ส่องเนื้อใน นโยบาย“รักษ์โลก” SCG 

“จริงจัง” หรือแค่ “สร้างภาพ” คำถามจากคนจำนวนไม่น้อยต่อการประกาศนโยบายใหม่ที่มุ่งทิศ “รักษ์โลก” ของกลุ่มธุรกิจยักษ์อุตสาหกรรมอย่าง SGC ในวาระครบรอบวันเกิด 109 ปีเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยสโลแกน “SCG ESG Pathway เริ่มด้วยกัน เพื่อเรา เพื่อโลก”

หลายคนฟันธงว่า “ก็แค่อีกการสร้างภาพของอีกกลุ่มบริษัท” ขณะที่หลายคนลุ้นให้คำประกาศนี้เป็นจริง เพราะนั่นจะหมายถึงโอกาสที่มากขึ้นของแนวคิด “ธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ” ที่ถูกค่อนแคะว่าเป็น “ฝันกลางทุ่งลาเวนเดอร์” กำลังจะเป็นจริง อย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทย

ก่อนจะตัดสินหรือมีความเห็นใด ๆ ลองฟัง 7 ผู้บริหารที่กุมบังเหียน SCG ณ วันนี้ พูดถึงเรื่องนี้ อาจจะพอช่วยทำให้นึกภาพออกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ “ควรให้ค่าแค่ไหน” หรืออาจกระทั่งได้คำตอบต่อคำถามข้างต้น 

 

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส (ภาพ : SCG)

“คือความจำเป็นทางธุรกิจ ที่ต้องลงทุนปีละหมื่นล้าน” รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส 

“เดือนที่แล้วผมมีโอกาสไป COP26 ที่กลาสโกว์ แต่ก่อนไปมีอยู่สักอาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนหน้านั้น ได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยง เป็นงานเลี้ยงจัดโดยทูต ผู้นำประเทศของ EU พอบอก EU ผมก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นและเพราะ EU เป็นกลุ่มประเทศที่ให้ความสำคัญมากกับเรื่องของภาวะโลกร้อน

ตอนที่เดินไปทานข้าว ก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามว่า SCG ก็มีชื่อเสียงมากในเมืองไทย ก็ดีอยู่แล้วนี่ ต้องมาทำเรื่องโลกร้อนทำไปทำไม ผมก็อึกอัก ๆ ไม่แน่ใจว่าคำถามมาแบบนี้เป็นคำถามแบบไหน เป็นหลุมพรางหรือเปล่า ผมตอบไปอย่างนี้

อันแรก SCG มีธุรกิจกว่าครึ่งตอนนี้ ที่เป็นธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศ มีการค้าขายมีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ โลกให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ปัญหาโลกร้อน ถ้าเราไม่เข้าไปมีบทบาทอย่างจริงจังในเรื่องนี้ เราไม่มีที่ยืนในเรื่องของธุรกิจที่เราจะต้องอยู่อย่างนี้ได้ 

แต่ข้อที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง SCG เราอยู่ในเมืองไทย อยู่ในอาเซียน เรามีหน้าที่ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของโลก เราปฎิเสธไม่ได้ SCG เป็นบริษัทอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เข้าไปมีส่วนร่วมของการแก้ปัญหาอันนี้ 

เรื่องของ ESG ถือว่าเป็นเรื่องการจัดการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งทุก ๆ คนในโลกให้ความสนใจมากขึ้น แม้กระทั่งนักลงทุน ภาคสถาบันการเงิน ภาครัฐทุก ๆ ประเทศ คำว่า E คือเรื่องของ Environment  หรือเรื่องสิ่งแวดล้อม S คือเรื่องของสังคม G หรือ Governance หรือการกำกับดูแลที่ดี 

SCG ขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการเอา ESG เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจของเรา เรามีหลักเรียกว่า 4 Plus อันแรก เรื่องของ Net Zero ซึ่งเรากำหนดเป้าชัดเจนภายในปี 2050 อันที่สอง Go green อันที่สาม เราใช้คำพูดว่า lean เหลื่อมล้ำ หรือพูดง่าย ๆ คือลดความเหลื่อมล้ำ อันที่สี่ คือเรื่องของความร่วมมือ ท้ายที่สุด คือเรื่องของ Governance หรือเราใช้คำว่าเป็นธรรม โปร่งใส  

ถ้าลงรายละเอียด net Zero 2050 เป้าขั้นเบื้องต้น ก็คือ 2030 ลดลงให้ได้อย่างน้อย 20% ในตัวเลขที่เป็น absolute ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้พลังงานที่สะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้พลังงานให้น้อยลง การลงทุนไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี หรือเรื่องของการใช้ทรัพยากรให้มีคุณภาพ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องของการที่สร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มเติม จากปัจจุบันซึ่งเราทำไปกว่าแสนกว่าฝาย การปลูกต้นไม้ การทำป่าให้มีความสมบูรณ์ขึ้น อันนี้คือเรื่องแรก 

เรื่องที่สองคือ GO Green หลักๆ จริง ๆ ก็คือว่า ผลิตสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น เป็นมิตรมากขึ้น ลดการใช้คาร์บอนมากขึ้น ลงทุนสร้างแพลตฟอร์มเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สร้างแพลตฟอร์มในเรื่องการใช้พลังงานอย่างสะอาดหรือ EV

ซึ่งตรงนี้ทั้งข้อแรกทั้งเรื่องของ Net Zero และเรื่องของ Go Green เราตั้งเป้าว่าสักประมาณ 7-8 ปีข้างหน้าจนถึงประมาณปี 2030 จะใช้เงินลงทุนทั้งสองข้อประมาณ 7 หมื่นล้าน หรือปีนึงประมาณหมื่นล้าน 

ส่วนเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ เราตั้งเป้านะครับภายใต้ปี 2025 อยากจะ Re-Skill Retrain SME ที่ทำงานกับเราให้ได้อย่างน้อย 2 หมื่นราย ส่วนเรื่องของความร่วมมือ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของภาคธุรกิจเองภาคอุตสาหกรรมเอง แม้กระทั่งความร่วมมือสถาบันวิจัยต่าง ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือกับภาครัฐ ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทย ทั่วทั้งโลกที่เราอยู่ 

ท้ายที่สุดที่ผมเชื่อมั่นที่สุด คือการสร้างความเชื่อมั่นเป็นธรรม และโปร่งใส อันนี้จะเป็นบรรทัดฐานของ SCG ในการทำงาน ทั้งในอดีตที่ผ่านมา และในอนาคต ปัญหาเรื่องของโลกร้อน ความเหลื่อมล้ำ เรื่องของรายได้ การที่โลกเราสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติทุกวัน ทั้ง 3 ปัญหาเป็นปัญหาของโลกซึ่งเราทุกคนต้องเจอ อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำให้โลกเราน่าอยู่มากขึ้น เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อที่จะส่งมอบโลกที่น่าอยู่ที่สดใสให้กับลูกหลานของเรา ให้กับ Next Generation ของเรา เพื่อเรา และเพื่อโลกที่ยั่งยืน” รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจีกล่าว

นิธิ ภัทรโชค (ภาพ : SCG)

“เพิ่มนวัตกรรมสีเขียว 2 เท่าใน 5 ปี” นิธิ ภัทรโชค 

“SCG ทำนวัตกรรมมามายาวนาน ว่าในระยะหลายปีมานี้ นวัตกรรมที่เรามุ่งก็คือเป็นนวัตกรรมสีเขียว หรือสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมรักษโลก เราได้ออกนวัตกรรม SCG Green Choice เป็นทางเลือกผู้บริโภคที่รักษ์โลกสามารถใช้ได้ 

ขอยกสักสองสามนวัตกรรมเพื่อเป็นตัวอย่าง นวัตกรรมแรกก็คือ SCG Sola Roof ซึ่งทำออกมาเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานลดการใช้พลังงานฟอสซิล 

นวัตกรรมที่สองที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือ Active AIR Quality ซึ่งทางเราได้ใช้ระบบที่ หนึ่งแน่นอนช่วยลดพลังงงาน สองทำให้อากาศบริสุทธิ์ ไร้ PM 2.5 สาม สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ออกมาได้ด้วย อันนี้เป็นอันใหม่ที่พึ่งออกมา 

อันที่สาม ขอยกตัวอย่างนวัตกรรมสุขภัณฑ์ เป็นสุขภัณฑ์ที่เรียกว่าประหยัดน้ำ ลดการใช้ทรัพยากร และเป็นนวัตกรรมที่เราสามารถที่จะเรียกว่าไร้การสัมผัส Touchless เพื่อสุขอนามัยของผู้ใช้ ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า SCG เรามีความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่จะสร้างนวัตกรรม 

เราตั้งเป้าหมายกันใน SCG ซีเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างว่า เราจะเพิ่มนวัตกรรมขึ้นเป็น  2 เท่าภายใน 5 ปีนี้ ทั้งสินค้าและบริการ 

เราทำนวัตกรรมที่เป็นสังคมและธุรกิจด้วย โดยออกแพลตฟอร์มที่เรียกว่า “คิวช่าง” ซึ่งแพลตฟอร์มอันนี้ เราได้เทรนด์ช่างที่มีฝีมือ ตอนนี้มีประมาณ 1,000 รายขึ้นแพลตฟอร์มนี้ และก็ส่งมอบสินค้าและบริการ ก็คือเอามาทำงานให้เซิฟทางเจ้าของบ้าน สิ่งที่เจ้าของบ้านได้คือจะได้ช่างที่ไว้ใจได้มีคุณภาพที่เราเทรนด์มา สิ่งที่ช่างได้ก็คือได้อาชีพ ได้รายได้ที่มั่นคง เราก็จะขยายเป็นพันเป็นหมื่นรายเพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืน

สุดท้ายที่ผมอยากจะกล่าวถึง เรามีพันธมิตรเศรษฐหมุนเวียนของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เราเรียกกันว่า CECI (Circular Economy for Construction Industry) เป็นนวัตกรรมด้านความร่วมมือให้พันธมิตรที่เราได้ริเริ่มสร้างขึ้น และเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญ ” นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าว

ชนะ ภูมี (ภาพ : SCG)

“ปูนไฮบริดช่วยลดโลกร้อน 6 แสนตันต่อปี” ชนะ ภูมี 

“ธุรกิจซีเมนต์ กับ Green Solution เรามี commitment นะครับ เราได้มี Product Innovation ที่เรียกว่า ปูน Hybrid Cement ที่จะสามารถลดโลกร้อนปีละ 6 แสนตันต่อปี เป็นนวัตกรรม Materials Science  

สำหรับตัว CPAC เราได้นำเทคโนโลยี 3D D ที่ 1 ก็คือ 3D Printing ที่อาจารย์กรุณาให้เราได้ไปทำที่คลองที่กรุงเทพ ตัวที่ 2 คือD โดรน ติดเซ็นเซอร์สามารถที่จะทำคอนทัวร์ การ construction management ได้ทั้งหมด 

ตัวที่ 3 Digital construction หลายคนอาจจะคุ้นเคยในชื่อว่า BIM (Building Information management) เราทำเพื่อจะเทิร์น Waste To Value สู่ ECO ทุกคนทางธุรกิจของเราเองก็พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการที่จะก้าวสู่ Green Construction เพื่อการพัฒนา และการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” ชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ Coment และ Construction solution Business ธุรกิจซีเมนตืและผลิตภัณฑ์ ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าว

ธนวงษ์ อารีรัชชกุล (ภาพ : SCG)

“พอลิเมอร์สีเขียว 200,000 ตันในสี่ปี” ธนวงษ์ อารีรัชชกุล 

“เอสซีจี เคมีคอลล์ เรามุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่การเป็นธุรกิจปิโตเคมีเพื่อความยั่งยืน เราจะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วย ESG ด้วยนวัตกรรมสินค้า บริการ แล้วก็ Solution ต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้า 

เรามีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Green Polymer เป้าหมายคือ 200,000 ตัน ภายในปี 2025 ตรงนี้นอกเหนือจากการที่จะเป็นการตอบโจทย์ธุรกิจ ก็เป็นการตอบโจทย์ลูกค้าที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นทิศทางที่เราจะขับเคลื่อน 

นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้สูงสุด ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เราก็จะมุ่งมั่นเต็มที่ นอกเหนือจากนี้ SCG CHEMICALS เรานำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต และ Supply Chain ทั้งหมดของเอสซีจี เคมีคอลล์ เพื่อเพิ่มประสิทิภาพในการทำงาน ประเด็นสำคัญ คือจะเป็นการลดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย 

ถ้ามองโดยภาพรวมทั้งหมด เราเชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาโลกร้อน คือโลกยั่งยืน ธุรกิจยั่งยืน” ธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมีคอลล์ กล่าว

วิชาญ จิตร์ภักดี (ภาพ : SCG)

“95% Recycle ธุรกิจบรรจุภัณฑ์” วิชาญ จิตร์ภักดี

“SCGP มุ่งมั่นในการที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคและโลกที่ยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับ ESG ซึ่งเป็นหัวใจหรือ DNA ในการทำธุรกิจ โดยเราให้ความสำคัญทั้ง 3 ด้าน สิ่งแวดล้อม เราใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy เข้ามาใช้ โดยเน้นเรื่องการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ Resource Recovery ปัจจุบันโปรดักส์ของเรามีปริมาณ Recycle Content เฉลี่ยที่ 95 เปอร์เซนต์ ในด้านของ Product  Life Extension เรามีนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุผักและผลไม้ เป็นสิ่งที่ทำให้ waest น้อยลง และ shelf life เพิ่มขึ้น

ในเรื่องของสังคม เราร่วมมือกับชุมชนและทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือชุมชนในการนำกลับทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ จนปัจจุบันต่อยอดเป็นชุมชนไร้ขยะ ที่เราเรียกว่าโครงการบ้านโป่งโมเดล ปัจจุบันมีทั้งหมด 183 ชุมชนที่เข้ามาร่วมทำการที่บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 

และที่สำคัญ ทุกท่านคงทราบว่าปีนี้ไทยเราอยู่ในช่วงโรคระบาดโควิด – 19 SCGP ได้รังสรรค์นวัตกรรมเตียงสนามกระดาษ SCGP โดยได้ร่วมมือกับมูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบเตียงสนามกระดาษให้กับชุมชนและสังคมไปมากกว่า 100,000 เตียง ในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย 

ในด้านของบริษัทภิบาล หรือ Governance เราให้ความสำคัญในเรื่องของการกำกับดูแลกิจการให้ยั่งยืน กรรมการเราเป็นผู้มีทรงวุฒิจากภายนอก บริหารงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ภายใต้การบริหารที่เป็นมืออาชีพ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสังคมที่น่าอยู่ คนที่มีคุณภาพ และโลกที่ยั่งยืน” วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสซีจีพี กล่าว

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การเงินและการลงทุน เอสซีจี (ภาพ : SCG)

“เปิดตัวธุรกิจพลังงานสะอาด Cleanergy” ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม

“เราเปิดตัวธุรกิจน้องใหม่ เรียกว่า Cleanergy มาจากคำว่า Clean Plus Energy คือ SCG จะมุ่งมั่นที่จะลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานสะอาดอื่น ๆ ซึ่งจะเป็น Pathway นำเราจะเข้าสู่ Net Zeroในปี 2050

SCG Cleanergy จะมีส่วนช่วยในการสร้างการเปลี่ยนแปลง transition ที่เราจะลดคาร์บอน ลดโลกร้อน 

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเน้นย้ำว่า SCG Commit ที่จะทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ไม่ใช่เฉพาะมาตราฐานของเราเองแต่ต้องเป็นมาตราฐานระดับโลก”  ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การเงินและการลงทุน เอสซีจี กล่าว

ยุทธนา เจียมตระการ (ภาพ : SCG)

“ลงทุน Deep Tech กักเก็บคาร์บอน” ยุทธนา เจียมตระการ

“SCG จะมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากร คน เพื่อสรรค์สร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ยิ่งไปกว่านั้น SCG จะเดินมุ่งหน้า Open Innovation และลงทุนอย่างต่อเนื่องใน Deep Tech Start-up  

เช่นเทคโนโลยีในการเคลือบผิวเพื่อใช้แทนวัสดุ เทคโนโลยีในการสร้างวัสดุคุณภาพสูงเพื่อใช้ในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการดูดกลับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก 

สิ่งเหล่านี้ทำเพื่อให้โลกที่ยั่งยืนส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ตามคำมั่นสัญญาของ SCG Passion for Better Environment” ยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าว

หมายเหตุ : การรายงานข่าวชิ้นนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก SCG