เครือข่ายสลัมค้านนโยบาย “สร้างแฟลตให้ผู้มีรายได้น้อยในที่การรถไฟ”

ยื่นจดหมายค้านสองรมว. “พม-คมนาคม” ยันเห็นด้วยในหลักการ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ชี้ไม่สอดคล้องวิถีชีวิตจริงผู้มีรายได้น้อยเกือบ 40,000 ครัวเรือน 36 จังหวัด ยัน “แฟลตไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกพื้นที่”

(ภาพ : พชร คำชำนาญ)

3 ประเด็นค้าน

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 เครือข่ายสลัมสี่ภาค จังหวัดเชียงใหม่ 10 ชุมชน ยื่นหนังสือถึง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.การกระทรวงคมนาคม และ จุติ ไกรฤกษ์ รมว.การกระทรงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมี จิราพร เชาวน์ประยูร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับหนังสือแทนผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ เพื่อคัดค้านแนวคิดการใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างแฟลตที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 

เครือข่ายสลัมสี่ภาค จังหวัดเชียงใหม่ 10 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนป่าแพ่งคลองเงิน ชุมชนทิพเนตร ชุมชนกำแพงงาม ชุมชนหลังวัดโลกโมฬี ชุมชนสามัคคีพัฒนา ชุมชนรถไฟสามัคคี ชุมชนทานตะวัน ชุมชนป่าตัน เครือข่ายที่อยู่อาศัยเมืองเชียงใหม่ และเครือข่ายคนไร้บ้าน 

สืบเนื่องเมื่อวันที่ (8 ตุลาคม 2564) จากบันทึกความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการเคหะแห่งชาติ (กคช.) วันถัดมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงข่าวการนำที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สร้างเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งกระทบชุมชนส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของ (รฟท.) เช่น เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายชุมชนคนเมืองที่ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.) และเครือข่ายริมรางเมืองย่าโม โดยมีความกังวล ไม่เห็นด้วย มีนโยบายทางเดียวที่จะแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย

เครือข่ายสลัมสี่ภาค จังหวัดเชียงใหม่ จัดทำหนังสือโดยอธิบายถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พยายามแก้ไขปัญหารูปแบบเดียวกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั่วประเทศ ซึ่งต่างมีพื้นฐานวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และรายได้แตกต่างกัน วิธีคิดดังกล่าว ‘อันตราย’ กับเครือข่ายฯ การจัดการนี้ในอดีตเคยเกิดขึ้นเมือกคช. ดำเนินการสร้างแฟลตแก้ปัญหาชุมชนแออัดปี 2516 แต่ก็ไม่ได้ผลอย่างไรยังคงมีชุมชนแออัดเช่นเดิม ซึ่งไม่สามารถดำรงชีพ ทำกินได้เหมือนเดิม 

“หนังสือดังกล่าวยังระบุว่า เราเห็นด้วยที่กระทรวงคมนาคมมีแนวความคิดในการแบ่งปันที่ดินเพื่อนำมาเป็นที่อยู่อาศัย แต่ไม่เห็นด้วยที่รูปแบบการทำที่อยู่อาศัยที่จะจัดทำโดยไม่ถามความต้องการของประชาชนว่าสามารถอยู่ได้หรือไม่ได้ มีเพียงความต้องการอพยพคนให้ขึ้นไปอยู่บนแฟลตเท่านั้น นั้นคือการย้ายปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหา ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3 ข้อ ได้แก่

1) ต้องไม่ใช้แนวทางการสร้างแฟลตตามบันทึกข้อตกลง (8 ต.ค. 2564) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย และการเคหะแห่งชาติ มาเป็นแนวทางเดียวในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดบนที่ดินการรถไฟฯ 
2) ให้การรถไฟฯ นำมติคณะกรรมการรถไฟฯ วันที่ 13 ก.ย. 2543 ที่ใช้แก้ไขปัญหาชุมชนแออัดของเครือข่ายสลัมสี่ภาค มาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดบนที่ดินการรถไฟทั่วประเทศ( 39,848 หลังคาเรือน)
3) ให้ใช้แนวทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับวิถีอาชีพ การดำรงชีวิตของชุมชนผู้มีรายได้น้อย โดยรูปแบบการอยู่อาศัยอาจเป็นรูปแบบบ้านมั่นคงแนวราบ บ้านแถว อาคารสูง หรืออาคารสูงผสมอาคารแนวราบ ทั้งนี้ต้องให้ชุมชนแออัดเจ้าของปัญหามีส่วนกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาและรูปแบบที่อาศัยด้วย โดยผ่านกลไกคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับการรถไฟฯ กระทรวงคมนาคม  รวมถึงกระทรวง พม. ในอนาคตด้วย” หนังสือระบุ

น้ำทิพย์ เปาป้อ
(ภาพ : พชร คำชำนาญ)

‘แฟลต’ ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกพื้นที่

น้ำทิพย์ เปาป้อ ผู้แทนชุมชนกำแพงงาม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้เราส่งตัวแทนมาขอให้แก้ไขปัญหาเบื้องต้น อย่างน้อยเป็นเรื่องที่ชาวบ้านควรจะได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาทุกอย่าง เรื่องที่ดิน เรื่องอาชีพ ชาวบ้านจะต้องมีส่วน เพราะว่าชาวบ้านเสียภาษี แต่รัฐจะใช้ภาษีแบบไหน ฉะนั้นข้อเสนอวันนี้เป็นไปเพื่อความยั่งยืนและความเป็นมนุษย์ของชุมชน 

“เราต้องการการแก้ไขปัญหาให้มนุษย์มีอาชีพและมีบ้านที่ดี พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของเมือง พวกเราพัฒนาเมือง เพราะว่ามีพวกเราเหล่านี้เมืองถึงพัฒนา พวกเราหาเช้ากินค่ำ หารายวัน วันนี้เราไม่มีรายได้ แต่ภาษีนั้นต้องเสียให้รัฐทุกวัน ไฟฟ้า น้ำประปา ท่านช่วยใคร ท่านไม่ได้ช่วยเรานะ แต่เราช่วยท่าน อยากจะถามกับคุณว่าที่ดินเป็นที่ที่เราต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทย 

ทุกวันนี้เราร้องเพลงชาติให้ใครฟัง ก็ร้องให้พวกเราฟัง แต่เราจะรักชาติแบบไหน ชาติให้เราแบบไหน คุณจะให้เราแบบไหน แล้วลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร จะต้องอยู่ในที่บุกรุกไปตลอดชีวิตหรือ ถ้าให้เราไปอยู่แฟลตเราจะอยู่ได้อย่างไร แล้วพ่อแม่เราล่ะ ผู้สูงอายุจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างมันเป็นเงินเป็นทองหมด” น้ำทิพย์ กล่าว

จิราพร เชาวน์ประยูร
(ภาพ : พชร คำชำนาญ)

รับเรื่องส่งต่อ กระทรวงฯ

จิราพร เชาวน์ประยูร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงใหม่ ในนามผู้แทนผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ได้รับหนังสือไว้ และกล่าวว่า ความทุกข์ร้อนของประชาชนโดยการรวมกลุ่มกันทั่วประเทศ 36 จังหวัด 3 หมื่นกว่าครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภาครัฐ ไม่ว่าจะกระทรวงการคมนาคมหรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้เป็นการรวมกันของเครือข่ายสลัมสี่ภาคที่จะยื่นกันทั่วประเทศ 

“อยากจะให้ฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยทำร่วมกันในทุกๆ จังหวัดที่มีทางรถไฟ ไม่อยากให้เป็นการที่ประชาชนที่อยู่อาศัยไม่ได้มีส่วนร่วม ดิฉันในนามของจังหวัดเชียงใหม่จะรับหนังสือที่ท่านยื่นมาเพื่อส่งต่อไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง” จิราพรกล่าว

จากการสำรวจชุมชนในที่ดินของ รฟท. พบว่ามี 36 จังหวัด 397 ชุมชน 39,484 หลังคาเรือน (เฉพาะเป็นจำนวนชุมชนแออัดผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น) ซึ่งการเคลื่อนไหวของเครือข่ายสลัมสี่ภาคในวันนี้จัดขึ้นทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี ตรัง และสงขลา

(ภาพ : พชร คำชำนาญ)
(ภาพ : พชร คำชำนาญ)
(ภาพ : พชร คำชำนาญ)