เสียงบ่งบอก

บันทึกรัก(ษ์)นักสารคดีช้างป่า 2564: ตอนที่ 18 เสียงบ่งบอก
ตาล วรรณกูล

ผมติดตามถ่ายทำชีวิตพวกมันโดยที่แทบไม่ได้รู้จักพวกมันอย่างลึกซึ้ง ชีวิตที่ซับซ้อน ระดับชั้นทางสังคมที่ยังคงเป็นปริศนา พฤติกรรมบางอย่างยังคงเป็นภาพเบลอ ๆ ภายใต้สมมติฐานที่ยังไม่มีอะไรเด่นชัด การเฝ้าดูความเป็นไปของชีวิตช้างป่าเหล่านั้นนับเป็นงานที่หนักที่สุดสำหรับหรับผมในช่วงทศวรรษนี้ ถึงแม้พวกมันจะปรากฏตัวให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ตามที

ฟ้าหลังฝนของบ่ายวันหนึ่งกลางเดือนกรกฏาคม เมื่อเมฆทะมึนดำนั้นเคลื่อนผ่านไป ทิ้งไว้แต่เพียงความฉ่ำแฉะบนผืนดินที่อิ่มไปด้วยน้ำกลายเป็นโคลนเหลว ๆ เลอะเทอะเปรอะเปื้อน การย่างย่ำไปในแต่ละที่แต่ละแห่งกลายเป็นความยากเย็นแสนเข็น 

รองเท้าเดินป่าเมอร์เรลที่มีคุณสมบัติบางเบาใส่แล้วนุ่มสบายเกรอะกรังไปด้วยดินโคลนหนักอึ้ง การจะผ่านไปได้แต่ละด่าน แต่ละอุปสรรคที่ขวางกั้น ผมต้องใช้พละกำลังมากขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า เทือกเถา ป่าขวากและดงหนาม ไม่เพียงจะยื้อยุดฉุดกระชากให้ล้มคว่ำ มันยังแบ่งปันหยาดน้ำค้างให้ชุมโชกเปียกปอนไปทั้งเรือนร่าง ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากัดกินเข้าไปถึงหัวใจอันบอบบางอย่างที่ไม่เคยได้รู้สึกสัมผัสมันมาก่อน

ที่หมายปลายทางของพวกเราอยู่ไม่ไกลนัก แต่กว่าจะฝ่าฟันเข้าไปถึง พอดีช้างป่าเพศผู้ที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมาเล่นดินสาดโคลนเสี่ยก่อนหน้า 

เสียงโผงผางอันเกิดจากการรากเถาวัลย์ลงมาจากกิ่งไม้ทำให้เจ้าแบมและเจ้าทีที่เดินอยู่ข้างผมหน้าหยุดชะงัก ทั้งสองเพ่งมองทะลุทะลวงเข้าไปยังดงรกเรื้อที่เต็มไปด้วยต้นเปล้าใหญ่รุ่น ๆ ขึ้นปกคลุมสองฝั่งลำคลองแห่งนั้น

“พวกมันลุกแล้วน้า กำลังเล่นโคลนอยู่นั่น น้าถ่ายภาพจากตรงนี้ได้ไหม เพราะถ้าขืนมุ่งหน้าไปต่อเราจะตกอยู่เหนือลม” เจ้าแบมหันมาหารือ

ผมมองตามสายตาของเขาออกไปยังจุดที่พวกช้างป่าพวกนั้นยืนอยู่อีกฟากฝั่งตรงข้ามของลำคลอง ใบเปล้าใหญ่ที่ที่พลิใบใหม่ปกปิดพวกมันเสียมิดชิด เห็นแต่เพียงลำตัวไหว ๆ วับแวมเมื่อคราที่พวกมันเคลื่อนตัวเท่านั้น 

“อื่ม” ผมปลดกล้องภาพยนตร์อันแสนหนักวางลงบนขาตั้ง

“ขยับไปข้างหน้าตรงช่องนั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม?” 

“ไม่ได้แล้วครับน้า ใกล้มันเกินไป จะเสียเปรียบมัน” เจ้าแบมค้าน

“ปัญหาคือน้ามองไม่เห็นว่าพวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่ ใบเปล้ามันหนาแน่นเกินไป” 

“มีทางเดียวครับน้า นั่งเงียบ ๆ ตรงนี้สักพัก รอให้พวกมันเดินออกไปที่โล่ง แล้วค่อยตามไป”

ราวสี่สิบกว่านาทีเห็นจะได้ ที่เรานั่งเลี้ยงยุงลายอยู่ตรงนั้น เฝ้าดูพวกช้างเพศผู้ทำกิจกรรมหลังลุกจากที่นอนผ่านเสียงของการกระทำ ซึ่งตรงข้ามฝั่งลำคลองอันเป็นที่ปลอดภัยของพวกมันห่างจากเราเพียงไม่ถึงสามสิบเมตร เสียงกิจกรรมที่ส่งมาจึงชัดเจนหากหลับตาจินตนาการให้เห็นภาพ 

“พรึด” ตามด้วย “ซ่า” ช้างกำลังพ่นโคลนใส่ตัว

“บ๊อง-ตุบ” สงสัยช้างหนุ่มตัวหนึ่งโดนช้างรุ่นพี่ฟาดเข้าให้แล้ว

“เอ๊ก ๆ ๆ ๆ” เสียงเหมือนหมาร้องอย่างเจ็บปวดนี่ก็ไม่ใช่เพราะหมาโดนช้างเตะ แต่เป็นอาการตื่นเต้น หรือกำลังเรียกร้องความสนใจของช้างบางตัว

“โป๊ะ” หักไม้ดังข่มขู่และเตือน หรือไม่ก็ลากเถาวัลย์ลงมากิน

ฯลฯ ตลอดสี่สิบกว่านาทีที่สรรพเสียงส่งผ่านอากาศข้ามลำคลองออกมาให้ผมได้นั่งหลับตาฟังภาพพฤติการณ์ต่าง ๆ ของพวกมัน ทำให้นึกถึงขณะที่ขับรถและเปิดภาพยนตร์สารคดีสักเรื่องเพียงเพื่อฟังเสียง อรรถรสในการติดตามเฝ้าเรียนรู้ชีวิตช้างป่าวันนั้นก็ไม่ต่างกัน เสียงบ่งบอกเหตุการณ์ได้ดีพอ ๆ กับการมองเห็นด้วยตา และบ่อยครั้งที่ผมมักจะใช้ศาสตร์ของเสียงเป็นเหมือนเครื่องนำทางไปสู่ข้อสรุปบางอย่าง

ช้างป่าพวกนั้นยังคงส่งเสียงให้ได้เรียนรู้กันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง

“แปล๊น-โอ๊ก”

ทันใดนั้นช้างหนุ่มตัวหนึ่งก็ร้องลั่นขึ้นมาเมื่อถูกช้างพลายรุ่นพี่เล่นงานเข้าให้ เสียงเกราะเคาะไม้ผนวกกับโหวกเหวกของผู้คนดังออกมาจากถนนที่ไม่ห่างนัก ช้างป่าเพศผู้ทั้งกลุ่มพากันตกใจร้องแรกแหกกระเชอกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง เสียงแหวกดงไม้ดังโครมคราม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงน้ำในลำคลองแตกกระเซ็นดังซ่า 

“น้าตาน ช้างมุ่งหน้าไปที่รถเรา” เจ้าไอซ์ร้องบอก

ผมลุกพรวดไม่ทันได้ปลดกล้องออกจากขาตั้งพร้อมกับแบกมันวิ่งฝ่าทางด่านสวนทิศออกไป จนไม่ทันได้นึกถึงอุปสรรคที่ฝ่าฟันเข้ามา ในเวลาไม่กี่นาทีผมและพวกเด็ก ๆ ทีมฟันน้ำนมก็หลุดออกมายังที่โล่ง เราวิ่งกันต่อไปจนหลงลืมความเหน็ดเหนื่อย

เมื่อถึงบริเวณที่ผมจอดรถทิ้งไว้ ก็ปรากฏว่าช้างเพศผู้ทั้ง 6 ตัว ได้ล้อมรถที่จอดอยู่ไว้หมดแล้ว ช้างพลายตัวหนึ่งเป็นที่คุ้นเคยของพวกเราดี นามว่าพลายสรพงษ์ กำลังใช้งวงยาวใหญ่ของมันแตะ ๆ ดม ๆ ไปที่รถกระบะใหม่เอี่ยมของผม จะด้วยสิ่งใดไม่ทราบได้ที่ทำให้ผมต้องตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง

“โตว ๆ ๆ สโรลเจิ๊ตเห่ย แดลบาน โจลโม” จิตใต้สำนึกก็ส่งประโยคนี้ผ่านปากของผม

ชุดประโยคภาษาเขมรที่มีความหมายว่า “ไป ๆ ๆ ๆ ดีใจมากที่ได้พบกับพวกเอ็ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในบทภาพยนตร์ที่ผมเคยร่วมแสดงเมื่อสิบกว่าปีก่อนมันถูกเบื้องลึกของสำนึกนำกลับมาใช้กับช้างป่าพวกนี้อีกครั้ง