มุมคิด จากงานรำลึก 40 ปี พคท.

1.

งานรำลึกวีรชนผู้เสียชีวิตของสหายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ณ อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ประจำปีนี้ ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม และมีคนเดินทางไปร่วมจำนวนไม่มาก เนื่องจากวิกฤติโควิดระบาด ไม่มีการประชาสัมพันธ์ มีเพียงสหายจากในเมืองบางส่วน สหายในพื้นที่และลูกหลานของพวกเขาบางส่วนมาร่วมงาน 

สำหรับปีนี้ผมมีโอกาสเดินทางไปร่วมงานด้วย ตามคำชวนของสหายอี้ ซึ่งสมัยต่อสู้อยู่ในป่า สหายอี้เป็นคนม้งในพื้นที่เขตงานเขาค้อและเป็นแพทย์สนาม   

ผมเป็นคนรุ่นหลัง เกิดภายหลังจากการต่อสู้ยุติลงแล้ว ผมจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการต่อสู้ของ  พคท. แต่เมื่อปีที่ผ่านมา ผมได้มีส่วนร่วมจัดทำรายงานปัญหาสิทธิในที่ดินของกลุ่มที่เป็นเป้าหมายภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ผมเห็นว่าสมาชิก พคท. เป็นคนกลุ่มแรกๆ ของประเทศไทยภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปลดแอกจากอำนาจเผด็จการ

การไปครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ไปดูอนุสรณ์สถานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการระดมทุนของสมาชิก พคท. ตั้งอยู่บนภูพยัคฆ์ จังหวัดน่าน นอกจากนี้ก็ยังได้ขึ้นไปดูฐานที่มั่นสำนัก 708 ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลาง พคท. ปัจจุบันบันกระท่อมของลุงคำตัน หรือ พันโท พโยม จุลานนท์ เลขาธิการพรรคฯ และกระท่อมของลุงไฟ  หรือ อัศนี พลจันทร์ ผู้แต่งเพลงเดือนเพ็ญ ยังคงถูกซ่อมแซมและรักษาไว้

2.

จากการศึกษาและพูดคุยกับคนที่ได้เข้าร่วมต่อสู้กับทางการ ภายใต้อุดมการณ์ พคท. ทั้งจากเชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ตาก รวมทั้งการได้พูดคุยกับคนในพื้นที่จากการไปร่วมงานครั้งนี้ พวกเขาเหล่านั้นเล่าเหมือนกันทั้งหมดว่า สาเหตุที่ชาวบ้านในสมัยนั้นจำเป็นต้องจับปืนต่อสู้กับทางการ เพราะถูกเจ้าหน้าที่รัฐกดขี่ ขุดรีดภาษี บ่อยครั้งก็ถูกโจรที่เป็นเจ้าหน้าที่และผู้มีอิทธิพลจากพื้นราบขึ้นมาปล้น บางคนถูกยิงตาย หากต่อสู้ก็จะถูกใส่ความว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และที่สำคัญคือ ปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน 

สำหรับสมาชิกพรรคที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์  พวกเขาจับปืนต่อสู้ เป็นกำลังรบที่อยู่แนวหน้า เอาชีวิตเข้าแลกและซ่อนตัวอยู่ในป่า เป็นระยะเวลาร่วม 14 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2510 – 2523 ก็ด้วยอุดมการณ์ของพรรคฯ ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อทำให้พวกเขาและคนชนบทห่างไกล จะได้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกับคนในเมือง มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสิทธิในที่ดินและทรัพยากร

ดังนั้น จะเห็นว่าคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 จึงมีเป้าหมายหลักคือ ขจัดเหตุแห่งความไม่เป็นธรรม และในการเจรจายุติการสู้รบตามคำสั่งนี้ มีข้อตกลงที่สำคัญคือ การจัดสรรที่ดินทำกินและออกเอกสารสิทธิ์ให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ กอ.รมน. ก็ประกาศว่าสาเหตุที่คนชนบทเข้าร่วมกับ พคท. จับอาวุธต่อสู้กับทางการนั้น มีสาเหตุมาจากความคับแค้นใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

3.

มาถึงปัจจุบัน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วร่วม 40 ปี แต่ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคม การเลือกปฏิบัติทางชนชาติ การอุ้มชูชนชั้นกลางทอดทิ้งคนชนบทห่างไกล ยังคงไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้คุณภาพชีวิตระหว่างคนชนบทโดยเฉพาะคนบนพื้นที่สูงกับคนในเมืองมีความแตกต่างกันมาก ปัจจุบันเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือมีคนที่อยู่ในพื้นที่เป้าทั้งหมดประมาณ 2 แสนคน

สำหรับเรื่องสิทธิในที่ดินและฐานทรัพยากรนั้น แม้ข้อตกลงยุติการสู้รบจะกำหนดว่า ทางการจัดสรรที่ดินให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีปัญหาและฝ่ายรัฐไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลง กล่าวคือ ภายหลังจากที่ พคท. ออกมามอบตัวแล้ว รัฐเพียงได้จัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายบางส่วน สำหรับคนกลุ่มใหญ่ได้กลับไปอยู่อาศัยและทำกินยังภูมิลำเนาเดิม ในขณะที่บางส่วนยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินให้และยังคงรออยู่ 

อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนใหญ่จะมีที่ดินอยู่อาศัยและทำกินแล้ว แต่หน่วยงานรัฐไม่ได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายตามข้อตกลงให้ พวกเขายังคงครอบครองที่ดินอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่มีสถานะเป็นป่าตามกฎหมาย ซึ่งต่อมาหลายพื้นที่ถูกประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 

เช่น อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดตาก อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ คือ ตำบลเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 20,000 ไร่ ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้คือ บ้างพื้นที่ถูกตรวจยึดตามคำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่อง การทวงคืนผืนป่า 

ตามสองทางก่อนจะถึงภูพยัคฆ์ เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ลั๊วะ ที่ดินทำกินส่วนใหญ่ตามภูเขาลาดชันใช้ปลูกข้าวโพด มีการใช้ที่ดินทำอย่างอื่นๆ หรือปลูกพืชอย่างอื่นน้อยมาก ทั้งนี้เพราะไม่มีการพัฒนาที่ดินและระบบชลประทาน ไม่มีการส่งเสริมหรือสนับสนุนประชาชนอย่างจริงจัง ผู้คนยังต้องทำมาหากินแบบตามมีตามเกิด บางพื้นที่เกิดปัญหาที่ดินและป่าเสื่อมโทรม 

เมื่อเสร็จพิธีรำลึก ผมเดินทางต่อไปที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านคนม้งที่เคยเป็นฐานที่มั่นของ พคท. ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และถูกประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติล้อมรอบ ทั้งหมู่บ้านอยู่โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่สามารถทำถนนได้ ไม่สามารถจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนโดยรวมยังไม่ดี 

4.

สาเหตุสำคัญที่บีบให้คนชนบทโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง เข้าร่วมกับ พคท. จับปืนต่อสู้กับทางการ เอาชีวิตของตนเองเข้าแลก คือ ความไม่เป็นธรรมในการจัดการทรัพยากร โดยมีการเรียกเก็บภาษีที่ดิน ภาษีตอไม้ จับกุมชาวบ้านโดยกล่าวหาว่าบุกป่าแล้วเรียกค่าปรับ (ในทางปฏิบัติคือเรียกค่าไถ่)

นับจากปี พ.ศ. 2523 ถึงปัจจุบัน ผ่านไปแล้ว 40 ปี หลายๆ อย่างถูกพัฒนาไปบ้างแล้ว แต่ก็ทำแบบกะปริบกะปรอย ความเหลื่อมล้ำทางสังคมยังคงดำรงอยู่ ปัญหาสิทธิในที่ดินอยู่อาศัยและทำกินก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปรากฏการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อการต่อสู้ของประชาชนยุติลง ผู้มีอำนาจก็จะเลิกสนใจ บรรดาข้อตกลงต่างๆ ที่เคยทำไว้ ซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ก็ถูกทิ้งลงถังขยะ

สิทธิและเสรีภาพล้วนได้มาด้วยการต่อสู้ ผู้มีอำนาจจะไม่ยินยอมเอามาประเคนถึงหน้าบ้าน เว้นแต่พวกเขาได้รับผลประโยชน์ 

ผมคิดว่าลูกหลานของสมาชิก พคท. ในชุมชนชนบทห่างไกล ยังจะต้องต่อสู้เรียกร้องอีก เพื่อต่อรองสิทธิเสรีภาพและเอาการพัฒนาเข้าไป แต่ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปจนเราไม่อาจคิดถึงการต่อสู้ด้วยอาวุธและความรุนแรงแล้ว 

ในยุคสมัยใหม่มีเครื่องมือและวิธีการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นสันติวิธีและสังคมโลกยอมรับ แต่ที่สำคัญเหลือสิ่งอื่นใด คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องสวมจิตวิญญาณนักสู้ของวีรชนเหล่านั้น จิตวิญญาณของคนที่ไม่จำนนต่อความอยุติธรรม