“ปลาหน้าวัด” โมเดลใหม่รับมือผลกระทบประมงจากโขงผันผวน-เขื่อนโขงอีสาน

เครือข่ายคนลุ่มโขงอีสานเดินหน้าโครงการนำร่องโมเดล “ปลาหน้าวัด” เพื่อบรรเทาปัญหาประมงจากวิกฤตโขงผันผวน-เขื่อนโขง จับมือกรมประมง-อบจ.-วัด-ประชาชน จัดผ้าป่าระดมตั้ง “กองทุนปลาหน้าวัด” หวังเพิ่มจำนวนและชนิดปลาป้อนแม่น้ำโขง-น้ำสาขา ระหว่างเจรจามาตรการระยะยาวกับรัฐบาล

การทำบุญเป็นแนวทางหนึ่งที่เชื่อมโยงงานอนุรักษ์พันธุ์ปลากับชุมชน (ภาพ: คสข.)

เริ่มที่หนองคาย

กรมประมงและเครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงอีสาน 7 จังหวัด “ร่วมกันเยียวยา ไม่ทิ้งปลาไว้ข้างหลัง” รุกสร้างโมเดลนำร่อง จัดตั้งกองทุนปลาหน้าวัด โดยเริ่มที่หนองคายเป็นที่แรก

เช้าวันที่ 18 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ณ วัดหายโศก ตำบลสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธาน​ในงานทอดผ้าป่าออนไลน์เพื่อจัดตั้งกองทุนปลาหน้าวัด พร้อมด้วย​ เจ้าหน้าที่กรมประมง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย นายอำเภอสังคม เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผู้แทนสมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.)  ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน 7 จังหวัด และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 150 คน ได้ร่วมกันจัดทำ “โครงการกองทุนปลาหน้าวัด” โดยระดมทุนทำบุญผ้าป่า ได้ยอดเงินบริจาคกว่า 200,000 บาท  

กรมประมงได้มอบอุปกรณ์ชุดเพาะฟักเคลื่อนที่ (Mobile Hatchery) แก่ชาวประมงแม่น้ำโขง ทำการปล่อยพันธุ์ปลาพื้นถิ่นลงสู่แม่น้ำ โขง จำนวน 300,000 ตัว อาทิ ปลาสวาย ปลาตะเพียนขาว ปลากระโห้ ปลาสร้อยขาว ปลากาดำ ปลาโมง และ ปลาบ้า โดยเงินรายได้จากกองบุญส่วนหนึ่งจะสมทบเข้ากองทุนสำหรับจัดหาอาหารปลาเพื่อความต่อเนื่องของโครงการ

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมการปล่อยปลาออนไลน์  และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนลูกหลานชาวประมงแม่น้ำโขง 40 ทุน ทุนละ 500 บาท มอบอุปกรณ์ ตลอดจนการจัดเวทีเสวนา “ร่วมกันเยียวยา ไม่ทิ้งปลาไว้ข้างหลัง” ในประเด็น  “บทบาทหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน ประชาสังคมในการฟื้นฟูระบบนิเวศแม่น้ำโขง” และเผยแพร่ผ่านเฟสบุคไลฟ์ของศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคอีสาน 

ตัวแทนหลากหลายร่วมเสวนา “ไม่ทิ้งปลา ไว้ข้างหลัง” (ภาพ: คสข.)

ฟื้นฟูปลา-แม่น้ำ ด้วยเขตอภัยทานหน้าวัด

อ้อมบุญ ทิพย์สุนา เลขาธิการ สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมนี้ว่า เกิดจากสถานการณ์ปัญหาแม่น้ำ โขงที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำ ทั้งในประเทศจีนและลาว ส่งผลให้เกิดผลกระทบข้ามพรมแดนต่อประเทศท้ายน้ำ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสะสมมาอย่างยาวนาน 

การแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย ที่ทางคสข.ได้ดำเนินการเสนอมาตรการไปยังรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 7 ข้อ อยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกับทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกระทรวงการต่างประเทศ และที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องคือการดำเนินงานจัดทำแผนพัฒนาด้านการประมงและการเกษตรปี 2566-2570 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในลุ่มน้ำโขงไทย ภายใต้ภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“โครงการบุญผ้าป่าเพื่อกองทุนบ้านปลาหน้าวัดเป็นหนึ่งรูปธรรมการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบและร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ชุมชน ประชาสังคม ด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อจัดหาอาหารปลา ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการสร้างบ้านปลา กำหนดเขตอภัยทานหน้าวัดตามที่ชุมชนเห็นร่วมกัน” อ้อมบุญกล่าว

“การดำเนินงานในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาในมิติใหม่ ที่ภาครัฐให้ความสนใจ ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งโครงการยังมุ่ง หวังที่จะขับเคลื่อนไปสู่พื้นที่วัดอื่นๆ ตลอดลำน้ำโขง” พระอธิการพิทักษ์ชัย จารุธัมโม เจ้าอาวาสวัดหายโศก ต.สังคม หนึ่งในวัดนำร่องเขตอนุรักษ์ปลา เล่า

กิจกรรมปล่อยปลาในเขตอนุรักษ์ปลาหน้าวัดแม่น้ำโขง (ภาพ: คสข.)

สัญญาณบวก เตรียมขยายความร่วมมือ

“เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมมาก และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ยินดีให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนทั้งเครื่อง อุปกรณ์ และงบประมาณ การส่งเสริมอาชีพทั้งผ่านกลุ่มเกษตรกร และจะหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วเสร็จ เพื่อจัดทำแผนสนับสนุนพื้นที่ที่พร้อมต่อไป” ดร.สมเกียรติ ตระกูลฟาร์มธวัช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าว

ด้านชุมชน อำนาจ ไตรจักร ประธานองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงจังหวัดนครพนม กล่าวว่า “เสนอให้บรรจุแผนโมเดลนี้ไว้ในแผนงานที่กำลังดำเนินการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และขอให้หน่วยงานช่วยประสานกลไก 2 ฝั่งโขงเพื่อขับเคลื่อนโครงการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับชุมชนต่อชุมชน และขยายระดับต่อไปในอนาคต”

รองอธิบดีกรมประมง เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ ได้กล่าวถึงการจัดทำแผนงานในครั้งนี้ว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดค่อนข้างมากในเรื่องเวลา การมีส่วนร่วม และงบประมาณ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่หน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้เริ่มต้นแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพนิเวศแม่น้ำโขงอย่างมีทิศทางร่วมกับประชาชน 

“กรมประมงพร้อมที่จะดำเนินการช่วยเหลือซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนขับเคลื่อนโครงการร่วมกัน” เฉลิมชัยกล่าว