5 หน่วยงานจับมือบูรณาการระบบข้อมูลมลพิษอากาศ เพิ่ม-เชื่อม 8,000 จุดวัดทั่วประเทศ

“จุฬา-มช.-วช.-กฟผ.-NT” ลงนามความร่วมมือ “บูรณาการการจัดการข้อมูลมลพิษอากาศ” หวังตั้งจุดวัดคุณภาพอากาศ-ปริมาณฝุ่นละออง และเชื่อมข้อมูลจาก 8,000 สถานีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศผ่านโครงข่าย LoRa

(ภาพ : unsplash)

MOU 5 หน่วยงานรัฐ-เอกชน

วันนี้ 29 กันยายน 2564 เวลา 11.00 น. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดเสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมช่วยลดโลกรวน” #รวมพลังเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต และร่วมลงนามความร่วมมือ MOU เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์เครือข่ายข้อมูลวัดคุณภาพอากาศ บริหารจัดการคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม


โดยมีผู้เชี่ยวชาญได้แก่ บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการกฟผ. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการวช. นิเวศน์ นันทจิต อธิการอดี มช.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT ร่วมเวที

(ภาพ : เสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมช่วยลดโลกรวน” )
(ภาพ : เสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมช่วยลดโลกรวน” )

แผนบูรณาการฯ 3 ปี : กฟผ.

บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า เจตนารมณ์ในนามการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตลอด 52 ปี มีความมุ่งมั่นดูแลความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กับการส่งเสริม โดยเฉพาะการดูแลสิ่งแวดล้อม และคุณภาพอากาศร่วมกับภาคีเครือข่ายให้เป็นรูปธรรม เป็นหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายข้อมูลตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างเป็นทางการ

“เพื่อเป็นการขยายเครือข่ายและบูรณาการเพื่อเป็นฐานข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด ประชาชนและสังคมทุกภาคส่วน กฟผ.จึงร่วมมือลงนามกับพันธมิตรทั้ง 4 หน่วยงานในการดำเนินความร่วมมือในการใช้ประโยชน์ข้อมูลและขยายข้อมูลเครือข่ายตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นระยะเวลา 3 ปี 

ทั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดวิเคราะห์ข้อมูลความรู้การพัฒนานวัตกรรมเพื่อป้องกันปัญหามลภาวะอากาศอย่างยั่งยืน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการจัดการคุณภาพอากาศให้กับประเทศไทยส่งผลให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้บรรลุเจตจำนงความร่วมมืออย่างยั่งยืนตลอดไป” บุญญนิตย์ กล่าว

ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  เปิดเผยอีกว่า แผนงานการจัดการคุณภาพอากาศ (กฟผ.) EGAT Air TIME มีวัตถุประสงค์ในการจัดการปัญหาด้านคุณภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วย

1) T (Tree & Tourism) เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่ อย่างมีส่วนร่วมและเสริมการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

2) I (Innovation) ส่งเสริมอำนาจนวัตกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการปัญหาคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม  

3) M (Monitoring) คือการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยการติดตั้ง sensor ในพื้นที่ของกฟผ.และชุมชนโดยรอบ รวมทั้งหน่วยงานพันธมิตรมีการแสดงผลข้อมูลมีการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่น และบิลบอร์ด 

4) E (Education & Engagement) การส่งเสริมองค์ความรู้ สร้างทัศนคติที่เพื่อนำไปสู่ดูแลคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม 

8,000 สถานีวัดฝุ่น-เชื่อมด้วยโครงข่าย Lora : NT

สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย เตรียมพร้อมนำ Solution การวัดค่าคุณภาพอากาศบนระบบโครงข่าย Lora ร่วมกับ การสนับสนุนจากสำนักกองทุนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมภายใต้โครงการส่งข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ วางแผนรับมือติดตั้งสถานีวัดค่าฝุ่น 8 พันสถานีทั่วประเทศ

“ซึ่งทาง NT ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งรัดจัดการมลพิษต่างๆซึ่งเล็งเห็นว่าเราจะได้นำ Solution ต่าง ๆ ที่มีการวัดค่าคุณภาพอากาศผ่านโครงข่าย Lora ที่มีอยู่ แล้วก็ผนวกกับการสนับสนุนจากสำนักกองทุนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมภายใต้โครงการส่งข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

ก็จะทำให้การดำเนินการติดตั้งสถานีวัดค่าฝุ่นที่เราวางแผนไว้ 8 พันสถานีทั่วประเทศก็จะมีส่วนมาสนับสนุนร่วมทำข้อมูลตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละอองเพื่อเราจะได้บูรณาการฐานข้อมูลและแสดงผลร่วมกันทั้งกฟผ.และของจุฬา มช. วช. น่าจะส่งผลให้เกิดประโยชน์จากข้อมูลตรวจวัดอากาศจากเซนเซอร์ทุกโครงการแต่ละฝ่าย ก็จะทำให้เป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการอากาศและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน” สมศักดิ์ กล่าว

กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ยังอธิบายอีกว่า แต่ละหน่วยงานเชื่อข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้เกิดการขยายเครือข่ายบูรณาการฐานข้อมูลตรวจวัดอากาศที่ดินและปริมาณฝุ่นที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศแล้วสามารถส่งต่อให้พี่น้องประชาชนให้ได้รับรู้ และส่งผลต่อการพัฒนายกระดับความรู้ด้านการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่งครับ