าเขียว ทางด้านซ้ายอ้อมไปถึงหลังอ่างเป็นป่าธรรมชาติ ทางด้านขวาเป็นป่าสน ใต้ต้นสนหญ้าถูกตัดเกลี้ยงเป็นสนาม 

ผมเดินเลยวัดไปที่สันอ่างเก็บน้ำ มีนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมาและถ่ายรูปประปราย ผมเดินไปใกล้ฝั่ง น้ำในอ่างใสจนสามารถมองเห็นพืชใต้น้ำได้ ลมโชยเบาให้พอมีคลื่นบนผิวน้ำไหวเล็กน้อย แม้เวลาจะคล้อยถึงบ่ายสอง แสดงแดดจ้า ท้องฟ้าสีน้ำเงิน แต่อากาศไม่ร้อนมาก สามารถตากแดดเดินออกกลางแจ้งได้สบาย 

เดินไปได้สักพักก็เจอแพไม้ไผ่สำหรับบริการนักท่องเที่ยว ผมเข้าไปถามราคาและบอกว่าจะขอใช้บริการ ก็มีคนพายพาผมไปนั่งลำหนึ่งและค่อยๆ ถ่อออกจากฝั่งแล้วพายออกไปกลางอ่าง ผมถามคนถ่อแพว่าจะไปถึงไหน เขาก็ชี้พร้อมบอกว่าไปถึงท้ายอ่างโน้น 

เมื่อลอยอยู่กลางน้ำสามารถมองเห็นฝั่งได้กว้างและถนัดขึ้น บนฝั่งน้ำเป็นป่าสนที่ถูกปลูกไว้เป็นระเป็นระเบียบ มีถนนคอนกรีตทอดตัวไประหว่างตนสนจากสันอ่าง อ้อมไปตามขอบอ่างไปยังท้ายอ่าง มีรถวิ่งช้าไปมาประปราย บริเวณถัดจากอ่างมา มีบ้านพักใต้สนสำหรับนักท่องเที่ยวราว 20 หลังสร้างกระจุกอยู่ในบริเวณเดียวกัน ตัวบ้านทาสีขาวดูโดดเด่น ถัดจากบ้านพักสีขาวเป็นลานกางเต็นท์ใต้ตนสนที่กว้างตลอดแนวฝั่งน้ำ พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นลานโล่งมีเต็นท์หลากสีกระจัดกระจาย อีกส่วนนึ่งมีเต็นท์ลักษณะคล้ายกันตั้งอยู่เรียงราย   

คนถ่อแพเล่าให้ผมฟังว่า บ้านสีขาวนั้นเป็นของทหาร เขาสร้างบริการนักท่องเที่ยว ลานกางเตนท์ที่มีเต็นท์ประปรายนั้นคือที่ที่สำหรับคนที่เอาเต็นท์มาเอง จะเลือกกางที่ไหนก็ได้ สำหรับเต็นท์ที่เรียงรายอยู่นั้นเป็นของอุทยาน สำหรับให้นักท่องเที่ยวมาเช่า

ผมถามต่อว่า แล้วบ้านพักนักท่องเที่ยวของชาวบ้านในหมู่บ้าน มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพักไหม คนถ่อแพบอกว่ามีบ้างแต่ไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อน ช่วงที่ชาวบ้านจะได้แขกบ้างคือช่วงสิ้นปี ที่นักท่องเที่ยวล้นจากที่อุทยานและทหารเท่านั้น เขาถึงจะให้นักท่องเที่ยวไปพักที่พักของชาวบ้าน       

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

2.

หมู่บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากบ้านปางอุ๋ง เห็นความเปลี่ยนแปลงของปางอุ๋งมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้ผมตั้งใจมาสังเกตปางอุ๋งในช่วงใกล้หยุดยาวปีใหม่ ผมบอกได้เลยว่าช่วง 3 ถึง 4 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวของชาวบ้านหมู่บ้านปางอุ๋งซบเซาลงไปมาก กิจการการท่องเที่ยวของชุมชนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถ้าใครมาปางอุ๋งราวสี่ห้าปีที่แล้ว ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าหมู่บ้านยาวไปจรดสันอ่าง มีถนนคนเดินและร้านค้าของชาวบ้านเรียงรายของข้างทาง คนในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้านมาขายของกันคึกคักมาก โฮมสเตย์ของชาวบ้านก็มีนักท่องเที่ยวเข้าพักตลอด และเนื่องจากบรรยากาศที่นี่ดี จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยอะตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธุ์

ความซบเขาของหมู่บ้านปางอุ๋ง ไม่ใช่เพราะโควิด ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่โควิดจะระบาดเสียอีก อีกอย่างจะสังเกตเห็นว่าแม้ขณะนี้ในหมู่บ้านจะซบเซา แต่เลยไปยังสถานที่ของทหารและอุทยาน กลับมีนักท่องเที่ยวมาออกกันคึกคัก

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

3.

มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมาก ทรัพยากรของท้องถิ่นและชุมชนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรณรงค์เชิญชวนให้คนมาเทียว แต่ปรากฏว่าคนในท้องถิ่นได้ประโยชน์หรือได้เพียงเล็กน้อย จากการเป็น รปภ. และคนถ่อแพ คนงานรับจ้าง ส่วนร้านค้าและบ้านพักที่เคยสร้างรายได้ให้พวกเขาถูกทำลายเสียสิ้น สถานการณ์เช่นนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว

แทนที่หน่วยงานรัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน แต่ปรากฏว่าหน่วยงานรัฐกลับทำธุรกิจแข่งกับประชาชน โดยมีกฎหมายให้อำนาจ คือ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 29 ถึงมาตรา 33 กำหนดให้อุทยานแห่งชาติสามารถประกอบกิจกการและแสวงหาผลกำไรจากการท่องเที่ยวได้ ที่สำคัญคือ มาตรา 31 บัญญัติว่าเงินรายได้เหล่านั้นไม่ต้องส่งเข้าคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน ดังนั้น ในกรณีนี้ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ อุทยานและทหารได้ทำการผูกขาดการประกอบกิจการการท่องเที่ยวที่ปางอุ๋ง

นอกจากนี้การจัดการท่องเที่ยวแบบปางอุ๋งนั้น มีคนเพียงกระจุกเดียวที่ได้รับประโยชน์แบบผูกขาด สำหรับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง หรืออยู่ตรงทางผ่านไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ได้รับแต่ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเหล่านั้น เช่น รถนักท่องเที่ยวผ่านไปเยอะมาก ถนนแคบแต่รถชาวบ้านบรรทุกหนัก ทั้งมีฝุ่นและเสียงดัง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านอย่างมาก นอกจากนี้หมู่ไก่ของชาวบ้านถูกรถทับตายบ่อยๆ พ่อแม่ต้องคอยกังวลความปลอดภัยของลูกที่ต้องเดินสวนรถขบวนจากบ้านไปถึงโรงเรียน  

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

4.

บทเรียนปางอุ๋งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า หากที่ใดมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหรืออยู่ใกล้เคียง ที่ชาวบ้านอาศัยเป็นแรงดึงดุดในการทำกิจการการท่องเที่ยว หากปล่อยให้ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่อุทยานจะเข้าไปบริหารจัดการที่ที่เป็นจุดสำคัญที่ดึงดุดนักท่องเที่ยว และทำกิจการท่องเที่ยวเสียเอง บางกรณีกิจการท่องเที่ยวของชาวบ้านอาจถูกห้ามไม่ให้ทำ อย่างนี้ความเสียหายก็จะตกอยู่กับชาวบ้าน 

ความจริงในยุคที่โควิดระบาดอย่างไม่อาจคาดการณ์อนาคตได้นี้ การท่องเที่ยวชุมชนน่าจะเป็นทางเลือกในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในชนบท แต่น่าเสียดายที่โอกาสนี้กลับถูกปิดกั้นเสีย

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)