กมธ.กฏหมาย เตรียมสอบ “สลายการชุมนุม-ละเมิดสิทธิโครงการนิคมจะนะ”

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เผยเตรียมตรวจสอบกรณีละเมิดสิทธิโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะและสลายการชุมนุมหน้าทำเนียบ 6 ธ.ค. ของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นยื่น หลังเครือข่ายฯ ยื่นร้องเรียนเช้าวันนี้ 

(ภาพ : เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น)

ยื่น กมธ. กฎหมาย สอบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (8 ธ.ค. 2564) เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นได้ส่งตัวแทนเดินทางไปรัฐสภา เพื่อร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณี “จะนะ” โดยยื่นผ่านประธาน กมธ.ฯ สิระ เจนจาคะ (ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ) และโฆษก กมธ.ฯ รังสิมันต์ โรม (ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล) 

“ขอให้ตรวจสอบการสลายการชุมนุม และละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีโครงการอุตสาหกรรมจะนะ

ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการชุมนุม และควบคุมตัวเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จำนวน 37 คน ที่หหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 6 ธันวาคม 2564 ที่เดินทางมาทวงคำสัญญาจากรัฐบาลที่เคยให้ไหว้เมื่อเดือนธันวาคม 2563 กรณีโครงการนิคมมอุตสาหกรรมจะนะ หลังจากนั้น ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับทุกคน ในขณะที่การแสดงออกดังกล่าวไม่ได้มีการสร้างความรุนแรงแต่ประการใด และถือว่าเป็นสิทธิโดยชอบที่รัฐบาลจะต้องเปิดพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง

พวกเราจึงขอร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

  1. ขอให้ตรวจสสอบการสลายกการชุมนุมในยามวิกาลพร้อมกับการแจ้งข้อหาดดำเนินคดีต่อชาวบ้านทั้ง 37 ราย ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฏหมาย หรือเกินกกว่าเหตุหรือไม่
  2. ขอให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานในโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่” ส่วนหนึ่งของจดหมายร้องเรียนระบุ (อ่าน จดหมายฉบับเต็ม)

“การมายื่นหนังสือมีข้อเรียกร้องคือขอให้ตรวจสอบการสลายการชุมนุมในยามวิกาล พร้อมกับการแจ้งความดำเนินคดีต่อชาวบ้านทั้ง 37 รายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและเกินกว่าเหตุหรือไม่

และขอให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานในโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบกับชาวบ้านจำนวนมาก รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมในโครงการทั้งหมดทุกขึ้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบการทำงานของ ศอ.บต.ว่าสมควรหรือไม่ที่ ศอ.บต.ซึ่งเป็นผู้ขัดแย้งกับชาวบ้านจะเป็นผู้ทำประชาพิจารณ์

สัญญาที่ให้ไว้กับชาวจะนะทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากที่ถูกหลอกมาเป็นปีๆ เชื่อว่ามีการทำ MOU ไม่ใช่แค่ที่จะนะที่เดียว พวกเราอยากจะให้ กมธ.มีการตรวจสอบอย่างถึงที่สุด” ไครียะห์ ระหมันยะ ตัวแทนเครือข่ายที่เข้ายื่นจดหมาย กล่าว

(ภาพ : เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น)

“ต้องตรวจสอบ ทั้งสองประเด็น” ประธาน กมธ.

“เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีเหตุอะไรต้องสลายการชุมนุม 

เท่าที่ทราบเป็นการชุมนุมที่ไม่มีอาวุธและชุมนุมอย่างสงบ เจ้าหน้าที่ใช้เกณฑ์อะไรบ่งบอกว่าการมานั่งชุมนุมที่ทำเนียบต้องสลายหรือไม่สลาย ต้องมีเสียงปรบมือ เสียงเชียร์ให้รัฐบาลใช่หรือไม่การชุมนุมถึงจะถูกกฎหมายการที่ชาวจะนะมาเรียกร้องเนื่องจากเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรจะสนับสนุนเขา 

ทั้งนี้ตั้งแต่เปลี่ยนผู้บังคับการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ท่านมีการปฏิบัติกับผู้ชุมนุมเด็ดขาดมากกว่าผู้บังคับการคนก่อน ต้องขอชื่นชม แต่ต้องไปดูเรื่องกฎหมายการสลายการชุมนุมมีขั้นตอนการดำเนินการหรือไม่

กมธ.จะมีการพิจารณา 2 ประเด็น คือตรวจสอบการใช้กฎหมายของตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรมจะนะว่าเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนหรือไม่ 

แม้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะให้ ศอ.บต.ทำประชาพิจารณ์ แต่ก็ต้องฟังเสียงส่วนน้อยคนที่คัดค้านเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งขณะนี้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐ เราจะทำอย่างไรจึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับประชาชนและรัฐไปด้วยกันได้ ทั้งนี้กมธ.จะมีการลงพื้นที่ว่าการทำประชาพิจารณ์เพื่อก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าอย่าไปเอาผิดผู้ชุมนุม อยากให้ดูเจตนาของชาวบ้านว่ามาทำอะไร ไม่มีเรื่องการเมือง หรือโจมตีรัฐบาลแค่มาถามสิทธิ 

อย่างไรก็ตาม หาก กมธ.กฎหมายฯมีการประชุมตรงกับ กมธ.ตำรวจ อาจมีการประสานให้มีการประชุมร่วม โดยให้ประธานสภาเป็นคนตัดสินว่าจะประชุมเมื่อไร ให้ กมธ.ใดเป็นเจ้าภาพในการประชุม ส่วนผู้ที่จะเชิญมาชี้แจงจะเป็น ผบช.น.และ ผบ.ตร. ซึ่งอยากจะหารือเรื่องนโยบายการปฏิบัติการใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม และอยากให้ชี้แจงกับสังคมว่าการชุมนุมแบบไหนที่จะต้องมีการสลายการชุมนุม” ประธาน กมธ สิระ กล่าว

(ภาพ : เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น)

“ไม่ควรเกิดขึ้น น่าผิดหวัง” โฆษกกมธ.

“กมธ.มีการติดตามเรื่องนี้ และได้เห็นปรากฏการณ์หลายอย่างและต้องยอมรับว่าน่าผิดหวังในวันที่มีการสลายการชุมนุม ซึ่งหวังว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ และหวังว่าชาวจะนะที่ถูกควบคุมตัวจะไม่ถูกดำเนินคดี โดยอาจถูกกันให้เป็นพยานหรือพูดคุยกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและทางออกระยะยาว แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้รับสิ่งนั้นและทำให้ประชาชนที่มีเรียกร้องเรื่องนี้ถูกดำเนินคดี โดยหลังจากนี้จะต้องเสียเวลามาขึ้นโรงขึ้นศาล โดยวันที่ 20 ธันวาคมนี้จะต้องมารายงานตัวเป็นครั้งแรก

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวจะนะออกมาเรียกร้องให้รักษาสัญญา คิดว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดในการแก้ปัญหา เพราะสามารถสร้างกระบวนการในการพูดคุยกันได้ แต่กระบวนการพูดคุยยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดการสลายการชุมนุมแล้ว

เรามีความจริงจัง ไม่อยากเห็นการสลายการชุมนุนมเช่นนี้เกิดขึ้น และรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งผมได้คุยกับคุณสิระและเห็นตรงกันว่าควรจะทำอะไรบางอย่าง และไม่สามารถปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจตามอำเภอใจในการสร้างความรุนแรงกับประชาชน 

การรวมตัวกันของประชาชน 40-50 คนนี้ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร ฉะนั้น เมื่อการควบคุมการชุมนุมที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล กมธ.จึงมีความจำเป็นต้องทำหน้าที่เรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน รวมถึงผู้บังคับบัญชามาพูดคุย และหาทางออกว่าจะมีแนวทางป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร” รังสิมันต์กล่าว