5 เกร็ดคิด 5 เฉดชีวิต ‘สายกรีน’

เมื่อวิถี “กรีน” วันนี้ถูกนิยามและตีความหมายได้หลากหลายขึ้นมาก ตามแต่เงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนในแต่ละพื้นที่ เฉดสีของการใช้ชีวิตที่รักษ์โลกจึงหลากหลาย ท้าทายให้เห็นด้วยและเห็นต่างมากขึ้น อย่างน่าสนใจไม่น้อย

(ภาพ : SCG)

ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต 

นักแสดง กับชีวิตเมืองเฉด ZERO Waste

“มีคนหาค่าเฉลี่ยมาว่าภายใน 1 วันมนุษย์สร้างขยะให้โลกใบนี้ 1 กิโลกรัม จากตัวเลขอาจจะดูไม่มาก แต่หากนับว่าตั้งแต่วันแรกที่เกิดมาถึงตอนนี้ ยกตัวอย่างผม เกิดมาแล้ว 31 ปี 130,000 วัน ผมสร้างขยะให้กับโลกใบนี้ไปแล้ว 130,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 130 ตัน เป็นปริมาณที่มหาศาลมาก ๆ ครับ นี่ยังไม่รวมชีวิตที่เหลืออยู่ของผม รวมถึงทุกคนโลกใบนี้ เราใช้ทรัพยากรของโลกเยอะมาก เมื่อขยะเพิ่มมากขึ้น และก๊าซมีเทนครับ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามขึ้นมา 

เราจะทำยังไงกันดีครับ เราจะเปลี่ยนจาก 1 กิโลกรัมต่อวันเปลี่ยนมาเป็น Zero waste ได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าเราทำได้ถ้าเราเปลี่ยน 

สิ่งแรกที่ผมเปลี่ยนคือเปลี่ยนการกิน ผมเปลี่ยนมาว่าวันอังคารผมจะไม่กินเนื้อสัตว์ จะกินมังสวิรัติ กินวีแกน ตอนแรกผมก็สงสัยครับว่า การไม่กินเนื้อสัตว์จะช่วยลดโลกร้อนอย่างไรได้ศึกษาเพิ่มเติมครับดูงานวิจัยดูสารคดีง่าย ๆ เลยครับกับวิธีเบสิคว่าการที่จะเลี้ยงสัตว์หนึ่งตัว ตัวอย่างคือวัวครับว่าที่เราจะทานเขาได้ใช้เวลากี่วันใช้พื้นที่ขนาดไหนการเลี้ยงเขาความใหญ่ขนาดไหนและต้องทางถางขนาดนั้น ข้าวโพดให้เขาทานเยอะขนาดไหน ก็ต้องถางป่าเยอะขนาดนั้น ง่าย ๆ เลยครับ ป่าลดน้อยลงโลกก็ร้อนขึ้น 

Back to basics ครับ คือการเปลี่ยนการเลือกซื้อของครับ ได้ยินครั้งแรกผมว้าวเลย การเข้าไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าหรือว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตสักหนึ่งที่ เราเลือกซื้อของกินอย่างเช่นขนมปังเนื้อสัตว์หรือนมหนึ่งขวด เชื่อว่าแปดสิบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของทุกคน ถึงผมเมื่อในอดีต จะเลือกขวดสุดท้าย เพราะวันหมดอายุมัน ยาวกว่า เราคิดว่ามันดีกว่า มันอาจจะมีคุณค่ามากกว่า สบายใจมากกว่า แต่ถามว่าขวดแรกที่ใกล้จะหมดอายุ แต่ยังไม่หมดอายุให้คุณค่าทางอาหารเท่ากันไหม เท่ากันครับ แต่แค่เราอยากได้ขวดสุดท้ายแล้วขวดแรกล่ะ กลายเป็นขยะครับ ทั้ง Food waste และขยะบรรจุภัณฑ์ ผมเลยเปลี่ยนมาเลือกขวดแรก เพื่อที่จะช่วยลดปริมาณขยะได้ครับ 

เปลี่ยนที่สอง ผมเปลี่ยนการเดินทางของผม เริ่มจากแต่ก่อนผมมีของสะสม ค่อนข้างที่จะเยอะมากไม่ว่าจะเป็นหนึ่งนาฬิกาสองคือรองเท้า สามคือโมเดลต่าง ๆ ที่ผมเก็บไว้ในตู้โชว์ โตขึ้นผมรู้ว่านาฬิกาผมก็ใช้เรือนเดียว รองเท้าผมก็ใส่คู่เดียว พอเต็มตัวแล้วก็อยู่ในห้องครับ กลายเป็นขยะ ผมได้เปลี่ยนเป็นสะสมการประสบการณ์เดินทางของเราแทน ขอสะสมประสบการณ์เดินทางแทน มันอยู่ตรงนี้มันอยู่กับเราตลอดไป 

หลายทริปมากผมใส่เสื้ออยู่ตัวเดียว โดนแซวตลอด มีเสื้อตัวเดียวหรอ บอกว่าใช่ครับ ไม่อายใคร ผมดูรายการนึงครับเมื่อสักประมาณเดือนที่แล้ว เสื้อยืดหนึ่งตัว การผลิตเสื้อยืดจากขั้นตอนแรกจนถึงการผลิตเสื้อยืดใช้น้ำเท่ากับคนบริโภคสามปี เยอะนะครับ ผลิตกางเกงยีนส์ใช้น้ำเท่ากับเจ็ดปี ลองนึกย้อนไปตู้เสื้อผ้าของเราเรามี เสื้อผ้าที่เราแทบจะไม่ได้ใส่อีกเลยกี่ตัว กางเกงยีนส์กี่ตัว นั่นแหละปริมาณน้ำที่หายไปที่เสียไปเราเปลี่ยนได้ครับเพื่อเราเพื่อโลกครับ 

เปลี่ยนที่สาม เปลี่ยนเรื่องการแยกขยะการแยกขยะ คุณพ่อของผมสอนมาตั้งแต่เด็กเราควรจะที่แยกขยะ เริ่มจากง่าย ๆ ครับพลาสติกกับกระดาษ ผมเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ คุณแม่เล่าให้ผมฟัง ปีที่แล้วว่าผมไปห้างสรรพสินค้า ซื้อป๊อกกี้ แกะเสร็จปุ๊บผมเก็บกล่องกระดาษเข้าใส่กระเป๋าทุกคนถามผมว่าเก็บไปทำไมทำไมไม่เอาไปทิ้ง อยากทิ้งที่บ้านครับ เพราะว่าจะไปแยกขยะที่บ้าน ทุกคนก็ขำครับแต่มันกลายเป็นนิสัยของผมจนถึงทุกวันนี้ 

ผมไปมาในร้านอาหาร ที่กองถ่ายที่โรงเรียน ผมจะเก็บขยะที่ผมสร้างขึ้นเอาไปแยกขยะเพราะผมมั่นใจครับ ผมจะสามารถแยกขยะได้ ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ  ที่เขาจะรับแยกขยะ วันนี้ให้ Point ด้วยคือร่วมมือกันครับ ในการทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อทำให้โลกของเราดีขึ้น 

ถามว่าสิ่งที่ผมทำทั้งหมดยากไหม ผมตอบได้เลยครับว่าไม่ยากครับ ถ้าเราเริ่มที่จะทำทีละนิด ๆ มันจะกลายเป็นนิสัยของเรา 

ผมเคยบังคับภรรยาของผมให้ทำแบบผม ผมอยากให้เขาทำแบบผม ทะเลาะกันครับ ทะเลาะกันแล้วเขาไม่ทำด้วย เขาบอกว่าทำไมต้องทำเหมือนกัน ผมเลยเปลี่ยนครับ ค่อย ๆ ทีละนิด ค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ ทำให้เห็นครับ แม้ทุกวันนี้ภรรยาเริ่มทำเหมือนผมแล้ว ถึงแม้จะไม่เท่าผม แต่ก็มากกว่าวันแรกที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย” 

(ภาพ : SCG)

ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน 

เจ้าของสวนมะพร้าว กับชีวิตเฉดธุรกิจ-เทคโนโลยีกรีน 

“ผมเป็นชาวสวนมะพร้าวที่ อ. ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มะพร้าวของผมจังหวัดราชบุรี เป็นมะพร้าวที่หอม หวาน และก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติชื่นชอบและประทับใจ เป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้เข้ามาสู่ประเทศ

ผมรู้สึกอยากจะทำไห้เกิดสิ่งดี ๆ อย่างต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์ของเรา เวลาส่งออกไปต่างประเทศ เทคโนโลยีเดิมเราจะมีอายุการเก็บได้เพียงแค่ 60 วัน เพราะว่ามันมีมีเรื่องของการเน่าเสีย Food waste ได้ง่าย ก็พยายามมองหาเทคโนโลยีที่มาตอบโจทย์ ว่าทำอย่างไรให้มะพร้าว เราเก็บได้นานขึ้น

ได้มีโอกาสคุยกับทางทีม SCG มีนักวิจัยที่มาช่วยพัฒนา ทำให้เราได้มารู้จักเทคโนโลยีที่เขาเรียกว่า OptiBreath เป็นสิ่งที่ดีมาก ช่วยให้เราเก็บมะพร้าวของเราได้ยาวนานขึ้นและยังมีรสชาติที่ดี ช่วยลด Food waste ได้มากเพราะสามารถเก็บบนเชลฟ์ได้อย่างยาวขึ้น เพิ่มโอกาสทางการขายได้อย่างมากขึ้น 

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะครับ ว่าถุงธรรมดาจะสามารถขยายอายุการเก็บสินค้าได้ เราทำงานวิจัยร่วมกันยาวนาน ใช้เวลาอีกเป็นปี ๆ วิจัยและพัฒนาร่วมกันเป็นเวอร์ชั่นสอง เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ดี เก็บได้ยาวนานขึ้น ตรงกับความต้องการของตลาด

ในอนาคตผมอยากได้ OptiBreath  บวก เพื่อให้ตอบโจทย์กับสังคมอย่างแท้จริง ทำให้การขายทางตลาดโลกเป็นไปได้ Bio–Degradable ที่ลด Waste อย่างแท้จริง 

ถ้าเทคโนโลยีตัวนี้สามารถช่วยให้การขายในตลาดโลกเป็นไปได้อย่างดีมาก ก็คือว่าโลกเราในปัจจุบันนี้เจอปัญหาเรื่องของโลจิสติกส์ที่หนักมากเลย เพราะว่ายุคโควิดอะไรก็เปลี่ยนไปทำให้ระยะเวลาการขนส่งสินค้ายาวนานขึ้น ทำให้โอกาสในการขายน้อยลง โอกาส On shelf ก็สั้นลง เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีตรงนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ ณ วันนี้

ผมเริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกรคนหนึ่ง พัฒนาตนเองจนก้าวมาเป็นผู้ส่งออกส่งสินค้าไปยังตลาดทั่วโลก ผมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่างมากเพราะเทคโนโลยีสามารถพัฒนาสินค้า พัฒนาตลาด ที่สำคัญที่สุดช่วยลดโลกของเราช่วยลดขยะ Food waste ของเราทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น” 

(ภาพ : SCG)

เสกสรรค์ พรชนันทกุล 

เด็กนักเรียน กับชีวิตเฉดกรีนรีไซเคิล

“ถุงนม แต่สำหรับผมมันคือคือสิ่งที่พิเศษมาก ในอดีตเจ้าถุงนมมันสร้างปัญหาให้พวกผมอย่างมาก มันส่งกลิ่นเหม็นไปในห้องเรียน ทำให้นักเรียนไม่มีสติในการเรียน ทำให้โรงเรียนไม่น่าอยู่ด้วยพวกเราจึงได้นำปัญหาไปปรึกษาคณะครู จนเจอทางออก โรงเรียนของเราได้เข้าร่วมแก้ไขปัญหานี้กับบริษัท SCG Chemicals ภายใต้ชื่อโครงการชุมชนไร้ขยะ เป็นการร่วมกันการจัดการขยะตั้งแต่ บ้าน วัด โรงเรียน 

(ปัญหาขยะที่สำคัญที่สุดในโรงเรียนเลยก็คือเรื่องของถุงนมโรงเรียนที่มีการบริโภคทุกวัน ทางไปทางเดียวของขยะถุงนมโรงเรียนเหล่านี้ ก็คือเป็นการรวบรวมขยะเทศบาล ส่งไปที่บ่อฝังกลบ ขยะถุงนมนี้จริง ๆ แล้วมันก็คือพลาสติกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า LLDPE สามารถขึ้นรูปหลอมไปกลับไปกลับมาขึ้นรูปซ้ำแล้วนำไปใช้ประโยชน์แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มได้)

ตอนพักเที่ยง หรือตอนกลางวัน พวกเราจะรวบรวมถุงนมที่นักเรียนดื่มกันเป็นปริมาณมาก ในแต่ละวัน มาตัด ล้าง แล้วตาก เสร็จ เราจะรวบรวมอีกทีส่งไปยังบริษัท SCG  chemical ให้พวกพี่ ๆ รีไซเคิลมาเป็นเก้าอี้ กระถางต้นไม้ด้วย

รู้สึกดีใจมากเลยครับ เวลาแขกที่มาเยี่ยม เขามักจะบอกว่าเก้าอี้นี้สามารถใช้ได้จริง แข็งแรง และใช้ได้นาน และยังเพิ่มมูลค่าถุงนมให้กลายเป็นเก้าอี้แบบนี้ได้ด้วย ทำให้ขยะในโรงเรียนผมลดได้เป็นจำนวนมาก”

(ภาพ : SCG)

วิโรจน์ คำนนท์ 

บ่าวลำปาง กับชีวิตกรีนเฉดฝายและป่า 

“ผมโตมาในชุมชน ตำบลบ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นกับชุมชน ในอดีตเราต้องเจอปัญหาเรื่องภัยแล้ง ทำการเกษตรได้แค่ปีละครั้ง แต่ช่วงฤดูฝน ก็เจอน้ำหลากที่ท่วมพื้นที่เกษตร ไม่มีความพอดี ไม่ขาดก็เกิน 

พอถึงฤดูแล้งก็แล้งจนไม่มีน้ำ พอถึงฤดูฝนเราก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ จนทำให้เกิดความแห้งแล้งและเกิดเรื่องปัญหาไฟป่าที่เกิดเป็น 100 ครั้งต่อปี จนทำให้พื้นที่บริเวณป่าชุมชนของเราเป็นพื้นที่กลายเป็นสีน้ำตาล ชุมชนขาดรายได้ ไม่สามารถหาเงินมาหล่อเลี้ยงดำรงชีพของตัวเองได้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่แล้วก็คนหนุ่มสาวต้องออกไปทำงานข้างนอก 

จนกระทั่งได้มีทาง SCG ปูนลำปาง ได้ให้องค์ความรู้กับชุมชนในการบริหารจัดการน้ำ และก็ร่วมกันฟื้นฟูอนุรักษ์ป่า และได้ชวนชุมชนหลายชุมชนทำฝายชะลอน้ำ ฝายนะครับเป็นตัวที่ดักตะกอนและสามารถ กักเก็บน้ำ อุ้มน้ำให้อยู่ในพื้นที่ป่าและลำห้วยให้ได้นานที่สุด  

พอมีฝายป่าไม้ของเราที่เป็นสีน้ำตาล ก็เริ่มกลายเป็นสีเขียว จนทำให้ป่าไม้ของเราเริ่มอุดมสมบูรณ์ คนที่ทำงานข้างนอกก็เริ่มกลับมาทำงานในชุมชน ปัจจุบันนะครับชุมชนของเราเริ่มได้ทำการต่อยอด ในการบริหารจัดการน้ำ โดยการมีแนวคิดที่จะสร้างแหล่งเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บในฤดูฝนเพื่อให้มาใช้ในช่วงฤดูแล้ง 

จากนั้นนะครับชุมชนของเรามีโครงการดี ๆ มากมาย โครงการสระพวง แก้มลิง สต๊อปล็อกฝายใต้ทราย วังเก็บน้ำ และรวมถึงการสร้างบ่อพลวงคอนกรีต และกระจายสู่พื้นที่การเกษตรด้วยการวางท่อระบบ HDPD ชุมชนของเรา 

ในเมื่อป่าดี น้ำดี คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนก็ดีขึ้นตามลำดับ ชุมชนมีน้ำก็เริ่มทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชุมชนเริ่มทำเกษตรปราณีต ได้มีทำเมล็ดพันธุ์ สามารถทำเงินให้ชุมชนได้เป็นหลัก 10-20 ล้านที่เข้ามาในชุมชน เราเห็นว่าชุมชนเราเริ่มมีรายได้มีเศรษฐกิจที่ดี คนที่อยู่ไปทำงานข้างนอกก็เริ่มกลับมา มาต่อยอดมาทำอาชีพต่อยอดจากพ่อแม่และผู้เฒ่าผู้แก่”

กชกร วรอาคม 

ภูมิสภาปนิก กับชีวิตเฉดกรีนโกลบอล

“กช เป็นภูมิสถาปนิกค่ะ เพิ่งกลับมาจากงาน Cop 26 ซึ่งยากมากเลยนะคะ สำหรับคนที่ไม่มีบทบาทททางการเมือง หรือไม่มีตำแหน่งใด ๆ อะไรในชีวิตเลยที่จะไปในงานนั้น พอดีโชคดีที่ได้รางวัลจากสหประชาติในการคิดนวัตกรรมในการให้เมือง resilient หรือว่ายืดหยุ่น สภาวะโลกรวนได้มากขึ้น (รางวัลด้านการออกแบบ UNFCCC Global Climate Action Award 2020)

กชเป็นตัวแทนของ IFLA ก็คือสหพันธ์ภูมิสถาปนิกโลก เป็นตัวแทนสำหรับประเทศ77ประเทศ 70,000 กว่าภูมิสถาปนิกรอบโลก ร่วมกับสมาพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น American Association of Architects Australia แล้วก็หลาย ๆ ประเทศรวมกันเพื่อประกาศใน Cop 26 ว่าเราในฐานะที่ทำให้เมืองหน้าตาเป็นแบบนี้จะช่วยกันทำให้โลกไม่ไปแตะอุณหภูมิที่ 1.5 และจะทำให้เป็น Net Zero ภายในปี 2040 

กรุงเทพมหานครบ้านเกิดของเรา เราไม่มีเวลาแล้วสิ่งที่มาพูดนี่คือ  Race Resilienceคือเราต้องแข่งกันเพื่อที่จะยุติ วิกฤตของ climate change ตรงนี้ 

โดยไม่รู้ตัวนะคะถูกตัดคลิปอันนึงเป็นพิธีเปิดของ COP ใช้ speech ของท่านเซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ ที่กำลังพูดต่อหน้าผู้นำโลก บอกว่าทุกคนมี journey ของประเทศ แต่ยังไม่มีประเทศไหนที่จะไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าจะพัฒนาแล้ว หรือว่าพัฒนาอยู่ หรือด้อยพัฒนา แต่ทุกคนมี journey ที่จะไปตรงนั้น 

ในฐานะภูมิสถาปานิก เราสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายผ่านเครื่องมือที่เรามี ก็คืออุทยานจุฬาร้อยปี ธรรมศาตร์ที่ลอกเลียนมาจากนาขั้นบันได เพื่อที่จะสร้างตึกที่พูดถึงเรื่องอาหารสร้างตึกเรื่องพลังงานสะอาด สร้างตึกที่สอนคนรุ่นใหม่ว่าอาหารที่ดีมันคืออะไร ภูมิใจมาก ทั้งสองงานนี้ คืองานที่เป็นของมหาวิทยาลัยสร้างคนรุ่นใหม่ ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าเราทำได้ และก็มีโครงการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจริง ๆ ได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะ SCG ด้วยในการที่จะสร้างนวัตกรรมพอดี ดีไซน์มันไปก่อนแล้ว แต่ว่าเรายังขาดวัสดุที่เราจะมาพัฒนา 

ล่าสุดที่คลองช่องนนทรี กรุงเทพมีคลอง 2000 กว่าคลอง ถูกคิดเป็นที่ระบายน้ำเสียทั้งหมด ทำไมเราถึงไม่สามารถใช้คลองเหล่านี้เป็นพื้นที่สาธารณะได้ ก็ได้นวัตกรรม SCG มาช่วยทำให้ Waste ของคอนกรีตมันเหลือน้อยที่สุด

ความรู้สึกใน Experience ของ COP กับคำถาม Can We end climate crisis in this Generation? ภาพหน้ากช ที่ถูกฉายไปในอาคารหลักที่ประชุม Cop Armadillo ที่กลาสโกว์ มองภาพเราเลยรู้สึกว่าจริง ๆ ว่าผู้คนที่อยู่ในตึกนั้นกำลังช่วยกัน แต่เรารอพวกเขาไม่ได้หรอก Action ที่อยู่นอกตึกมันอีกเยอะ และมันสำคัญมาก คำว่า Generation นี้ ทุกคนที่กำลังจะหายใจร่วมกันอยู่ในตอนนี้ ก่อนที่ประเทศ กรุงเทพฯจะหายไปบางส่วนในแผนที่ Can We End Climate Crisis in This Generation? คำตอบอยู่ที่พวกเราทุกคน”

 

หมายเหตุ รายงานข่าวชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจาก SCG และเนื้อหาปรับปรุงจาก SCG Inspiration Talk เมื่อ 8 ธ.ค. 2564