จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในเขตป่า ปัญหาอยู่ที่ไหน

GreenJust : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

1.

สายๆ วันหนึ่งของต้นเดือนธันวาคม 2564 ผมยืนอยู่ที่จุดชมวิวที่เป็นยอดภูเขาสูงและแหลม แสงแดดยามสายส่องทั่วผืนดินแล้ว ท้องฟ้าสีคราม มีเมฆสีขาวเป็นก้อนๆ ลอยสูงลิ่วบนท้องฟ้า เสียงนกหลากหลายชนิดส่งเสียงแข่งกันเป็นระยะๆ ลมหนาวโชยเบาๆ ต้องผิวกายเป็นระลอกๆ 

จากที่ตรงนี้ผมสามารถมองเห็นวิวไกลๆ ได้ 360 องศา ด้านทิศตะวันออกเป็นหมู่บ้านมณีพฤกษ์ ที่มีหลังคาหลากสีสัน ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปจากจุดชมวิวนี้ราว 500 เมตร ถัดจากหมู่บ้านมาทางด้านทิศตะวันตกเป็นผืนไร่กว้างใหญ่ของหมู่บ้าน เมื่อมองไกลออกไปจะเห็นว่าถัดจากไร่เหล่านั้นมีผืนป่าล้อมรอบไปจนสุดสายตา บรรยากาศดูช่างน่าตื่นตา 

ในเวลานั้นผมคิดถึงกาแฟร้อนๆ สักแก้ว ขนมปังปิ้ง และหนังสือเบาสมองสักเล่ม แล้วปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปสักวัน แต่น่าเสียดายที่ผมมีเวลาซึมซับบรรยากาศนี้เพียง 30 นาที  

ใกล้ถึงช่วงหยุดยาวของปีใหม่ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอแล้ว หลายคนคงวางแผนเดินทางท่องเที่ยว หลายคนวางแผนไปเดี่ยว หลายคนจะไปกับคนรัก และอีกหลายคนที่จะไปพร้อมกับครอบครัว และแน่นอนว่าหลายคนมีแผนจะขึ้นดอยไปสัมผัสอากาศหนาว ชมวิวจากยอดเขา ดูวิถีชีวิตที่แปลกตา ชิมอาหารที่แตกต่างๆ บ้านมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผมแนะนำ มีบ้านพัก ที่กางเต็นท์ในสวนกาแฟ โฮมสเตย์ จุดชมวิวที่เป็นหน้าผา 

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

2.

จุดชมวิวที่ผมพูดถึงข้างต้นนี้มีขนาดพื้นที่แคบๆ พอให้รถยนต์จอดได้ 2 คัน มีร่องรอยการก่อกองไฟ ล้อมรอบด้วยไร่และสวนกาแฟของชาวบ้าน ต้นไม้หลายต้นถูกรักษาเอาไว้ มีจุดชมเล็กๆ ที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีเสายกพื้นยื่นออกไปทางทิศตะวันตก ดูจากสภาพก็น่าจะทิ้งร้างไว้หลายปีจนไม้เริ่มผุแล้ว ด้านตรงข้ามของจุดชมวิวเป็นห้องน้ำสังกะสีและถังเก็บน้ำสีน้ำเงิน แต่มีหญ้าขึ้นรกรุงรังล้อมรอบ 

คนที่พาผมขึ้นไปดูบอกว่าเจ้าของสวนวางแผนที่จะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บนยอดดอยจะทำเป็นจุดชมวิว ปลูกดอกไม้ พื้นที่รอบๆ จะปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นแล้วปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ และทำห้องพักและที่กางเต็นท์แทรกในตามต้นไม้และกาแฟ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้สั่งห้าม จึงไม่สามารถทำต่อไปได้

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

3.

ปัจจุบันมีชุมชนที่อยู่ในเขตป่าที่มีลักษณะทางธรรมชาติโดดเด่น เช่น อยู่บนพื้นที่สูงที่มีอากาศหนาวเย็น อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ ได้จัดทำสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จนั้น มีผลทำให้มีงานในชุมชนมากขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ม่อนแจ่ม ภูทับเบิก จ่าโบ่ เขาค้อ แม่กำปอง  

ชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยวเหล่านี้ มีการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดิน จากเดิมที่ใช้ที่ดินปลูกข้าวโพดและพืชเชิงเดี่ยวอื่นๆ เท่านั้น มาเป็นการแบ่งที่ดินมาปลูกไม้ยืนต้น ปลูกกาแฟ สร้างที่พักหรือลานกางเต็นท์ ทำให้ชุมชนเหล่านั้นมีพื้นที่สีเขียวมากกว่าแต่ก่อน

ผมเคยได้พูดคุยกับหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่านและเพชรบูรณ์ พบว่าคนวัยหนุ่มสาวในชุมชนที่ทำอาชีพจัดการท่องเที่ยว กลับไปทำงานที่บ้านจำนวนมากขึ้น เนื่องจากได้กลับมาอยู่บ้าน และเป็นงานที่ทำรายได้ได้ดีกว่าทำงานอยู่ในเมือง และท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด 19 ระบาด ทำให้คนวัยหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งไม่มีงานทำหรือถูกเลิกจ้าง จึงหันกลับไปอยู่ที่บ้านและยึดอาชีพจัดทำการท่องเที่ยว พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่มีการศึกษา มีประสบการณ์ในการทำงาน บางคนเคยไปทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม เมื่อพวกเขากลับมาอยู่บ้าน พวกเขาจึงมองเห็นโอกาส

จากการสังเกตของผมเองเวลาที่เดินทางไปยังชุมชนที่จัดการท่องเที่ยว จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางไปใช้บริการสถานที่ของชาวบ้านจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นคนจากในเมือง ที่อยากออกจากความวุ่นวาย ไปสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่าง สิ่งแวดล้อมที่แปลกตา อากาศหนาว หมอกยามเช้าตรู่ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาคเหนือของประเทศไทยจะมีพื้นที่มีศักยภาพหรือมีความโดดเด่นทางธรรมชาติหรือวัฒนธรรมจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะถูกเจ้าหน้าที่ด้านป่าไม้ห้ามไม่ให้ทำ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องแอบทำกันเองโดยไม่มีการจัดการที่ดี 

พอนานๆ เข้าก็เกิดความขัดแย้งภายในชุมชน บางที่ต้องจ่ายส่วย ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งถูกสั่งให้รื้อและบางรายถูกจับกุมดำเนินคดี โดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ได้เข้าไปดำเนินการหลายพื้นที่ ทั้งออกคำสั่งทางปกครองให้รื้อถอน แจ้งความดำเนินคดี และใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ารื้อสิ่งก่อสร้างของชาวบ้าน

ความจริงแล้วการที่ชาวบ้านหันมาทำการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยภาพมากกว่าเสีย ทำให้คนชนบทห่างไกลมีงาน มีรายได้ดี ที่สำคัญคือส่งผลให้คนใช้ที่ดินน้อยลง โดยเฉพาะชาวบ้านใช้ที่ดินแบบโล่งเตียนเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจน้อยลง แล้วหันมาสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อดึงดุดนักท่องเที่ยว และมีรายได้ดีกว่า 

หากมองในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแล้ว รัฐควรเข้ามาส่งเสริมชาวบ้านให้แต่ละพื้นที่มีโอกาสทำตามศักยภาพหรือความโดดเด่นของตนเอง โดยรัฐเพียงควบคุมไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่า จัดการเรื่องความปลอดภัยและไม่ทำลายระบบนิเวศน์ รวมทั้งบริหารจัดการไม่ให้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนถูกทำลาย สิ่งแวดล้อมไม่เสียหาย 

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

4.

แต่น่าเสียดายที่ประเทศไทยบริหารจัดการโดยระบบราชการที่เทอะทะ แต่คอรัปชั่นตั้งแต่หัวแถวยันปลายแถว เจ้าหน้าที่ผู้ถืออำนาจรัฐ พวกเขาจะมองแต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับ รับใช้นายตามคำสั่ง กดหัวประชาชนไม่ให้ลืมตาอ้าปากได้ 

ภายใต้สถานการณ์ที่ประชาชนถูกกดทับ คนที่ทำการท่องเที่ยวในชุมชนบนพื้นที่สูงหรือชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตป่า แม้พวกเขาทำมาหากินสุจริต แต่ก็ต้องจ่ายส่วยเพื่อจะได้อยู่ต่อ หรือรอเมื่อไหร่จะถูกรื้อเช่นนี้ ยากที่เศรษฐกิจของคนชนบทจะเจริญ

ดังนั้น หากจะพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ทำให้ประชาชนระดับรากหญ้าได้รับประโยชน์จริง มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูประบบการบริหารจัดการป่าไม้และที่ดินของประเทศไทย ให้ระบบกฎหมายและระบบราชการ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาให้ประชาชน 

ซึ่งการจะทำได้นั้นเป็นเรื่องยากเสียยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะโครงสร้างระบบราชการ กฎหมายและนโยบาย ผูกอยู่กับผลประโยชน์ทั้งใต้โต๊ะและบนโต๊ะ 

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)

 

(ภาพ : เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล)