“ค้านตั้งวราวุธดูแลบางกลอย” ภาคี Save บางกลอย แถลงกลางชุมนุมจะนะ

ประกาศกลางดึกคืนนี้ (9 ธ.ค. 2564) กลางเวทีชุมนุม “จะนะ” หน้ายูเอ็น ภาคี Save บางกลอยส่ง 7 ตัวแทนแถลงคัดค้านการแต่งตั้งรมว.ทส.วราวุธ ศิลปอาชา เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย ชี้ทั้งความคิดและการกระทำ ไม่เหมาะสม และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาชุมชนกกะเหรี่ยงบางกลอยในทางสันติและเคารพสิทธิมนุษยชน

(ภาพ : The Reporters)

เป็นคู่ขัดแย้ง-ไม่เคยฟังเสียงชาวบางกลอย

“​สืบเนื่องจากวันนี้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 331/2564 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังประธานคนเดิม ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากการดำรงตำแหน่ง ซึ่งปรากฏว่าได้แต่งตั้งให้ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำรงตำแหน่งประธาน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมนั้น

​ภาคี Save บางกลอย ห่วงกังวลต่อคำสั่งแต่งตั้งฉบับนี้ว่า อนาคตการแก้ไขปัญหาและความหวังบนเส้นทางกลับบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน จะเป็นอย่างไรต่อไปภายใต้เงื้อมมือรัฐมนตรีที่เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด รวมทั้งไม่เคยแม้แต่จะรับฟังเสียงแห่งความเจ็บปวด สิ้นหวังของพวกเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์” พชร คำชำนาญ อ่านแถลงการณ์

ทัศนคติเชิงลบต่อชนเผ่า

“​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ถูกแวดล้อมด้วยข้าราชการประจำกระทรวงฯ และนักการเมืองท้องถิ่นพรรคชาติไทยพัฒนา ได้แสดงท่าทีที่เป็นอุปสรรคต่อการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พี่น้องบางกลอยมาอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งการกล่าวว่าเรื่องประเด็นบางกลอยไม่ใช่เรื่องสิทธิมนุษยชน กล่าวหาว่ามีเอ็นจีโอปลุกปั่นให้ชาวบ้านกลับขึ้งไปถางป่า ยืนยันด้วยข้อมูลเท็จว่าชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว มีผู้เดือดร้อนเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ การกล่าวว่าประเทศไทยไม่มีชนเผ่าพื้นเมือง และการยิ้มหน้าชื่นตาบาน ยินดีกับการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก อันแลกมาด้วยเลือดและชีวิตของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ” 

 

วราวุธ ศิลปอาชา (แฟ้มภาพ : ทส.)

ออกกฏหมายจำกัดสิทธิมนุษยชนคนในเขตป่า

“​นอกจากนั้นยังปรากฏความพยายามของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีคนนี้ในการผลักดันร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ  พ.ศ. 2562 ที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิชุมชน จะเป็นการปิดตายประตูสู่การกลับคืนถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวบางกลอย รวมทั้งจะสร้างผลกระทบต่อชุมชนในเขตป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศกว่า 4 พันชุมชน ประชากรกว่า 10 ล้านคน”

อ้างคาร์บอนเครดิต แย่งยึดที่ดินในเขตป่าจากชาวบ้าน

“​ยังไม่นับรวมถึงการไปแถลงในเวที COP26 ตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่า อ้างคาร์บอนเครดิต แต่สุดท้ายมีแต่ความพยายามในการแย่งยึดที่ดินและทรัพยากรไปปลูกป่า ให้นายทุนฟอกเขียว สร้างโรงงาน ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ตามอำเภอใจ ในขณะความคับแค้นใจและหยาดน้ำตาของพี่น้องที่ไม่เคยแห้งเหือด” 

การบริหารสร้างความเดือดร้อน-ก่อความขัดแย้งชุมชนทั่วประเทศ

“​ท่ามกลางความเดือดร้อนแร้นแค้นของประชาชนทุกหย่อมหญ้าภายใต้รัฐบาลชุดนี้ มีรัฐมนตรีคนนี้เป็นอีกหนึ่งชนวนเหตุสำคัญแห่งความขัดแย้ง ไม่ใช่เพียงกรณีที่เกิดขึ้นกับชาวบางกลอย แต่ยังมีอีกหลายชุมชน หลายพื้นที่ของประชาชนในเขตป่าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเลือดเย็น 

เราจะยินยอมฝากความหวัง ฝากชีวิตทั้งชีวิตของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยไว้ในมือของรัฐมนตรีคนนี้ได้อย่างไร เมื่อหลากหลายโครงการรัฐขนาดใหญ่กำลังจะทับลงไปบนพื้นที่ฐานทรัพยากรของประชาชน นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เหมืองแร่อมก๋อย และอุโมงค์ผันน้ำยวม ในขณะที่ไม่มีท่าทีของรัฐมนตรีคนนี้ที่ออกมาแสดงออกปกป้องทรัพยากรของคนทั้งประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอ้างเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของคนทั้งประเทศในการจัดการกับประชาชนคนเล็กคนน้อยในพื้นที่เสมอมา” 

รับไม่ได้-เรียกร้องเปลี่ยนตัว-ประกาศร่วมสู้กับ “จะนะ”

“​พวกเราภาคี Save บางกลอย ในฐานะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์บ้านบางกลอย ขอประกาศว่า ไม่อาจยอมรับต่อคำสั่งแต่งตั้งนี้ และขอคัดค้านการให้รัฐมนตรีผู้ไร้วิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสรรพชีวิตในเขตป่าที่ต้องรวมถึงผู้คนด้วย มาบริหารคณะกรรมการที่เกิดขึ้นจากการผลักดันเรียกร้องของประชาชนผู้ทุกข์ร้อน และต้องมีการเปลี่ยนตัวประธานคนดังกล่าวโดยทันที 

ด้วยเหตุแห่งความไม่ชอบธรรมทั้งปวง และหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคำสั่ง พวกเราพร้อมจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ไปไล่รัฐมนตรีคนนี้ถึงที่ ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

​และในโอกาสนี้ หลังจากเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อผู้คนที่ถูกละเมิดสิทธิในที่ดินและทรัพยากร พวกเราขอประกาศเป็นแนวร่วมกับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และจะเข้าร่วมการเคลื่อนไหว #SAVEจะนะ ที่ทำเนียบรัฐบาลใน D-DAY วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคมนี้

คนต้องเท่ากัน ชาติพันธุ์ก็คือคน ประกาศ ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ณ หน้าสำนักงานองค์กาสหประชาชาติ” ตัวแทนภาคีฯ ประกาศ